การสรุปบทเรียน ประเมินผลอย่างมีส่วนร่วม และจัดการความรู้พหุภาคีเครือข่ายการสร้างเสริมสุขภาพโรงเรียนทันตแพทย์สร้างสุข วันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2553 ณ โรงแรมทวินทาวเวอร์ กรุงเทพฯ

ismile
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
บันทึกการสังเกตการณ์ โดย อ.ทพญ.ดร. จรัญญา หุ่นศรีสกุล คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์

17/11/2553: 9.10-10.30 . พิธีกึ่งทางการเบื้องต้น เปิดรับ เปิดใจ ใส่สัมพันธ์  

  • รศ. วิรัตน์ สร้างบรรยากาศผ่อนคลายเป็นกันเองและมีความสุข โดยการตั้งคำถาม ชวนหัว ชวนคิด
  • ผศ. จรินทร์ ขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน ย้อนความ ที่มาของ ทพสส ตั้งแต่ระยะที่ 1- 2 เป้าหมายและทิศทางในอนาคต เสมือนการวางไข่จากปัจจุบันสู่อนาคต ประเด็นที่จะเป็นกลุ่มเครือข่ายต่อไปเมื่อสิ้นสุดระยะที่สอง ได้แก่ คลินิกทันตกรรมสร้างสุข สุขภาพของผู้สูงอายุ การเรียนรู้ที่เป็นสุข ลูกรักฟันดี เริ่มที่ซี่แรก เครือข่ายนิสิตนักศึกษาทันตแพทย์จิตอาสา
  • รศ. สัมพันธ์ เสริมเรื่องที่มาของโครงการ ขอบคุณกรรมการในชุดต่างๆที่มีส่วนในการขับเคลื่อนเป็นอย่างยิ่ง
  • รศ. วิรัตน์ ระบุเป้าหมายของการประชุมในวันนี้ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ จากสิ่งที่เราได้ดำเนินการมาแล้ว และมีความสุขในการเรียนรู้ร่วมกัน

 

10.30-11.40 .

กิจกรรม :   เปิดประเด็น เห็นกติกา นำพาความรื่นรมย์ ความงาม ความดี

อ. อุทัยวรรณ เกริ่นนำ และแนะนำวิทยากร อ. บดินทร์

อ. บดินทร์ แนะนำตนเองเบื้องต้น และสอดแทรกแนวทางการดำเนินกิจกรรมโดยรวม

  • กล่าวสวัสดี เชิญชวนเข้าร่วมประชุม สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย หัวเราะ สอดแทรกข้อคิดระหว่างการดำเนินแต่ละกิจกรรม
  • ขอให้พวกเราแนะนำตัวเอง โดยกล่าวว่า สวัสดี ค่ะ/ครับ ผม/ชื่อ… ไม่มีปัญหา      หูจมูกปากตา  หูจมูกปากตา ไม่มีปัญหา (วิทยากรสาธิต) จากนั้นให้แต่ละคนแนะนำตัวเอง
  • เอาเก้าอี้ส่วนเกินออก (ถามว่าใครอายุน้อยกว่า 35 ปี แสดงว่าเป็นผู้มีพลัง ช่วยยกเก้าอี้ออกหน่อยครับ)
  • จัดเก้าอี้เป็นรูปตัวยู โดยวิทยากรนับเลข 1-20 โดยขอให้ผู้เข้าร่วมไม่ใช้เสียงในการจัดเก้าอี้
  • ในการมาร่วมกิจกรรมนั้น เราอาจมีความคุ้นชินที่สืบเนื่อง ที่อยากให้พวกเราสลัดทิ้งเพื่อเปิดการเรียนรู้อย่างเต็มที่ (กล่าวถึงการวาดภาพตั้งแต่วัยเด็ก ที่มีลักษณะคล้ายกัน มีภาพภูเขา พระอาทิตย์ นกบิน ต้นมะพร้าว บ้าน ฯลฯ)
  • ในการทำงานอย่าคำนึงถึงข้อจำกัดมากเกินไปและใช้การขอร้อง เชิญชวน แทนการใช้คำสั่ง (ยกตัวอย่างการให้นั่งโดยคนด้านขวามือเป็นคนละเพศกัน แม้ว่าจะมีจำนวนผู้ชายน้อยกว่าผู้หญิง)

 

อ. บดินทร์กล่าวถึงหากเราเข้าร่วมกิจกรรมโดยทั่วไป เรามักมีการเริ่มต้น จะมีคำว่า อ้อ (แค่นี้)เหรอ แต่ทำอย่างไรจะให้เกิดคำนี้ …อย่างนี้ก็มีว่ะ เช่น ถ้าพูดคำว่าหนึ่งให้จับนิ้วชี้ของเพื่อน ในขณะเดียวกันก็ต้องหนีจากการจับของเพื่อน โดยทั่วไป คนจะรู้จักหรือเคยเล่นเกมมาแล้ว แต่ในครั้งนี้ จะให้ทำก็ต่อเมื่อ วิทยากรพูดคำว่า “หนึ่ง” โดยสอดแทรกการเล่าเรื่องไปในตัว เช่น กาลครั้งหนึ่ง (จับ-หนี นิ้ว) มีชายคนนั้น …

(เสนอแนะว่า การนำของเก่ามาปรับปรุงเพิ่มเติม นวัตกรรมคือการปรับปรุงจากสิ่งเดิมก็ได้ ไม่จำเป็นต้องสิ่งใหม่)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน i-smile



ความเห็น (9)

เขียนเมื่อ 

บันทึกการวังเกตการณ์ (ต่อ)

