|
|

World Environment Day 2011 วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ
“Forest : Nature at Your Service” จัดให้มีขึ้นครั้งแรกในปี 2553
ถึงแม้ผู้เขียนจะไม่ใช่ลูกแต่ก็เป็น “หลานของชาวนา” เทิดค่า "ข้าว" ทุกเม็ดที่ชุบเลี้ยงให้เติบโต และได้ให้เวลากับการ "ปลูกต้นไม้ในบ้าน เพื่อสืบสานการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม" มานับ 20 ปี เนื่องในโอกาสที่วันที่ 5 มิถุนายน เป็น “วันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day: WED DAY)” และ “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” “ฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้” ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่มีคำขวัญว่า "เพิ่มรายได้ให้ชุมชน อุทิศตนเพื่อประชา เสริมปัญญาแหล่งเรียนรู้ เชิดชูความเป็นไทย ธำรงไว้สิ่งแวดล้อม " จึงขอเสนอ "กิจกรรมเบาๆ ของเจ้าของฟาร์ม (หญิง) ภาพภูมิทัศน์บางส่วนของฟาร์ม (ซึ่งมีความกว้างด้านหน้า 80 เมตรขนานกับเส้นทางหลัก และความลึก 200 เมตร ทั้ง 4 ด้านอยู่ติดกับทุ่งนา) และภาพส่วนหนึ่งของพรรณไม้หน้าฟาร์มและรอบตัวบ้าน" เพื่อร่วมงานเฉลิมฉลองสองวันสำคัญดังกล่าว
รุ่งอรุณที่ฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้ "ได้เวลาเริ่มงาน" (หญิงเริ่มประมาณ 04.30 น. ชายเริ่มประมาณ 06.30 น.)

ด้านหน้าฟาร์มติดกับทุ่งนา ตื่นเช้ามาเห็นฝูงนกกระยางกำลังจะลับขอบฟ้าไป "คว้ากล้องเก็บภาพ" (Close Up) ไว้ได้

ฟาร์มด้านทิศตะวันตกติดกับทุ่งนา เป็นสวนแก้วมังกรและสวนมะนาวสลับด้วยทับทิม "เอิบอิ่มเดินทักทายไม้สีเขียว"

"เดินทักทายคนผ่านไปมาและเก็บขยะหน้าฟาร์มยามเช้า-เย็น" แล้วกลับเข้าบ้านที่เห็นรำไรไกลออกไป 60 เมตร
ถึงข้างบ้านด้านซ้าย ก้าวขึ้นบันได "ถอนวัชพืชบริเวณศาลาไทย" สักหน่อย

"ตัดใบแห้งไม้หน้าบ้านด้านล่าง"สูงต่ำต่างเรียกขาน"เฮลิโคเนีย" ขวาสุดเคลียร์ๆ "ธรรมรักษา" ดอกไม้ประจำจ.ลำปาง

"ตัดแต่งเฟื่องฟ้านกยูงคู่" รู้ไหมว่า "เฟื่องฟ้าเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดภูเก็ต" (ภาพเก่า ปี 2549)
คราใดฟ้าครึ้มด้วยเมฆฝน ให้กังวลฤา "พุดตาน" จะทาน (ฝน) ไหว กลัวกลีบอ่อนของเจ้าจะช้ำไป

เมื่อได้ฝนโปรยปรายชุ่มฉ่ำ "สราญรมย์" งามล้ำบานชูช่อ
"เฟื่องฟ้ากระถาง" ต่างสีสัน ดั่งประชัญขันแข่งฉันสวยกว่า
"ออกไปเก็บสุพรรณิการ์ที่หน้าฟาร์ม" : ดอกไม้งามประจำจังหวัดสุพรรณบุรี สระบุรี อุทัยธานี บุรีรัมย์ และนครนายก
"นำมะม่วงหิมพานต์มาจัดแต่ง ผลงานแห่งความภูมิใจ มะม่วงสีแดงมีไม่มากนักจึงอยากอนุรักษ์เจ้าไว้" (เริ่มด้วยเก็บเมล็ดจากต้นของเพื่อนบ้านมาเพาะ เดี๋ยวนี้ต้นของเพื่อนบ้านถูกตัดทิ้งไปหมดแล้ว เหลือเพียงต้นที่ปลูกไว้ในฟาร์ม)

มุมระเบียงบ้านด้านขวามือมี "กอบัว" และ "ดอกว่าน" ที่สวยหวานคือ "มาลัยทองคำ" เห็นรำไรคือ "นีออน"

มุมระเบียงบ้านด้านซ้ายมือมี "ไม้ใบ" และ บัวหลวงสีชมพู : "สัตตบงกช" รักหมดใจ : ดอกไม้ประจำจังหวัดอุบลฯ
"บัวอเมริกันสีชมพู" ดูสวยหวาน งามตระการอยู่ในท่อข้างบ้าน ด้านบูรพาทิศ

ปุยเมฆเรียงรายบนท้องฟ้า ต่ำลงมา...สีส้ม/แสดจัดจ้าคือ "หมวกจีน" หน้าบ้าน ที่บานทั้งต้น

"มะม่วงหาว" ต้นนี้หญิงซื้อต้นเล็กจากจตุจักร 80 บาทไปปลูก ต้นใหญ่ 500 บาทที่ชายซื้อแกรนตายไปแต่ปีมะโว้
ข้างบ้านด้านทิศตะวันตกมีต้น "พุดตานฮาวาย" ออกดอกสีเหลืองทองสดใส ใกล้เวลาร่วงโรยสีเจ้าพลันเปลี่ยนไป

ตะวันลาคราอัสดง "วางมือลงได้เวลาเลิกงาน" (ของเจ้าของฟาร์มชายหญิง เวลางานคนสวนคือ 06.30-10.30 น.)
