ในรอบหนึ่งปี จะมีวันที่เต็มใจลาพักผ่อนอยู่หนึ่งวัน คือ วันแม่ ส่วนวันอื่น ๆ ไม่ค่อยเต็มใจลาเท่าไหร่ค่ะ เพราะจะไม่ค่อยคุ้มในการกลับมาสานงานที่คั่งค้าง   ยังจำวันแม่เมื่อปีที่ผ่านมาได้ เนื่องจากมีลูกสองคน อยู่ระดับประถม และระดับอนุบาล และโรงเรียนที่ลูกอยู่ จะจัดงานวันแม่คนละตึก  ระดับประถมจัดตึกนึง ส่วนระดับอนุบาลก็จัดอีกตึกนึง ทำให้คนที่เป็นแม่และมีลูกเรียนอยู่ทั้งสองระดับ  ต้องวางแผนในการบริหารเวลาให้ดีว่าช่วงไหนจะต้องอยู่ที่ลูกคนไหน สำหรับตัวดิฉันเองนั้นโชคดีหน่อย ที่ทุกครั้งที่เป็นวันแม่ ก็จะเป็นวันทั้งพ่อและแม่ ซึ่งเราก็จะแบ่งหน้าที่กันทำโดยมีคุณแม่เป็นตัวหลัก  ในช่วงเช้า เราทั้งคู่ ก็เลือกที่จะอยู่กับน้องฟ้าลูกสาวคนเล็ก เนื่องจากน้องฟ้ามีกิจกรรมที่จะต้องแสดงบนเวที แล้วคุณพ่อมีหน้าที่ต้องเป็นตากล้อง เมื่อทำหน้าที่เสร็จแล้ว คุณพ่อ ก็จะวิ่งหน้าตั้ง ไปที่ตึกใหญ่ ซึ่งเป็นตึกที่พี่ฟางมีกิจกรรม แน่นอนว่า จำนวนเด็กที่มากมายขนาดนั้น เราหาลูกไม่เจอแน่ ถ้าไม่นัดหมายกันก่อนว่า จุดนัดพบ คือตรงไหน ส่วนคุณแม่ยังอยู่ที่ตึกอนุบาล เนื่องจากกิจกรรมยังไม่แล้วเสร็จ แต่เราก็จะตกลงกันก่อนแล้วว่า เมื่อไหร่ที่ตึกใหญ่ปล่อยลูกให้มาหาแม่  คุณพ่อก็จะรีบโทรศัพท์มาตามคุณแม่ทันที คุณแม่ก็จะต้องวิ่ง (หน้าตั้ง) มาที่ตึกใหญ่ทันที ซึ่งก็เป็นแบบนี้มาสองปีแล้ว ดิฉันยังจำเหตุการณ์ในวันแม่เมื่อปีทีผ่านมาได้ไม่ลืม  เมื่อถึงตอนที่ทางโรงเรียนปล่อยเด็ก ๆ ให้มาหาคุณแม่ เพื่อที่จะเอาดอกไม้มาให้ แล้วแสดงความรักต่อกันระหว่างแม่ลูก แน่นอนว่า แม่ลูกคู่อื่น ๆ ต่างก็จะวิ่งวุ่นทั้งแม่และลูก คู่ไหนที่หากันเจอ ก็จะกอดกันกลมน้ำตาคลอเบ้า ส่วนเด็กคนไหนที่หาแม่ไม่เจอ บางคนก็กระวนกระวายใจ หลายคนโดยเฉพาะเด็กชั้นประถม ก็จะร้องไห้  ส่วนคู่เรา ดิฉัน กับ น้องฟาง ดิฉันเพียงแต่ยืนอยู่กับที่ ไม่วิ่งไปไหน รอให้น้องฟางเป็นฝ่ายมาหา เนื่องจากเราได้นัดหมายกันก่อนแล้วว่าจะเจอกันตรงไหน เมื่อลูกเจอแม่ แม่เจอลูก บรรยากาศก็เหมือนแม่ลูกคู่อื่น ๆ คือ ต่างคนต่างกอดกันกลม ลูกบอกรักแม่ แม่บอกรักลูก น้องฟางนั้นถึงกับน้ำตาคลอเบ้า หลังจากนั้นถัดมาไม่กี่วัน คุณครูให้น้องฟางเขียนบรรยายความรู้สึกในวันแม่ที่ผ่านมา ทุกถ้อยคำที่น้องฟางเขียน เป็นความรู้สึกที่ดี ๆ ที่มีต่อแม่ และต่อความรักที่แม่มีให้ แต่มาสะดุดใจตรงประโยคสุดท้ายของบันทึกฉบับนั้น นั่นคือ หนูรู้ว่าแม่รักหนู แต่หนูสงสัยว่าทำไมแม่หนูถึงไม่ร้องไห้ในวันแม่เหมือนแม่คนอื่น ๆ   ก็ต้องอธิบายกันซะยืดยาวให้ลูกเข้าใจว่า วันนั้นเป็นวันที่แม่ดีใจมาก ดีใจที่ได้เป็นแม่ของลูกจนถึงวันนี้ และจะเป็นทุก ๆ วัน วันแม่ของแม่ คือ ทุกวัน เราแม่ลูกสามารถแสดงความรักต่อกันได้ทุกวัน เวลา นาที และวินาที อยู่แล้ว ส่วนวิธีการแสดงความรักต่อกันในวันแม่นั้น แต่ละคนก็จะมีวิธีการที่ไม่เหมือนกัน คุณแม่ท่านอื่นอาจจะตื้นตันจนน้ำตาไหลออกมา  ส่วนแม่นั้น ตื้นตันเหมือนกันแต่มันแสดงออกมาเป็นรอยยิ้ม   ซึ่งน้องฟางก็เข้าใจ ดังนั้น ในวันแม่ปีนี้ ดิฉันจึงไม่ถูกลูกถามแล้วว่า ทำไมแม่ถึงไม่ร้องไห้เหมือนแม่คนอื่น ๆ แล้วคุณป้า น้า อา ท่านอื่น ๆ ละคะ เจอลูก ๆ ตั้งคำถามเหมือนดิฉันรึเปล่า แล้วถ้าเจอ จะตอบยังไงค่ะ ท้ายนี้ ฝากรูปน้องฟ้า และการ์ดวันแม่ ที่ลูก ๆ บรรจงทำให้คุณแม่ อ้อ สำหรับภาษาจีน น้องฟางฝากให้คุณน้าฝอยทอง ช่วยแปลด้วยค่ะ ว่าแปลว่าอะไร แล้วก็ขอฝากเพลง แม่ ให้สำหรับ แม่ลูกที่ต้องไกลกัน เพราะภาระหน้าที่ นะคะ (โดยเฉพาะคุณครูขจิต)