กิจกรรม: จับกลุ่ม 5 คน บนความอาทร

ให้เลือกมองคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ถ้าวิทยากรพูดคำว่า 1, 2 2 ให้ต่างคน ต่างไปหาคู่ของตน (สอดแทรก อาจมีบางคนผิดหวังครั้งแรก) แต่ถ้าไม่ได้ให้ไปหาคู่ใหม่ ให้หันหน้าเข้าหากันและสบตา ให้จับส่วนต่างๆของคู่ จับ มือ แขน ไหล่ หัวใจ (ตัวเอง) แล้วยิ้มให้แก่กัน

วิทยากรพูดว่า 1,2 4 พาคู่ไปหาเพื่อนอีกคู่ จับมือ แขน ไหล่ แล้วจับหัวใจ แล้วยิ้มให้แก่กัน

วิทยากรพูดว่า 1,2, 5 จากเดิมพาคู่มา ต้องมาแยกจากกัน กลายเป็นกลุ่มละ 5 คน ให้แต่ละคนไปหยิบปากกาคนละหนึ่งด้ามและกระดาษซาละเปา (สอบถามการแพ้กลิ่นปากกาก่อนดำเนินกิจกรรม)

กติกา ในแต่ละกลุ่ม จะเปลี่ยนทำหน้าที่เป็น FA จากนั้นให้ถือเฉพาะปากกาไป โดยย้ายกันทั้งกลุ่ม

ให้เขียน สั้นๆ กระชับ จากนั้น FA ให้แต่ละคน เล่าขนาดพอเหมาะ

รอบแรก:ให้แต่ละท่าน เขียนขึ้นมาว่า ในหน่วยงานของท่าน มีอะไรดีบ้าง เขียนเพียงคนละประเด็น อาจซ้ำกันก็ได้ เขียนตำแหน่งใดก็ได้ ให้เล่าสั้นๆ ย้ายกลุ่ม ให้นำปากกาไปด้วย

รอบที่สอง: อ่านของเพื่อน และเพิ่มประเด็นใหม่ของแต่ละคนในกระดาษของกลุ่มใหม่ เล่าสั้นๆ ย้ายกลุ่ม

รอบที่สาม : อ่านของเพื่อน เพิ่มเติมสิ่งดี ที่ไม่ซ้ำกับสองครั้งที่ผ่านมา

รอบที่สี่: อย่าเพิ่งเขียน รอบนี้จะไม่เขียนข้อความ ให้วาดภาพ สิ่งดี ไม่เน้นความสวย เน้นที่คุณค่าของการอธิบาย/เล่าประกอบ เล่าสู่กันฟัง

รอบที่ห้า : ให้อ่านของเพื่อน แล้วเซ็นชื่อพร้อมวงเล็บ ชื่อจริงของตนเองเอาไว้ เมื่อเสร็จแล้ว ให้หันหน้ามาที่จอ

วิทยากร ถาม:จากกิจกรรมนี้ พวกเราเกิดการเรียนรู้อะไรบ้าง

วิทยากรสรุป: เราเริ่มต้น จากความสมหวัง ความผิดหวังในการจับคู่ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม เราจะเริ่มนำความดีมาคุยกัน ไม่ว่าความดีจะอยู่ที่ไหน ก็เป็นความดี ดีของท่านไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็ยังเป็นความดี แม้ว่า ตัวเองจะเริ่มไว้ที่หนึ่งแต่อาจจะไปจบที่ใดก็ได้ (เหมือนที่เราจะเซ็นที่ในกระดาษของใครก็ได้) ความดีของเราอาจไปปรากฎที่ใดก็ได้ เราอาจไปร่วมรับรู้ได้เห็นความดีของที่ใดก็ได้ (ไม่ยึดติดว่าจะต้องได้รับผลจากความดีของตนเองคืนสู่ตัวเอง และเราสามารถรับรู้ความดีที่ใดๆก็ได้ แม้ว่าจะไม่ใช่ของเรา)

กิจกรรม: สัมพันธ์ A-B

ให้เลือกคนอื่นๆ ไว้ในใจจำนวน 2 ท่าน โดยไม่ทำให้เพื่อนรับรู้ อย่ากระโตกกระตาก ให้กำหนดท่านแรกที่เลือกเป็น A อีกคน เป็น B กระบวนการจะเริ่มต้นจากการเคลื่อนไหว ช้าๆเดินด้วยสติ ไม่ต้องวิ่ง ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวส่วนใด พยายามเคลื่อนไหวให้ใกล้ A มากที่สุด และหนีห่าง B มากที่สุด โดยอย่าให้เขารู้ตัว ถ้ากลั้นหัวเราะไม่อยู่ ให้หลับตา ตามลมหายใจ 3 รอบ (ฮาๆ บางทีคนที่เราเลือกว่าเป็น B อาจจะกำหนดเราเป็น A ก็ได้) ดำเนินกิจกรรมประมาณ 2-3 นาที

ข้อคิดจากกิจกรรม: ในสังคมเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าจะชอบไม่ชอบ เราก็อยู่ในสังคมเดียวกัน ขอให้เรามีความสุขในการอยู่ร่วมกัน

ทานข้าวประมาณ 11.30 กลับมา 12.30

เกม ผู้นำ ผู้ตาม

กิจกรรม: ให้ผู้เข้าร่วม ร่วมกลุ่ม 5 คน ทำท่าต่างๆ โดยผลัดกันเป็นผู้นำท่าทางครั้งละหนึ่งคน ที่เหลือทำท่าตามนั้น

ข้อคิดจากกิจกรรม: การยอมรับความเป็นผู้นำ ปรับตัวเองเป็นผู้นำ ผู้ตาม

เกม ความสุข..สร้างพลัง

มือซ้ายนิ่ง มือขวาหมุนวน มือขวาตบมือเพื่อนเบาๆ 1 ครั้ง ตบ ตบขาขวาตนเอง ขาซ้ายตนเอง มือซ้ายตนเอง