ขอโบกมืออำลาด้วย “บุษบาลอยวารี" มี "บานเย็น"สลับสีดูสดใส แต่งแต้มด้วย "อัญชัน" พราวพิไล
ขอเชิญแวะชมพรรณไม้นานา ณ "ฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้" ใหม่ ... มีอีกมากมาย ที่ยังไม่มีโอกาสมาโชว์โฉม
แวะมาชมฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้ แล้ว ชุ่มชื่นใจครับ
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณ "คุณต้นกล้า" มากนะคะ ที่เข้ามาให้กำลังใจในบันทึกนี้เป็นท่านแรก ได้แวะไปอ่านบันทึกเส้นทางสายนาดำ ตอนที่ 4.1 และ 4.2 ของคุณต้นกล้า ด้วยความสนใจและประทับใจมาก และได้ฝากคำถามไว้ในบันทึก 4.1 ด้วย ถ้าพอมีเวลากรุณาตอบด้วยนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
เพิ่งจะกลับจากพังงาไม่ใช่เหรอคะ "น้องคิม" ไม่พักเลยเหรอ ทรหดจังเลย เมื่อคืนพี่ดูรายการ "ที่นี่หมอชิต" ทาางช่อง 7 (การดูทีวีของพี่จะเป็นการฟังมากกว่า เพราะจะทำงานเอกสารใน Notebook ไปด้วย พี่แยกประสาทการรับรู้ได้ โดยได้ทำเช่นนี้มาตั้งแต่ปี 2538 แล้ว คือในขณะที่ทำงานอื่นก็จะเปิด TV เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งเลือกและบันทึกรายการ TV ที่สัมพันธ์กับบทเรียนไปเป็นสื่อในการจัดการเรียนรู้ด้วยในเวลาเดียวกัน) ในรายการดังกล่าว "คุณสัญญา คุณากร" พิธีกรรายการและทีมงาน ได้ไปเยี่ยมบ้านและสัมภาษณ์ "ดร.เสรี วงศ์มณฑา" ซึ่งท่านบอกว่า จะนอนวันละประมาณ 4 ชั่วโมง (มีเวลานอนพอๆ กับพี่ ท่านอายุมากกว่าพี่ประมาณ 2 ปี) แล้วพิธีกรถามว่า เวลาไปทำงานไม่เหนื่อยไม่เพลียหรือ ท่านก็บอกว่า "ไม่เหนื่อยเพราะชอบทำงาน" ถ้าไม่ได้ทำสิจะเพลีย ทำให้นึกถึงทีมจัดค่ายของน้องคิม เข้าใจว่า ความสุขและความปลื้มปิติที่ได้ทำให้คนอื่นมีความสุขมั้ง ที่ทำให้สมาชิกของทีม มีพลังเหลือเฟือราวกับจะเหน็ดเหนื่อยไม่เป็น ยังจำได้ว่า "ท่านวอญ่าฯ" บอกว่า "การทำงานคือการพักผ่อน" ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารักมากนะคะ
พี่เข้าใจว่าน้องกลับจากจัดค่ายวันที่ 6 แล้วเอาเวลาที่ไหนไปช่วยงานโรงเรียน ขยายความหน่อยได้ไหมคะว่า ที่ว่าช่วยงานโรงเรียนนั้นทำอะไรบ้าง เผื่อพี่จะได้แนวทางในการนำไปใช้เมื่อพี่เกษียณฯ (ปี 55)
รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีต้อนรับ "แฟนบล็อก" คนใหม่เป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณที่น้องบอกว่า "ภาพสวยได้ใจ" สำหรับ Blog ของน้องได้ไปอยู่ใน Plannet "Well-being" ของพี่เรียบร้อยแล้วค่ะ (เป็น Plannet ที่ใช้รวบรวม Blog ที่เขียนบันทึกเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพและมีคุณค่า)
