งานวิจัยที่สำคัญก็คือ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม

จากประสบการณ์ในการทำงานวิจัยทั้งระดับชุมชน ระดับวิชาการ ระดับแผนและนโยบาย และระดับองค์กรนานาชาติ/ต่างประเทศ มากว่า ๔๐ ปี ทำให้ผมคิดว่า ผมพอจะเห็นทิศทาง ว่าความก้าวหน้า พัฒนาการ ความต้องการของสังคม ความจำเป็น และช่องว่างของงานวิจัย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำงานวิจัยที่นักวิจัยคนไทยทำแบบวิ่งตามกระแสต่างชาติ เพื่อการตีพิมพ์เป็นหลักโดยไม่ดูความจำเป็นในการใช้งานจริงของสังคมไทยนั้น เป็นสิ่งที่เรากำลังหลงทางอย่างรุนแรง

เพราะต่างชาติส่วนใหญ่ ทุกประเทศ เขามีวัฒนธรรมการใช้ความรู้แตกต่างจากของไทยมากพอสมควร

ทำให้งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารต่างๆ นั้น ส่วนใหญ่ใช้ในการอ้างอิงกันไปมาในกลุ่นักวิชาการ แทบจะไม่มีการนำมาใช้งานจริง และ แทบไม่มีการตรวจสอบว่าสามารถนำมาใช้งานจริงได้หรือไม่

ที่อาจถือเป็นความสูญเปล่าระดับหนึ่งของงบประมาณในการทำงานวิจัยของไทย

และจากประสบการณ์ในการทำงานวิจัยกับชุมชนมาตลอดช่วงกว่า ๓๐ ปีที่ผ่านมานั้น พบปัญหาสำคัญของชุมชน ที่ต้องการความช่วยเหลือจากนักวิชาการ (แต่ก็แทบไม่มีนักวิชาการ หรือหน่วยงานให้ทุนให้ความสนใจ) ดังนี้

  • หนี้สินเพิ่ม ทรัพย์สินลด
  • ทรัพยากรเสื่อมโทรม
  • การใช้สารเคมีและสารพิษทางการเกษตร
  • อพยพแรงงาน ระบบครอบครัวอ่อนแอ คนแก่เลี้ยงหลาน
  • ถูกเอาเปรียบและขาดทุน จากการพึ่งพาปัจจัยจากภายนอกมาก
  • ความรู้ไม่พอใช้ ไม่ทันสมัย ไม่ทันเหตุการณ์ วิ่งตามกระแส
  • ขาดการวางแผนชีวิตที่เหมาะสมกับสถานการณ์
  • ขาดความภาคภูมิใจในชีวิต และศักดิ์ศรีของตนเอง
  • ฯลฯ

ดังนั้น งานวิจัยที่คนไทยส่วนใหญ่ต้องการใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตในปัจจุบัน ก็ ได้แก่

  • การจัดการหนี้สิน ลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย ลดการกู้ ลดการจำนอง จำนำ ลดการขาย และลดโอกาสการสูญเสียที่ดิน ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ
  • การพัฒนาทรัพยากรดิน น้ำ พันธุ์พืชอย่างยั่งยืน ลดการใช้สารพิษ พัฒนาแหล่งอาหารธรรมชาติ อาหารปลอดสารพิษ เกษตรอินทรีย์
  • ลด ละ เลิก การใช้สารพิษ สารเสพติด สารเคมีต่างๆ ทั้งในชีวิตประจำวันและทางการเกษตร ที่ต้องพึ่งภายนอก ถูกเอาเปรียบได้ง่าย และทำลายระบบทรัพยากรธรรมชาติ
  • สนับสนุนการจัดการความรู้ ใช้ความรู้ที่ทันสมัย ทันเหตุการณ์ และทันคน ไม่ถูกหลอก หรือเอาเปรียบ จากการโฆษณาหลอกลวง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
  • การออกแบบชีวิต การวางแผนชีวิต ที่สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่ทันคน ทันสมัย ทันเหตุการณ์
  • การพัฒนาความภาคภูมิใจในการพึ่งพาตนเอง การพัฒนาครอบครัวที่อบอุ่น สุขภาวะ สุขภาพ และความสุขที่ยั่งยืน
  • ฯลฯ

นี่คือตัวอย่าง อย่างง่ายๆ เป็นเบื้องต้น เพื่อการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน ตามประเด็นปัญหาที่พบจากการทำงานจริงๆ ในการทำงานวิจัยกับเครือข่ายปราชญ์และชุมชน

หวังว่านักวิจัยทั้งหลายจะช่วยกันทำงานวิจัยอย่างทุ่มเท และเสียสละประโยชน์ส่วนตัวบางส่วน เพื่อการจรรโลงประเทศไทย ไว้ให้คนไทยนะครับ

ขอขอบพระคุณแทนคนไทยทุกคนครับ

สวัสดีครับ