ตบมือ พร้อม ร้องเพลง เป็นนักเรียน เป็นนักเรียน พากเพียร เป็นพยาบาล รักษาพยาบาล เป็นหมอรักษาเร็วไว อยากเป็นอะไร ขอให้เป็นคนดี เป็นทหาร ปกป้องบ้านเมือง เป็นนักการเมือง ก็ไม่โกงไม่กิน เป็นครูรอบรู้ทั้งสิ้น สอนเป็นอาจินต์ สอนให้เป็นคนดี

ก อา กา ข อา ขา ค อา คา ง อา งา จ อา จา ช อา ชา ฌ อา ฌา…ให้เราเป็นคนดี ขอให้เป็นคนดี

เขียนเมื่อ 

บันทึกการสังเกตการณ์ (ต่อ)

กิจกรรม: จัดกลุ่มตามประสบการณ์การดำเนินงานจริง

จัดตัวเองเข้ากลุ่ม โดยผสมผสานระหว่างทีมบริหาร/จัดการและผู้ดำเนินการโดยตรง ในกลุ่มเลือกประธาน ประธานเลือกเลขาฯ เลขาฯ เลือกผู้ช่วยเลขาฯ เลือกโฆษก เลือกผู้ช่วยโฆษก (ประธานนั่งกลาง ให้เลขา (ขวา) /โฆษก (ซ้าย) ผู้ช่วยเลขาอยู่ด้านขวาของเลขา ผู้ช่วยโฆษกอยู่ด้านซ้ายของโฆษก โดยมีกลุ่มต่างๆดังนี้

กลุ่ม 1 คลินิกทันตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ

กลุ่ม 2 การพัฒนาหลักสูตร การเรียนการสอน การสร้างเสริมสุขภาพ

กลุ่ม 3 การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพ(ช่องปาก) การนำแนวคิดสุขภาพองค์รวมไปใช้

กลุ่ม 4 ประเด็นอื่นๆนอกเหนือจาก 1-3

บทบาทของสมาชิกในกลุ่ม

ประธาน: นำการพูดคุย ป้อนคำถาม ช่วยสรุปประเด็น

เลขาฯ: จดบันทึกภาพความคิดรวม ไม่ใส่ความคิดของตนเองเข้าไป

ผู้ช่วยเลขาฯ: ช่วยเลขาตามที่เลขาฯ ต้องการ

โฆษก: เรียกเข้าห้อง เข้ากลุ่ม นำเสนอ

ผู้ช่วยโฆษก: ช่วยโฆษก

ที่เหลือทำหน้าที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ทำหน้าที่ที่เหลือเป็นคนใช้เบ็ดเตล็ด

ชื่อตน ชื่อกลุ่ม

นำกระดาษ ปากกาสำหรับทุกคนในกลุ่ม เขียนชื่อเล่นของตนเองที่ขอบกระดาษของกลุ่ม สังเกตชื่อของสมาชิกในกลุ่มต่างๆ หลากหลาย มีคุณค่าของตนเอง ดังนั้น ขอให้กลุ่มตั้งชื่อกลุ่มที่มีคุณค่า เขียนชื่อกลุ่มตัวโตๆ

วิทยากรตั้งคำถาม

• เมื่อมีความสุข สมหวัง คิดถึงใครเป็นคนแรก ใครคิดถึงพ่อแม่… คนรัก/คู่สมรส.. ลูก เจ้านาย

• เวลามีความทุกข์ คิดถึงใครเป็นอันดับแรก

• สำรวจใครมีครอบครัว โสด จะโสดอีก

• ถามผู้ที่มีครอบครัวแล้ว ถ้าย้อนกลับไปจะมีครอบครัวหรือไม่

• ถามคนโสด ใครจะโสดต่อไป ใครคิดว่ามีความหวังว่าจะมีครอบครัว

ข้อสังเกต : เมื่อเรามีสุข ทุกข์ คิดถึงคนใกล้ชิด เชื่อมั่นว่าเราอบอุ่นเมื่ออยู่ใกล้ และหากเราไม่มีความสุขกับสิ่งที่เราเป็นอยู่ ก็จะทำให้เป็นทุกข์ได้

วิทยากรสรุป จะเห็นว่า กิจกรรมเริ่มจากปัจเจก เข้าสู่กลุ่ม และรู้จักตนเองว่ามีบทบาท/หน้าที่อย่างไร การตั้งชื่อกลุ่ม แสดงถึงความเป็นองค์กร การสร้างชื่อย่อ ทำให้เกิดพลัง โดยให้ลองตบขา 3 ครั้ง ตบมือ 3 ครั้ง แล้วเปล่งชื่อกลุ่ม

กิจกรรม: ร่วมกันตั้งชื่อกลุ่มที่มีพลัง (สั้น ทรงพลัง)

ให้ตั้งชื่อเล่นของกลุ่ม เป็นพยางค์เดียว สามารถเปล่งเสียงเป็นภาษาไทยได้ และเป็นสิ่งไม่มีชีวิต เป็นส่วนประกอบหนึ่งของคอนกรีตเสริมเหล็ก (ในกลุ่มตั้งไว้ เช่น หิน ปูน น้ำ เหล็กฯลฯ)

กิจกรรม: สร้างกติกาการทำงานกลุ่ม

ให้แต่ละกลุ่มวาดรูปหัวใจด้วยปากกาสีแดง ขนาดใหญ่ ช่วยสร้างข้อตกลงปฎิบัติร่วมกันเพียง 1 ข้อ และเขียนลงในหัวใจร่วมกัน หลังจากนั้น ให้คิดอีกข้อหนึ่งเพิ่มเติมขึ้นมา โดยวาดเป็นรูป ไม่ต้องคำนึงถึงความสวยงาม (เป็นข้อตกลงที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้เป็นการขยายความข้อแรก)