วันนี้พ่อใหญ่สอจะเข้าไปส่งมะม่วงในเมือง พี่บอกให้แกถ่ายภาพต้นกล้าที่เพาะไว้ไปให้ดูด้วย กำชับให้ถ่ายวันนี้ เพราะเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่ามมาพี่ไม่ได้ออกไปฟาร์ม อยากเห็นว่าต้นกล้าโตขึ้นมากแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้น "ถั่วญี่ปุน" เพราะต้นอื่นๆ พี่ดูออก ที่ไม่แน่ใจคือต้นถั่วอย่างที่ถามน้องคิมไปแล้ว
ขอให้มีความสุขทุกๆ วันนะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
ขอบคุณมากนะคะ "น้องคิม" ที่แวะมาคุย ดีจังค่ะที่อ่านหนังสือทุกประเภทสัปดาห์ละ ๒ เล่ม พี่จะนำไปยกตัวอย่างในบันทึกต่อไปของ Blog "Learntoknow" ที่จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับ "การรักการอ่าน" รวมอยู่ด้วย และจะยกตัวอย่างให้นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (5 ปี) ฟัง ว่าคนที่รักการอ่านนั้นคือคนที่อ่านเพราะอยากอ่าน และมีความสุขที่ได้อ่านโดยไม่ต้องให้สิ่งภายนอก (เช่น การสอบ) มาเป็นตัวกระตุ้น เพราะนักศึกษาทุกสาขาส่วนใหญ่จะไม่รักการอ่าน
ภาคเรียนนี้พี่ได้รับมอบหมายให้สอนวิชา "จิตวิทยาสำหรับครู" 3 หมู่เรียนๆ ละ 4 คาบ เดี๋ยวนี้เขาใช้ระบบการลงทะเบียนเรียนแบบ "Online" อธิการบดีบอกในวันประชุมคณาจารย์ฯ (1 มิ.ย.) ว่า มหาวิทยาลัยกำหนดให้นักศึกษายืนยันการลงทะเบียนให้เสร็จสิ้นในวันที่ 3 มี.ค. เพราะเริ่มการเรียนการสอนในวันที่ 6 มิ.ย. พี่เช็คทางเน็ทเมื่อเช้านี้พบว่าพี่มีตารางสอนวันพุธ พฤหัสฯ และศุกร์ นิเทศวันจันทร์ วันอังคารทำงานอื่น เช่น วิจัย เป็นต้น แต่เช็คการลงทะเบียนของนักศึกษาแล้วพบว่าห้องทีเรียนวันพุธกับพฤหัสฯ ซึ่งเรียนภาคเช้า มีนักศึกษาลงทะเบียนเต็มห้อง (ระบบล็อคไว้ 50 คน) แต่วันศุกร์ที่เรียนจนถึงเย็นมีนักศึกษาลงแค่ 17 คน (นักศึกษาจะไม่ชอบเรียนบ่ายวันศุกร์เพราะเขามักจะกลับบ้านกัน) พี่โทรฯ ถามรองผอ.ฝ่ายหลักสูตร ท่านบอกว่าการลงทะเบียนจะสิ้นสุดจริงๆ ในวันที 20 มิ.ย.โน่น ก็เลยไม่รู้ว่าห้องวันศุกร์จะเปิดไหมเพราะถ้านักศึกษาน้อยกว่า 25 คนพี่ก็จะขอยุบ แล้วเขาก็จะไปเพิ่มจำนวนักศึกษาที่ออกนิเทศให้เป็นการชดเชย
โรงเรียนในหมู่บ้านที่ตั้งฟาร์มเป็นโรงเรียนขนาดเล็กมีนักเรียนประมาณ 50 คนเท่านั้น เปิดสอนชั้นอนุบาลถึงป. 6 แต่มีครูรวมผอ.แค่ 4 คน ครูไม่ครบชั้น บ้านที่เขามีฐานะหน่อยเขาจะส่งลูกไปเรียนที่อื่น อดีตผอ.และครูคนหนึ่งก็เป็นลูกศิษย์ของพี่ พ่อใหญ่สอเป็นประธานกรรมการสถานศึกษา แกมอบเงินสนับสนุนโรงเรียนปีละ 5,00 บาท แจกรองเท้านักเรียนทุกคนและมอบขนมนมเนยให้เด็กในวันเด็กและวันปัจฉิมนิเทศนักเรียนที่สำเร็จการศึกษา มอบไก่บ้าน ปลา ให้โรงเรียนนำไปเลี้ยง และมอบกิ่งพันธุ์แก้วมังกรให้นำไปปลูก แต่กี่ปีกี่ปีพี่ก็ไม่เห็นมันโต พี่เองก็สนับสนุนตำรา เอกสารวิชาการ และสื่อการสอนที่พี่ผลิตขึ้น พ่อใหญ่สอเคยแจ้งความจำนงว่าจะไปช่วยสอนงานเกษตร แต่ผอ.