รักแม่มาก ๆ นะคะ ..

 รูปน้องฟ้าค่ะ

ตื่นขึ้นมาแต่เช้า แม่หุงข้าวต้มปลา
จวนจะได้เวลา ไปท้องนาอีกครา
ทุกวันคืนแม่อยู่ด้วยความหวัง ดังแสงทองส่องฟ้า
ลูกแม่นั้นไปศึกษา ในสังคมชาวกรุง..

" ตาแม่มองลูกรัก วันที่เจ้าจากไป

แม่เคยทุกข์ทนเพียงใดแลลูกไกลอกตรม

เมื่อลูกจบจากการศึกษา แม่คอยตั้งตาชื่นชม

ลูก อย่าหลงระเริงสังคม จงหวลคืนบ้านนา

นาก็คือความหวัง ดังชีวิตจิตใจ

จนเดือนดับลับล่วงไป ไกลหนทางลูกจร

ม่านเมฆบดบังในตา   สาลิกาไม่คืนกลับคอน

ทุกคืนวันแม่มิได้หลับนอน คอยเจ้าย้อนบ้านนา

.........................................................................

ตื่นขึ้นมาแต่เช้า  แม่หุงข้าวต้มปลา 

ดูแสงทองส่องมา ไปท้องนาอีกที

ทุ กวันคืนแม่ก็ยังเฝ้าหวัง   หวังถึงวันสุดท้าย

รอจนแม่ถึงวันสิ้นใจ คงได้พบลูกชาย