วิทยากรเสนอแนวคิด: ในกระบวนการทางสังคม จะเห็นว่า มีทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและอีกด้านหนึ่งเป็นข้อตกลงทางสังคม แม้ว่าจะไม่มีการเขียนก็ตาม

ให้เขียน ชื่อตนเอง นามสกุลเล่น โดยนามสกุลเล่นนั้น ตัวขึ้นต้นด้วยชื่อเล่นของกลุ่มแล้วตามหลังด้วยคำที่ไม่เหมือนกัน เช่น กลุ่มหิน สมาชิกในกลุ่มอาจมีชื่อนามสกุลเป็น เอ๋ หินอ่อน เจี๊ยก หินย้อย เป็นต้น

อ อุทัยวรรณ (ทำความเข้าใจกติกาและแนวคิดสุนทรียปรัศนี)

กิจกรรม: ทำความเข้าใจกติกาที่จะดำเนินกิจกรรมถอดบทเรียนร่วมกัน

• การใช้กระดาษมี 4 สี ใบละ 20 สตางค์ เราจะใช้อย่างคุ้มค่า เรียกว่าบัตรคำ ให้ใช้ปากกาปากตัด ให้เขียนเฉพาะคำสำคัญ (Key word) ไม่ควรเกิน 7 พยางค์ อยู่ในกระดาษที่มองเห็นระยะไกล (จากหน้าห้องถึงท้ายห้อง) (พร้อมแสดงตัวอย่างลักษณะการเขียนบัตรคำ) หนึ่งบัตรคำ หนึ่งประเด็น/ความคิด จะมีการเขียนลักษณะที่สำคัญติดให้เห็นในมุมต่างๆของห้องเพื่อย้ำเตือนและเข้าใจตรงกัน

• การทำงานเริ่มต้นจากปัญญา ไม่ได้จากปัญหา จากความเป็นพุทธะ รู้ ตื่น เบิกบาน จากความรู้ที่ฝังอยู่ในตน เป็นความรู้เชิงประจักษ์ แล้วสกัดออกมาเป็นองค์ความรู้ นอกเหนือจากความรู้ในตนเอง แล้วความรู้ขององค์กรที่หากสามารถสกัดมาได้ด้วยจะยิ่งเป็นประโยชน์

• ทุกความคิดมีคุณค่า ไม่ฆ่าความคิดใคร ไม่มีความคิดที่ถูกหรือผิด ไม่ชี้นำความคิดกลุ่ม ไม่ผูกขาดความคิด รับฟังความคิดเห็น และเปิดโอกาสให้ผู้อื่นแสดงความคิดเห็น

อะไรคือ สุนทรียปรัศนี (Appreciative Inquiry)

สุนทรียปรัศนี เริ่มต้นก่อการในภาคธุรกิจ โดยนำความคิดที่มองโลกเฉพาะปัญหา สร้างกรอบใหม่ จาก Problem solving เปลี่ยนเป็น การ reframe จัดกรอบความคิดใหม่ ใช้ปัญญา การมองเชิงบวก เป็นตัวตั้งแทน

สุนทรียปรัศนี เป็นการตั้งค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยทำในตัวเอง แวดวงตัวเอง ปัญญาเกิดจากสิ่งรอบตัวของเรา โดยตั้งต้น จากการตั้งคำถามที่มีศิลปะ ที่เสริมสร้างพลัง

คำถามใดก็ตามทำให้เกิดความปิติ เป็นสุข เกิดการสร้างเอนโดฟิน นับว่าเป็นสุนทรียปรัศนี ดังนั้น ถ้าเราเสริมสร้างกำลังใจด้วยการตั้งคำถาม และสามารถนั่งคุยกันได้อย่างสบาย ยาวนาน ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ ทำให้ผู้ตอบคำถามมองโลกในแง่ดี เกิดการทำงานอย่างประสิทธิภาพ มีชีวิตชีวา ท้ายที่สุดทำให้เกิดความคาดหวังใหม่ ที่เชื่อมั่นว่าเราทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เป็นการมองสถานการณ์เดียวกันด้วยมุมมองใหม่ที่เกิดการสร้างพลังต่อกัน

หมายเหตุ: สามารถศึกษาวิธีการคิดและตั้งคำถามแบบสุนทรียปรัศนี ได้จากเอกสารประกอบการอบรมครั้งนี้ “กุญแจแห่งความรู้ สุนทรียปรัศนี ไขสู่การพัฒนาร่วมสมัย”

เขียนเมื่อ 

บันทึกประสบการณ์ (ต่อ)

แนวคิดที่สำคัญของสุนทรียปรัศนี

มนุษย์แม้ว่าจะมีทั้งสองด้าน (บวก/ลบ) แต่เราสามารถเลือกด้านที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้ ที่ทำให้เกิดความงดงามได้ เกิดความประทับใจในสิ่งที่ตนทำ และเกิดความเข้มแข็งขึ้นในตนเอง ชุมชนได้

ความท้าทายจากการมองแก้วน้ำ น้ำมีอยู่ครึ่งแก้ว หรือน้ำพร่องครึ่งแก้ว การมอง มีผลต่อการก้าวเดินต่อไป

ช่องว่างระหว่างการไม่มีกับการมีล้นเหลือ คือการที่เปลี่ยนแปลงด้วยตัวของเราเอง เสริมสร้างจากข้างในกลุ่มเอง โดยสร้างกรอบแนวคิดใหม่ว่า ตนเองมีความสามารถ มีปัญญา มีสินทรัพย์ มีขุมพลัง และสามารถนำสิ่งที่มีไปใช้ต่อไปในอนาคต เป็นการระเบิดจากภายใน บันดาลใจให้ร่วมคิด ฯลฯ

Do the thing right เป็นการแสดงความอหังการ์ที่จะไปแก้ไขสิ่งต่างๆ/สิ่งผิดให้ถูกต้อง แต่สิ่งที่พึงทำคือการทำสิ่งที่ควรทำ Do the right thing