ที่ย้ายมาใหม่ภาคเรียนที่แล้วไม่รู้จะยังไง เพราะเห็นว่ายังไม่เคยประชุมกรรมการสถานศึกษาเลย พ่อใหญ่สอจะมีปัญหาด้านการสื่อสารกับชาวบ้าน เพราะแกเป็นคนอยุธยา แม้จะเป็นอาจารย์วิทยาลัยครูอุบลฯ มาตั้งแต่ปี 2514 แต่แกก็ไม่ค่อยเข้าใจภาษาอีสานเพราะไม่ยอมเรียนรู้ เวลาประชุมชาวบ้าน หรือประชุมคณะกรรมการต่างๆ ซึ่งแกเป็นที่ปรึกษา เขาก็ใช้ภาษาอีสานกันเลยคุยกันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง พี่จะบอกให้แกทราบถึงกำลังใจที่น้องมอบให้แก วันนี้ส่งมะม่วงแล้วแกกับพี่ก็ไปขอต้นไม้ที่สวนรุกขชาติเพื่อนำไปปลูกที่วัด (เดิมบ้านนี้ไม่มีวัด แกได้ซื้อที่ 7 ไร่รวมกับเจ้าของที่ให้อีก 7 ไร่ สร้างวัด แต่จนเดี๋ยวนี้เรื่องการถวายที่ให้วัดก็ยังไม่เกิดขึ้น เพราะมีปัญหาโฉนด ตอนที่แกซื้อพี่ไม่ได้ไปด้วยแต่พอมีปัญหาแกจะให้พี่ไปแก้ ชาวบ้านเล่าว่าเวลามีงานที่วัด น้องชายของเจ้าของที่จะมาเป็นพิธีกรและจะพูดทุกครั้งว่าพี่สาวถวายที่สร้างวัด 14 ไร่ไม่ได้พูดถึง 7 ไร่ที่พ่อใหญ่สอซื้อด้วยเงินสองแสนกว่าเลย) พี่ขัดใจที่แกไม่ได้ถ่ายรูปต้นกล้าที่เพาะไว้ไปให้พี่ดู ทั้งที่ย้ำแล้วย้ำอีก
พี่เป็นคนหนึ่งที่ชอบงานวิจัยชุมชน พี่เคยได้รับทุนจากสำนักงานคณะวิจัยแห่งชาติให้ดำเนินการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (ในท้องที่ชนบท) ซึ่งพี่ได้ดำเนินการในรูปแบบของ "โครงการบ้านโรงเรียนร่วมใจ" ภายหลัง ดร.อมรวิชช์ นาคร ทรรพ จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และทีมชอบใจโครงการนี้ ได้ให้พี่เขียนโครงการวิจัยเพื่อขยายผล แต่ตอนนั้นพี่เรียน Ph.D ที่ออสเตรเลียอยู่ด้วยก็เลยไม่มีเวลาดำเนินการ ถ้าน้องทำวิจัยชุมชนคงได้แลกเปลี่ยนกันนะคะ
ขอบคุณครู Noktalay มากนะคะที่แวะเยี่นม "ฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้ และให้กำลังใจ
สวัสดีค่ะ
ว่าจะมาถามอาจารย์แม่ว่า ต้นข้างหลังภาพมะม่วงหิมพานต์ คือต้นอะไรครับ คล้ายเข็ม แต่ไม่ใช่ ไม่เคยเห็นครับ ชอบที่ฟาร์มไอดิน ต้นไม้หลากหลายมากๆ กล้าต้นตะคึก โตหรือยังครับ
"ลูกขจิต" นี่ เคลื่อนที่เร็วจริงๆ น้า เมื่อเช้านี้อาจารย์แม่เพิ่งเอาลูกไปนินทากับ "ลูกแผ่นดิน" (อาจารย์แม่ได้ลูกชายอีกคนแล้ว ไม่รู้ใครเป็นพี่ใครเป็นน้อง อยากรู้เหมือนกันนะว่าอยู่ในโลกนี้มานานเท่าไหร่แล้ว เรียกให้เป็นพี่ลูกเอ๋เกิดอายุน้อยกว่าจะหน้าแตกเอา) ใน Blog Goaltoknow นินทาจบปุ๊บลูกขจิตก็โผล่ไป อาจารย์แม่คุยด้วยแล้วก็ปิดเครื่องไปทำงานอื่น เพิ่งมาเปิดไม่รู้ว่าลูกแว้บมาตั้งคำถามไว้ที่ Blog นี้แต่เช้า
