หลังจากพระสวดจบแล้วมัคทายกก็อ่านกะโลง และกาพย์ เป็นภาษาธรรมกำเมือง ไพเราะน่าฟังมาก

 ลาป่วยเป็นวันที่สอง  หลังจากที่ไปหาหมอเมื่อวานหมอบอกให้นอนพักผ่อนเรารู้ว่าเป็นคนแพ้ง่ายร่างกายไม่แข็งแรงการไปเยี่ยมบ้านเด็กที่เพาะสุนัขขาย สุนัขตัวเล็กและพ่อแม่ของมันมาอยู่บนบ้าน  ทำให้เราอึ้งไปเลยไม่ว่าจะพันธุ์น่ารักอย่างไร ในสภาพร่างกายอ่อนแอเช่นนี้เข้าใกล้ไม่ได้เลย  และทำให้ต้องมาเป็นไข้  บอกเหตุผลนี้แก่หมอแล้วแต่หมอก็อยากให้มาตรวจเลือดเพื่อความแน่ใจว่าเพราะช่วงนี้มีไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออกที่กำลังเฝ้าระวังกันอยู่  วันนี้ก็ไปเจาะเลือดซึ่งหมอเขียนในใบสั่งว่าขอผลด่วน พร้อมทั้งตรวจปัสสาวะ  นัดมาฟังผลตอน 11โมง

 

        ระหว่างรอก็ไปทำบุญที่วัดพระยืน ไปถึงวัดก็เดินขึ้นไปบนวิหารพระกำลังสวดเราไปนั่งไหว้ฟังพระสวดคาถาต่างๆหลายบทเสียงสวดของพระสงฆ์ผู้ใหญ่ดูขลังและศักดิ์สิทธิ์  พอพระสวดถึง...สัพพะพุทธานุภาเวนะ....เสียงลั่นฆ้องดังกังวานเป็นระยะ  ทำเอาเราขนลุกซู่เย็นชุุมชื่นไปถึงหัวใจเหมือนตกอยู่ในภวังค์แห่งความปิติสุข    หลังจากพระสวดจบแล้วมัคทายกก็อ่านกะโลง และกาพย์เป็นภาษาธรรมกำเมืองไพเราะน่าฟัง  เนื้อหาเป็นคำให้พรแก่ทุกคนที่มาร่วมงานให้มีความสุขฯลฯ  แต่เป็นคำประพันธ์ชั้นสูงของภาคเหนือที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อน ประทับใจมาก จนต้องขยับจากที่นั่งไปดูว่าเสียงมาจากจุดไหน  ไม่ใช่พระเป็นฆราวาสต้องเป็นชั้นอาจารย์ทีเดียวที่แต่งและอ่านได้เพราะขนาดนี้  แอบดูนาฬิกาจะถึงเวลาหมอนัดแล้ว เสร็จพิธีแล้วรีบมาสรงน้ำพระธาตุแล้วรีบขับรถมาฟังผลการตรวจเลือด  ผลการตรวจไม่มีเชื้ออะไร  ปกติทุกอย่าง ได้ยาบำรุงมา10 เม็ด

 

       ที่สะกิดใจใสๆให้ขุ่นอยู่นิดเดียวคือเด็กสาวลูกหลานอุบาสกอุบาสิกาท่านใดท่านหนึ่งที่แต่งชุดขาวในนี้หล่อนปล่อยผมยาวตามสมัยนิยมสวมกางเกงสีเข้มเสื้อขาว..ดูเรียบร้อยแต่การเดินผ่านหน้าพระขณะที่กำลังสวดอยู่เหมือนเดินบนถนน  หรือบนบ้าน...คือไม่มีกิริยาสำรวมอะไรเลย ทำให้อดที่จะพูดออกมาไม่ได้ว่า"ทำไมเดินผ่านหน้าพระอย่างนั้น"...เห็นแล้วตกใจนึกไม่ถึงว่าในสถานที่อย่างนี้จะมีคนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงได้ถึงเพียงนี้   ลูกหลานใคร...คงไม่จำเป็นต้องไปถามถึงบุพการีแล้วอายุก็คงไม่ใช่เด็กแน่ๆ และถ้าดูจากภายนอกก็ดูเป็นคนได้รับการศึกษามาพอควรทีเดียว...  แล้วทำไมผลลัพธ์ออกมาอย่างนี้ ? เฮ้อ!....

 

    อีกอย่างคืออุบาสิกาที่มากับพระวัดอื่นๆอุตส่าห์มาถึงนี่แล้วแทนที่จะมาฟังพระสวดมนต์ สวดคาถาต่างๆ มาฟังการอ่านกะโลง อ่านกาพย์ ที่แสนจะไพเราะ ก็ไม่สนใจอะไรมานั่งคุยกันอยู่ให้เป็นที่รำคาญ  ทำให้ต้องลุกขึ้นไปดูคนอ่านให้เห็นและได้ยินชัดๆ และพูดเปรยว่า  "เปิ้นบ่ซาบซึ้งอะหยังสักอย่างเนาะ"    อยากถามต่ออีกว่า แล้วมาทำไม  นั่งคุยกันที่บ้านไม่ดีกว่าหรือ  ?