เปิดกระบวนการ การถอดบทเรียน (อ อุทัยวรรณ & อ บดินทร์)

เป้าหมายกระบวนการ: เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าใจแนวทางของการดำเนินการถอดบทเรียนแบบมีส่วนร่วม โดยเข้าใจถึงบทบาทการเป็นผู้นำกระบวนการได้ เพื่อที่จะได้กลับไปดำเนินการโดยตนเองในระดับคณะต่อไป

กิจกรรมในภาพรวม จะเป็นการถอดบทเรียนลงบนกระดาษซาละเปาและนำไปสู่การรวมกันเป็นสมุดเล่มใหญ่ ซึ่งประกอบด้วย กระดาษซาละเปาหลายๆแผ่น ที่เราจะมีกระดาษแผ่นคำที่ติดไว้อยู่ จึงขอให้ตอนทำนั้น ให้เว้นด้านซ้ายของกระดาษซาละเปาไว้ด้วยเพื่อเข้าเล่มเป็นสมุดเล่มใหญ่ที่รวมจากทุกส่วน/ทุกกลุ่มภายหลัง ทั้งนี้สามารถเลือกใช้แนวการวางกระดาษซาละเปาที่เหมือนกันในทุกใบ แล้วแต่ทางกลุ่ม เช่น แนวขวางหรือแนวตั้ง

ถอดวัตถุประสงค์: ถอดทิศ

ให้แต่ละคน เขียนวัตถุประสงค์ของโครงการที่กำหนดไว้บนกระดาษซาละเปา และเล่าสั้นๆภายในกลุ่ม

ถอดกิจกรรมหลัก: ถอดทาง

• แต่ละคนเขียนเฉพาะกิจกรรมที่ทำผ่านมา หนึ่งแผ่นต่อหนึ่งกิจกรรม (กระดาษสีชมพู 1/3 A4 แนวขวาง) เขียนกี่แผ่นก็ได้ ประมาณ 5 นาที

• ดูความคล้ายคลึงกัน จัดหมวดหมู่กิจกรรม แผ่นหนึ่งอาจมีหลายหมวดหมู่ได้ ถ้าซ้ำกันอาจหยิบเลือกบางแผ่น

• ติดกระดาษแผ่นคำทั้งหลายบนกระดาษซาละเปาแผ่นใหญ่ของกลุ่ม โดยเว้นระยะขอบด้านซ้ายมือเอาไว้ เพื่อรวบรวมเข้าเล่มเป็นเล่มใหญ่ในตอนท้าย

การเขียนกิจกรรมนี้เป็นการปูพื้นฐานกว้างๆ ไม่ลงรายละเอียด โดยระบุถึงสิ่งที่ผ่านมาว่ามีการดำเนินการอย่างไรบ้าง มีเป้าหมายอย่างไร

ถอดภาคีหุ้นส่วน: (ภาคีหุ้นส่วนหมายถึง คน/กลุ่มบุคคล/องค์กร ที่เราได้ดำเนินกิจกรรม สร้างสรรค์และเกิดการเปลี่ยนแปลงตามวัตถุประสงค์ ซึ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นที่เกิดจากตัวเราโดยตรง คนที่สนับสนุน ไม่ได้นับเป็นภาคีหุ้นส่วน)

• ภาคีหุ้นส่วน มีใครบ้าง มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างในด้านที่ดีขึ้น เชิงบวก โดยอาจเป็นลักษณะที่เป็นรูปธรรม พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง (หรือเรียกว่าเป็นลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่”แข็งกร้าว”) นามธรรม เช่น ความรู้สึก ทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงไป(หรือเรียกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่”อ่อนนุ่ม”) ให้เขียนในกระดาษสีเขียว

• ตัวท่านเองมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ให้เขียนในกระดาษฟ้า

• ทีมงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ให้เขียนในกระดาษเหลือง

• จัดหมวดหมู่การเปลี่ยนแปลง เขียวเหลืองฟ้า ที่เป็นเรื่องเดียวกันให้อยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน (การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น มีใครบ้างที่เปลี่ยน หรือจะแยกตามนามธรรม รูปธรรม) แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกัน ก็จัดต่างหมวดหมู่ได้

หากสังเกตว่า ผู้เข้าร่วมเริ่มอ่อนล้าหรือขาดความสนใจ ให้ดึงสติ โดยการทำเกมเพื่อให้จิตใจจดจ่ออยู่กับปัจจุบัน เช่นการตบมือเป็นชุดๆหลายชุดต่อเนื่องกัน

ข้อคิดจากกิจกรรม: จะสังเกตได้ว่า เมื่อใดก็ตามที่มีการทำให้ผู้อื่น จะได้ทั้งตัวเองและผู้อื่น แตกต่างจากถ้าทำให้ตัวเอง ผู้อื่นอาจจะไม่ได้ก็ได้

วิทยากร ถาม เคยกอดแฟน..เคยกอดลูก..เคยกอดพ่อแม่บ้างหรือไม่ แล้วเคยลองกอดตัวเองหรือไม่ เรามากอดตัวเองกัน โดยให้ใช้มือขวาทาบไปที่หัวใจ แล้วใช้มือซ้ายโอบอุ้มอย่างทะนุถนอม แล้วให้หลับตา ฟังพร้อมคิด คล้อยตามกับคำพูดที่วิทยากรกล่าว……. ให้โอกาสกอดตัวเอง เห็นคุณค่าของตนเอง บอกว่ารักเขา เราจะทะนุถนอม (หายใจช้าๆ)

เสร็จสิ้นกิจกรรมด้วยรอยยิ้มและความสุข (16.24 น.)