เรื่องกล้าไม้ที่เพาะไว้อาจารย์แม่โกรธพ่อใหญ่สอไปแล้วเมื่อวานนี้ วานซืนบอกให้แกไปดูแลรดน้ำและฉีดสารสกัดชีวภาพป้องกันแมลง แกก็แจ้งว่าจัดการให้แล้ว เมื่อวานตอนเช้าก็บอกให้แกถ่ายภาพไปให้ดูก่อนออกจากฟาร์มแกก็รับปาก แต่พอเจอหน้ากันทวงถามแกก็บอกไม่มีเวลาถ่าย เฮ้อ! เสาร์หน้าอาจารย์แม่ต้องไปดูเองแล้วล่ะ จะยกกะบะไปดูแลเองที่บ้านในเมืองดีกว่า ตะคึกกะบวบน่ะอาจารย์แม่ดูออก แต่ถั่วญี่ปุ่น ยังไม่ชัด ให้น้องคิมดูภาพแล้วเธอว่า "ใช่ต้นถั่ว" ตอนนี้คงโตมากแล้ว ใช่ไม่ใช่ก็ต้องชัดเจนแล้วล่ะค่ะตอนนี้ ต้นไม้ที่ฟาร์มหลากหลายเพราะอาจารย์แม่เห็นต้นอะไรที่ยังไม่มีและดูดี จะซื้อ-หาไปปลูกทันที ไปไหนก็สอดส่ายสายตาหาแต่ต้นไม้ แต่ที่ตายไปก็มากอย่างที่เคยเล่าให้ฟังไปแล้วนั่นแหละค่ะ
ไปกทม.วันที่ 28 มี.ค. -3 เม.ย. ก็ไปสวนจตุจักรซื้อหน่อกล้วย และไม้อื่นๆ ไปปลูก รวมทั้ง "รักแรกพบสีชมพู" (ต้นละ 70 บาท เห็นไหมคะต้นเล็กๆ ระหว่างโป๊ยเซียนกับ "รักแรกพบสีส้ม") อยากได้ครบทุกสีแต่คิดว่าถือกลับไม่ไหวเลยซื้อไปสีเดียว ลูกขจิตนี่ช่างสังเกต และอยากรู้อยากเห็นเรื่องต้นไม้ถูกใจอาจารย์แม่จริงๆ ต้นที่ถามถึงก็คือ "รักแรกพบนั่นเองค่ะ" เป็นต้นไม้ท้องถิ่นของออสเตรเลีย มีสีเหลืองและแดงด้วย ที่อุบลฯ ขายแพงมาก ตอนที่อาจารย์แม่ซื้อสูงครึ่งหนึ่งของที่เห็นในภาพต้นละ 250 บาท ดอกที่เห็นอยู่นี้เป็นชุดใหม่ อาจารย์แม่อ่านในเว็บมีคนบ่นว่าปลูกตั้งนานไม่ยอมออกดอกแต่ต้นของอาจารย์แม่ไม่เห็นต้องรอนาน แต่ก็แปลกเหมือนกันนะคะอย่างมาลัยทองคำ คนที่ซื้อไปก็จะกลับไปบ่นกับคนขายว่าพอดอกชุดที่เห็นตอนซื้อร่วงหมดแล้วก็ไม่ยอมออกดอกอีกเลย คนขายก็บอกให้ถามเคล็ดลับที่อาจารย์แม่เพราะต้นที่อาจารย์แม่ซื้อไปปลูก ออกดอกตลอดปี ทุกปีตั้งแต่ปลูกมา 5-6 ปีไม่เคยมีเวลาไหนที่จะไม่มีดอกบนต้น สงสัยเป็นเพราะอาจารย์แม่ดูแลพูดคุยทักทายกับเขาเป็นประจำมังคะ ไม่ได้พูดเล่นนะ เคยดู TV มีงานวิจัยของฝรั่งเศส พบว่าต้นไม้ที่ปลูก ควบคุมตัวแปรทุกตัวให้เหมือนกันในกลุ่มควบคุมกับกลุ่มทดลอง ยกเว้นตัวแปรที่ต้องการศึกษา คือ การสนทนาพูดคุยด้วย ผลการศึกษาพบว่า ต้นไม้ในกลุ่มทดลองที่ผู้ทดลองพูดคุยด้วยเจริญเติบโตได้ดีกว่าต้นไม่ในกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับการสนทนาพูดคุย แปลกดีนะคะ (สังเกตว่าภาพไม่ค่อยชัด เพราะถ่ายตอนกล้องเริ่มมีอาการไม่ดี จากนั้นไม่นานกล้องก็ใช้ถ่ายไม่ได้)
ผมน่าจะเป็นรุ่นพี่น้องเอ๋ เพราะผมชื่อเล่นว่า แอ๊ด ฮ่าๆๆ เกี่ยวกันไหมเนี่ย...