เขียนเมื่อ 

บันทึกประสบการณ์ (ต่อ)

18/11/2553 (วันที่สอง) เริ่ม 8.30 น.

วิทยากร (อ. บดินทร์) จะเริ่มกิจกรรมตรงเวลาเสมอ แม้ว่าผู้เข้าร่วมจะมาไม่ครบ แต่กิจกรรมจะเอื้อให้มีการเพิ่มเติมขยายขนาดวงไปเรื่อยๆได้ และผู้เข้ามาใหม่ยังสามารถทำกิจกรรมต่อเนื่องจากที่ผู้ที่อยู่นั้นดำเนินกิจกรรมได้

เกม Bing, Bang

วิทยากรจะแสดงตัวอย่างให้ดูพร้อมอธิบายประกอบ โดยให้กระดาษที่จะส่งไปด้านขวา ชื่อว่า Bing กระดาษที่ส่งไปด้านซ้ายเรียกว่า Bang

1. โดยเริ่มจากวิทยากรสาธิต (สมมติว่า วิทยากรเป็นNo.1) ส่งกระดาษไปให้คนด้านขวามือ (No.2) และวิทยากรกล่าวว่า I send a bing.

2. คนที่ติดกันด้านขวามือ (No.2) ให้หันหน้ามาทางผู้ส่ง (No.1) และถามว่า What?

3. จากนั้น ผู้ส่ง (No.1) จะตอบว่า A Bing

4. ผู้รับ (No.2) จะตอบว่า Oh. A Bing แล้วหันไปทางคนถัดไปด้านขวามือ (No.3) พูดว่า I send a bing.

5. ผู้รับ ((No.3) ก็จะถามกลับมาที่ผู้ส่ง (No.2) ว่า What?

6. ซึ่งผู้ส่ง ((No.2) จะถามกลับไปที่ผู้ส่งก่อนหน้าตนเองว่า What? จนถึงผู้ส่งคนแรก (No.1) โดยถามว่า What? ไปเรื่อยๆ

7. และผู้ส่งคนแรก ((No.1) จะตอบกลับมาว่า A bing กลับมาที่ผู้รับคนถัดไป และทำต่อเนื่องกันไปจนถึงผู้ที่ถามคนสุดท้าย จึงค่อยมอบกระดาษ (Bing) นี้ให้

8. แล้วเริ่มกระบวนการคล้ายกับขั้นตอนที่ 4 (Oh! A bing )ต่อไป

ในขณะที่ด้านซ้ายของวิทยากรก็จะทำในลักษณะเดียวกัน แต่เปลี่ยนคำจาก A bing เป็น A bang และวนไปทางซ้าย

ข้อสังเกต: กิจกรรมนี้ต้องการเอื้อให้ผู้เข้าร่วมมีสมาธิ และจะเห็นได้ว่าถ้าเปรียบเทียบกิจกรรมเป็นการส่งต่องานนั้น ถ้าการส่งต่องานถ้าเป็นการรวมศูนย์ กลับมาที่หัวหน้าอยู่เสมอจะทำให้งานล่าช้า จึงควรมีความยืดหยุ่นในการส่งต่องาน

เกม Tab tab tab ta lab tab ปล่อย (ป้ายชื่อ)

ให้หยิบป้ายชื่อของตัวเองออกมา เมื่อกล่าวคำว่า Tab แรก ให้ส่งป้ายชื่อของตนเองไปทางขวามือและรีบกลับมารับอันใหม่ของเพื่อนที่อยู่ด้านซ้ายมือของตน

Tab ที่สอง ส่งไปทางขวามือและรีบกลับมารับอันใหม่

tab ta lab tab ปล่อย : แตะขวา แตะตัว ปล่อยคนทางขวามือ

ทำพร้อมกันทั้งวงต่อเนื่อง ส่งเสียงพร้อมกัน Tab tab tab ta lab tab ปล่อย ทำสักระยะ ให้คืนไปยังเจ้าของป้ายชื่อที่เราได้รับ

ข้อคิด: การเล่นทำเพื่อสร้างสมาธิ ในการดำเนินกิจกรรมนั้น ภายหลังการเล่นเกม แล้วมาคิดร่วมกัน จะทำให้เกิดการพัฒนาความคิด สอดแทรกแนวคิดการทำงานไปด้วย

เขียนเมื่อ 

บันทึกประสบการณ์ (ต่อ)

เกมส่งต่อ (งาน)

กิจกรรมที่ 1: ส่งงานคนต่อคน: สมมติว่ากระดาษเป็นงาน รอบแรกวิทยากรจะเริ่มจากส่งกระดาษ (งาน) ไปทางคนขวามือให้ส่งต่อด้วยการสบตากัน ตั้งใจและส่งต่อไปเรื่อยๆ

ข้อชวนคิด: ให้สังเกตดูว่าระหว่างที่คนสองคนกำลังสบตากันนั้น คนในวงที่เหลือก็มองตาม เป็นการส่งพลังร่วมกัน

กิจกรรมที่ 2: การส่งงานข้ามคน โดยผู้ส่ง ส่งสัญญาณโดยการปรบมือและโน้มตัวมองไปคนที่เราจะส่งไปให้ (ไม่มีกระดาษงาน) คนที่ได้รับก็จะส่งต่อข้ามคนเป็นลำดับต่อเนื่องไป

กิจกรรมที่ 3 : การส่งงานสองอย่างพร้อมกัน โดยส่งกระดาษ (งาน) ไปทีละคน (ส่งมือต่อมือ) ก่อนแล้วตามด้วยการส่งข้ามคน (โน้มตัวและปรบมือ)

ข้อชวนคิด: งานชิ้นแรกที่ส่งนั้นคืองานตามระบบ (ส่งมือต่อมือ) และงานชิ้นที่สองข้ามหนึ่งคน (ปรบมือ โน้มตัว) เทียบเท่ากับงานด่วน

กิจกรรมที่ 4: การส่งงานสามอย่างพร้อมกัน ส่งไปทีละคน (ส่งมือต่อมือ) ควบคู่กับส่งข้ามสองคน (ปรบมือ โน้มตัว) และงานด่วนสุด ข้ามสามคนพร้อมส่งเสียง เฮ้ (Hej!)

ข้อคิดโดยรวม: กิจกรรมเปรียบเสมือนการจัดลำดับงาน ที่มีงานปกติ งานเร่งด่วน งานเร่งด่วนที่สุด ซึ่งการทำงานนั้นต้องมีสมาธิและการจัดลำดับงานที่ดี

เกม นับ ปรับสติ

• นับหนึ่งถึงร้อยทั้งวง ใช้เวลานานเท่าไร (วิทยากรกระตุ้นกลุ่มโดยบอกว่า ในการทำกิจกรรมนี้ในกลุ่มอื่นๆที่ผ่านมากลุ่มที่ทำได้เร็วที่สุดประมาณไม่เกินนาที) ดำเนินกิจกรรม สรุปเวลาที่ใช้ในครั้งแรกของกลุ่ม

• ต่อไปเราจะนับหนึ่งถึงร้อยให้สำเร็จ ถ้าไม่สำเร็จจะไม่กลับบ้านกัน เมื่อไร มีเลข 3, 6, 9 เป็นองค์ประกอบไม่ว่าจะเป็นเลขตัวเดียวหรืออยู่หน้า (เช่น 31, 32 ) อยู่หลัง (เช่น 13,23,..) ให้ทำการปรบมือ โดยไม่เปล่งเสียง หากทำพลาด เช่นทั้งปรบมือเปล่งเสียง หรือไม่ใช่ตัวเลข 3, 6, 9 แต่ปรบมือ ให้เริ่มนับหนึ่งจากคนดังกล่าวใหม่ (ข้อสังเกต ขณะเล่นเกม ก็จะมีผู้เข้ามาใหม่ร่วมวงเป็นระยะ ทำให้บางครั้งอาจไม่ทันเข้าใจเกม จึงต้องเริ่มใหม่เพิ่มขึ้น) (วิทยากรยังคงมีการกระตุ้นกลุ่มโดยบอกว่า ที่ผ่านมากลุ่มที่ทำได้เร็วที่สุดประมาณไม่เกินนาที)

ข้อคิด: ขณะทำงานนั้น คนที่เหลือก็ส่งกำลังใจ และให้อภัยกับคนที่มีการทำพลาดไป

กิจกรรม: เข้าสู่กิจกรรมการถอดบทเรียน (ต่อจากเมื่อวาน) (อ. บดินทร์) 9.00

กลุ่มเดิมมาร่วมกันดำเนินการต่อ จัดหากระดาษ ปากกา มุมของตนเอง

เกริ่นนำถึงกิจกรรมที่ผ่านมาเมื่อวานนี้ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ว่าจะเป็นเชิงรูปธรรมหรือนามธรรมนั้น เราเรียกได้ว่าคือ ผลลัพท์ หรือผลที่ต้องการ

เขียนเมื่อ 

บันทึกประสบการณ์ (ต่อ)

กิจกรรม: ขยายความกิจกรรม/กระบวนการ ดูความสัมพันธ์ของกิจกรรม/กระบวนการ ผลลัพท์/ ปัจจัยที่เอื้อต่อการบรรลุผล และวัตถุประสงค์

ขั้นตอนต่อไปนี้ ขอให้ในกลุ่มช่วยกัน พิจารณาความสอดคล้องระหว่างผลลัพท์และกิจกรรม โดยบอกว่าภายในกิจกรรมนั้น ใช้กระบวนการใดบ้างเพื่อให้บรรลุผลนั้น โดยให้เขียนในกระดาษสีชมพู (สีเดียวกันกับครั้งแรกที่ระบุว่ามีกิจกรรมใดบ้าง) ทั้งนี้คำว่ากระบวนการ แสดงถึงสิ่งที่ทำ ขั้นตอน วิธีการที่ทำให้ชัดเจน มีรายละเอียดมากขึ้น

• แต่ละคนเขียนกระบวนการที่สัมพันธ์กับกิจกรรมต่างๆ

• นำกระดาษที่เขียนกระบวนการของทุกคนมารวมกัน จัดกลุ่มที่ใกล้เคียงกัน สิ่งที่ซ้ำกัน (อาจเลือกเพียงใบเดียว) ในระหว่างนี้สามารถตบแต่งความสวยงามได้

• จัดความสัมพันธ์ให้เข้าใจง่ายขึ้นระหว่างกระบวนการและผลลัพท์ โดยจัดเรียงกระดาษซาละเปา จากซ้ายไปขวา ได้แก่ กระบวนการ (ซ้าย) ผลลัพท์ (ขวา)

• ให้ช่วยกันคิดสิ่งที่ผ่านมานั้น อาศัยปัจจัยใดบ้าง (ปัจจัยนำเข้า) ที่ส่งเสริมให้เกิดกระบวนการที่ทำให้เกิดผลลัพท์เหล่านั้นได้ เช่น แรงจูงใจ งบประมาณ การสนับสนุนจากหน่วยงานราชการให้ใส่ในกระดาษสีฟ้า

• จัดความสัมพันธ์ของสิ่งที่ร่วมคิดตามตารางดังนี้ (วางกระดาษสอดคล้องกับตาราง)

ปัจจัยนำเข้า

(สิ่งที่ต้องใช้) กระบวนการ

(วิธีการที่ปฏิบัติ) วัตถุประสงค์ ผลลัพท์

ให้ออกแบบการแบ่งงานของคนในกลุ่มว่าจะมีใครช่วยดูในส่วนต่อไปนี้

1. ปก: แสดงหัวข้อ ชื่อกลุ่ม

2. คำนำ

3. สารบัญ

4. เนื้อหาในแต่ละส่วน: ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ วัตถุประสงค์ ผลลัพท์