ชื่อเล่นว่า "แอ๊ด" จะเป็นพี่ของ "เอ๋" ได้ยังไงคะ "ลูกขจิต" อาจารย์แม่เปิดพจนานุกรมดูแล้ว "สระเอ" มาก่อน "สระแอ" เพราะฉะนั้น "น้องแอ็ด" ต้องเรียก "พี่เอ๋" ถึงจะถูก...ฮิฮิฮิ...นี่มาชวนอาจารย์แม่เล่นอะไรกันก็ไม่รู้ บุคคลที่ถูกพาดพิงเขาไม่ได้รู้เห็นด้วย ถ้าจะบอกว่า "เออ! แม่มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง ก็จะถูกเธอแซวเอาอีกว่า "เรื่องลูกขจิต" ของแม่ใช่ไหมล่ะ
ช่วยขยายความหน่อยนะคะ ภาพหมู่ (ภาษาสปป.ลาวเขาใช้คำว่า "แหกตาสามัคคี") นั้นเป็นกิจกรรมของโครงการอะไร ดำเนินการที่ไหน เมื่อไหร่ แล้วบุคคลากรในนั้นมาจากหน่วยงานไหนบ้าง ทำไมถึงได้ไปทำกิจกรรมด้วยกัน (เพิ่งเห็นว่าลูกแผ่นดินนั่งติดกับลูกขจิต สาวๆ ตอบหน่อย ลูกชายอาจารย์แม่พี่หรือน้องหล่อกว่ากัน) สงสัยเห็นชุดคำถามแล้วลูกขจิตคงคิดว่ารู้งี้ไม่ส่งรูปให้ดูดีกว่า อาจารย์แม่ก็เป็นคนยังงี้แหละ อยากรู้ในทุกๆ เรื่อง ยกเว้นเรื่องชาวบ้าน ในอดีตอาจารย์ผู้หญิงที่ทยอยเกษียณไปหมดแล้ว (อาจารย์ในสาขาจิตวิทยาฯ ที่อยู่สถาบันนี้มานานเหลืออาจารย์แม่เป็นคนสุดท้าย อีก 2 ท่านเพิ่งย้ายมาจากเขตการศึกษา 10 และโรงเรียนมัธยม) มักจะมานั่งทานอาหารเที่ยงกันอยู่ที่โต๊ะกลางของสาขา และคุยเรื่องคนนั้นคนนี้เป็นที่สนุกสนาน ทั้งยังเปิด TV เสียงดังดูละครและสนทนากันเรื่องละคร อาจารย์แม่ต้องใช้สมาธิมากในการทำงาน
ตอนบ่ายวันนี้พ่อใหญ่สอบอกว่า ถ่ายรูปต้นกล้าให้แล้ว พรุ่งนี้จะเอาไปให้ดูเพราะจะเอามะม่วงไปส่ง (ค่อยยังชั่ว) ว่าจะยกกระบะเพาะไปดูแลเองเพิ่งนึกได้ว่ายกไปไม่ได้เพราะเป็นยางรถยนต์ ด้านล่างเปิด แล้วจะส่งรูปมาให้ดูนะคะ ใช้คำว่า "ดูตะคึกงอก" น่ะไม่ถูกนะคะ เพราะเคยให้ดูภาพที่งอกไปเล้ว ลูกขจิตยังบอก "เย้เย้ ดีใจตะคึกงอกแล้ว" เลย ต้องบอกว่า "ดูตะคึกโต" อย่าคิดว่าอาจารย์แม่แก่แล้วจะเลอะเลือนหลงลืมนะ ใช้สมองอยู่ตลอด ไม่เป็นโรคอัลไซเมอร์ง่ายๆ หรอก
เอ! รักแรกพบน่ะไม่มีกลิ่นนะคะ แล้วไปอยู่ในสวนไม้หอมของมหาวิทยาลัยได้ยังไง หรือว่าเป็นพันธุ์พิเศษ
อาจารย์แม่ว่า ที่ไก่มันหลับตาน่ะมันง่วงต่างหาก แถวบ้านอาจารย์แม่ยังไม่เห็นมีใครเปิดเพลงให้ไก่ฟังนะคะ แต่อาจารย์แม่เคยดูรายการเกษตรเขาบอกว่าไก่ที่ได้ฟังเพลงจะออกไข่มากขึ้นกว่าตอนที่ไม่ได้ฟังเพลง แล้วแถวบ้านลูกขจิตน่ะเขาสอบถามหรือเปล่าว่าพวกไก่ๆ น่ะเขาชอบฟังเพลงประเภทไหนกัน ลูกขจิตเองชอบร้อง/ฟังเพลงบ้างหรือเปล่า ถ้าชอบ ชอบเพลงแนวไหน เอ! นี่ถามมากไปหรือเปล่า ไม่รู้ล่ะ ถามไปแล้ว ตอบให้ครบถ้วนนะคะ ไม่งั้นสอบไม่ผ่านไม่รู้ด้วย
สวยมากๆ ชอบมากค่ะ
ขอบคุณมากนะคะ Krukorkai ที่มาแวะชมดอกไม้ในฟาร์ม และให้กำลังใจผู้ปลูก-ดูแลดอกไม้ โอกาสหน้าแวะมาอีกนะคะ ยังมีพันธุ์ไม้อีกมากมายที่ยังไม่ได้พา Krukorkai ไปชม
สวัสดีค่ะ พี่สาวคนเก่งน้องร่วมโลกตัวป่วนแวะเวียนมากวนโอ๊ยอีกแล้วล่ะเนอะเหอๆๆๆ
โรงเรียนน้องหรือคะเล็กม๊ากเด็ก 57 คน ผอ.1 ข้าราชการครู6 พนักงานราชการ 1 พนักงานบริการ 1 รปภ.1 เปิดอนุบาล 1 และ2
ประถมฯก็ป.1ถึง 6
งานสอนก็ดูว่าจะสบายเด็กน้อยแต่ที่ไหนได้ค่ะเด็กน้อยๆนี่แหละที่ทำให้ครูทุกคนไม่เว้นแม้แต่ผู้บริหารเหนื่อยได้ทุกวัน
เพราะเด็กที่ตกค้างอยู่โดยเฉพาะไทยพุทธเป็นเด็กที่ไม่สามารถเข้าไปเรียนโรงเรียนขนาดใหญ่ในตัวจังหวัดที่อยู่ห่างแค่ 13 กม.ได้
เพราะปัญหาจากสภาพครอบครัวเด็กหลายคนอยู่กับปู่ย่าตายาย พ่อไปทางแม่ไปทาง
เรื่องเรียนไม่รับแถมยังชอบสร้างปัญหาอีก มาที่นี่ใหม่ๆรับไม่ได้เลยค่ะกับพฤติกรรมก้าวร้าวพูดจาหยาบคายของเด็กที่นี่ คิดไว้เลยว่าจะต้องย้ายต่อล่ะ
แต่ตอนนี้ก็เริ่มชินและพยายามรับให้ได้ ก็คอยสังเกตพฤติกรรมของเด็กตลอดที่เขาอยู่กับเรา บางคนนี่ต้องพูดดีๆบางคนพูดดีทำดีก็แล้วเขาก็ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็ต้องเล่นบทโหดกันบ้าง
อยู่โรงเรียนเล็กๆงานอื่นๆเยอะกว่างานสอนเสียอีกค่ะ ยิ่งน้องเป็นครูวิชาการด้วยยิ่งแร๊งส์ งานวิ่งเข้ามาชนจนมึน555 เสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้หยุด สัปดาห์ที่แล้วชุมยาว วันอาทิตย์ที่ 5ที่ผ่านมาก็ไปประชุมเรื่องเกณฑ์การประเมิน การให้คะแนนสำหรับการคัดเลือพนักงาน ครูอัตราจ้าง ครูสอนศาสนาอิสลาม เพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย
เสาร์ที่ 11 นี่ก็ชุมอีกแล้วค่ะ พออังคารที่ 14 ก็ต้องเดินทางไปประชุมเชิงปฏิบัติการที่หาดใหญ่ต่อแล้วอีกล่ะค่ะ555
ผลการประเมินรอบ 1-2 ผ่านฉลุยค่ะแต่น้องยังไม่ได้ย้ายมาที่นี่ทีนะคะ555
ส่วนที่เดิมที่เคยสิงเป็นโรงเรียนขนาดกลางครูบวกพนักงานใกล้สามสิบ แต่ประเมินรอบ1 - 2 ตกทั้งสอบรอบ รอบแรกครูหัวหน้าวก.ขนเอกสารมาถ่ายเอกสารแจกให้ครูทำคนละสองสามลังกร๊ากทำกับจนเกือบอาเจียน
จนพี่เขาครบ60 ปีก็ออกไปน้องใหม่ย้ายมาก็ยกตำแหน่งหัววก.ให้อีก คราวนี้ทำแบบสบายเอาเอกสารเท่าที่มีที่ทำจริงๆก็ยังไม่ผ่านอีก
ส่วนน้องงานอื่นๆตอนโน้นก็ทำแต่งานห้องสมุดกับสอนทัศนศิลป์บ้างการงานบ้าง วิทย์บ้าง คณิตก็เจอเวลาไม่มีครูเอกไหนก็ต้องไปสอนแก้ขัดไปได้เรื่อยๆ อยู่ไปอยู่มาก็เบื่อโรงเรียนที่ครูเยอะเด็กแยะ
เลยย้ายมาลงที่เล็กๆเลยได้เจอเลยสิ่งแปลกๆที่แตกต่างไปจากโรงเรียนเล็กที่เคยสอนที่แม่ฮ่องสอนและที่อำเภอบันนังสตา
โรงเรียนเล็กในอำเภอเมืองภาระงานมีให้ทำเหมือนโรงเรียนใหญ่และขนาดกลาง
งานมากคนน้อย
ถึงจะอ่อนล้าและเครียดกับภาระงานที่สุมเข้ามาๆเรื่อยๆ
ก็ต้องพยายามทำให้เสร็จจะดีไม่ดีผิดถูกอย่างไรก็ช่างหัวมัน
น้องกายที่รัก
มาคุยให้ได้หัวเราะอารมณ์ดีแต่เช้าเลย เธอนี่มีอาชีพประชุมราวกับเป็นผอ.เลยนะ ยังงี้ไม่ควรให้สอนแล้ว ให้รับ Jobs ประชุมและทำงานที่เกี่ยวเนื่องกับการประชุมก็คุ้มกับเงินเดือนแล้ว
ขอบคุณมากที่สละเวลาที่มีงานรัดตัวมาคุยและให้ข้อมูลพี่เกี่ยวกับบริบทของโรงเรียน นับว่าโรงเรียนของน้องโชคดีนะคะ มีนักเรียนแค่ 57 คน แต่มีบุคลากรถึง 10 คน เป็น 2 เท่าของโรงเรียนที่ตั้งฟาร์มของพี่ แถมยังมีครูที่เก่ง IT และอารมณ์ดีอย่าง "คุณครูเกษเกล้า" อีก
แต่เสียใจนะคะ ที่แม้นักเรียนคนนี้จะเก่ง ทำข้อสอบไป 2 ข้อได้คะแนนเต็ม แต่สอบไม่ผ่าน เพราะตอบข้อสอบไม่ครบทุกข้อ ว่างเมื่อไหร่ก็เข้ามาทำข้อสอบที่มีคะแนนมากกว่า 2 ข้อที่ตอบไปแล้ว เพิ่มเติมด้วยนะคะ ข้อที่ยังไม่ได้ทำ คือ
1) ตามมาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอก มาตรฐานด้านคุณภาพผู้เรียนมาตรฐานที่ 3.1 (ตามบันทึกของน้องกาย)โรงเรียนของน้องใช้อะไรเป็นเครื่องมือวัด
2) สองหน่อเรียนชั้นไหน ได้ช่วยงนอะไรแม่บ้าง และแม่ได้มีเวลาพูดคุยกับลูกๆ ตอนไหน
ดูตัวอย่างการตอบข้อสอบของ "ขจิต ฝอยทอง" สิ รายนั้นสอบผ่าน เพราะตอบครบทุกข้อ สงสัยจะเข็ดในการตอบคำถามไปอีกนาน
ขอให้มีความสุขใน Jobs ประชุมวันที่ 11 และ 14 นะคะ
ชวนอาจารย์ ไปชมบันทึกนี้ครับ