5. เลือกสกัดความรู้ประมาณหนึ่งถึงสองเรื่อง โดยดูความเชื่อมโยงของทั้งหมดและร้อยเรียงเป็นร้อยแก้ว (ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ วัตถุประสงค์ ผลลัพท์)

6. ภาคผนวก

7. ปกหลัง: ที่ปรึกษา ผู้จัดทำ

กิจกรรม: จัดความสัมพันธ์ ก่อร่างสร้างความเชื่อมโยง (อาจารย์อุทัยวรรณ)

กิจกรรมจากนี้ไป เราจะทำฐานข้อมูล (สิ่งที่เราทำ เราคิดมา ได้แก่ ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ วัตถุประสงค์ ผลลัพท์) ให้เป็นข้อมูล เป็นองค์ความรู้ และกลายเป็นขุมพลังปัญญา โดยสิ่งทีสำคัญคือการเชื่อมโยง หาความสัมพันธ์ระหว่างฐานข้อมูลดังกล่าวโดยใช้ตรรกะของความเป็นเหตุเป็นผลต่อกัน

วิธีการ: ในเบื้องต้นให้พิจารณา ความสัมพันธ์ตามตาราง จากขวามาซ้าย โดยเริ่มต้นระหว่างผลลัพท์กับวัตถุประสงค์ เมื่อเสร็จสิ้นจึงค่อย เชื่อมโยงระหว่างกระบวนการ (เหตุ) กับผลลัพท์ (ผล) จากนั้น จึงดูความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยนำเข้า (เหตุ) กับกระบวนการ (ผล) อีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงนำมาเขียนความเชื่อมโยงของความสัมพันธ์ของ

ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ วัตถุประสงค์ ผลลัพท์ ให้เกิดความงดงาม เข้าใจอย่างเชื่อมโยงและเห็นความสัมพันธ์ เป็นเหตุเป็นผลกันในที่สุด ( เช่น พิจารณาว่า ปัจจัยนำเข้า เอื้อให้กระบวนการเกิดขึ้นได้อย่างไร และกระบวนการดังกล่าวทำเพื่อรองรับวัตถุประสงค์ได้เพียงใด อย่างไรบ้าง กระบวนการเหล่านั้นก่อให้เกิดผลลัพท์ใดบ้าง ซึ่งเราจะนำผลลัพท์มาเปรียบเทียบกับวัตถุประสงค์ว่าบรรลุเพียงใด ซึ่งจะทำให้เห็นความสัมพันธ์ต่อกันทั้งหมดได้ง่ายขึ้น)

ตัวอย่าง: ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยนำเข้าและกระบวนการ

ปัจจัยนำเข้า: ผู้นำชุมชน

คุณสมบัติของปัจจัยนำเข้า: เข้าใจวัตถุประสงค์ มีความเต็มใจ

กระบวนการ: ร่วมทำงานทุกขั้นตอน

จากบัตรคำดังกล่าว จะถูกนำมาร้อยเรียงเป็นข้อความ เช่น

“ผู้นำชุมชนที่เข้าร่วมเป็นคณะทำงานมีความเข้าใจในวัตถุประสงค์ของโครงการเป็นอย่างดี และมีความเต็มใจร่วมทำงาน จึงเข้ามาร่วมทำงานในทุกขั้นตอน”

เขียนเมื่อ 

บันทึกประสบการณ์ (ต่อ)

กิจกรรม: หยิบยก สกัด The best เป็นบทเรียน

เนื่องจากในการดำเนินกิจกรรมครั้งนี้มีระยะเวลาสั้นๆ วิทยากร ขอให้ทางกลุ่มสกัดสิ่งที่ดี สิ่งที่ประทับใจ ความรู้ที่อยากนำมาทำให้เด่นชัดและถ่ายทอดบทเรียนของกลุ่มออกมาเพียงหนึ่งถึงสองเรื่อง ซึ่งแต่ละท่านก็สามารถกลับไปทำต่อที่หน่วยงาน/กลับบ้านภายหลังต่อไปได้

โดยสิ่งที่สกัด มีลักษณะดังนี้

• สิ่งที่ดีนำสู่ความสำเร็จ สามารถทำต่อ เผยแพร่ ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

• สิ่งที่เป็นอุปสรรค นำไปสู่ความล้มเหลว หาข้อเสนอแนะที่เจาะจง ทำได้ ปรับปรุง และแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ในครั้งนี้ เราอาจจะเลือกสิ่งที่มีความประทับใจ และค้นหา เชื่อมโยงสิ่งที่ดีนำสู่ความสำเร็จ คืออะไร (อะไร/ทำสิ่งใด/ปัจจัยใด เป็นตัวทำให้เกิดความสำเร็จ) ทั้งนี้การจะสกัดความรู้นั้น จะเกิดทั้งจากกระบวนการที่ทำงานและความมีศรัทธาในการดำเนินงานร่วมกัน ในทีมงาน เชื่อมั่นต่อกัน โดยศรัทธานี้จะก่อให้เกิดปัญญาปฎิบัติ ก่อให้เกิดกุศล เกิดปิติ ก่อให้เกิดสุขโดยแท้

เมื่อดำเนินกิจกรรมเสร็จสิ้นแล้ว ให้ร่วมเล่ม และเย็บเล่ม ร่วมกันร้องเพลง ถ่ายรูป เต็มไปด้วยรอยยิ้มและอื่นๆอีกมากมาย (11.30 น)

เปิดบ่าย 12.40 น

เกม ส่งสัญญาณ

นั่งเป็นวงกลม เข่าชนเข่า จับมือต่อกัน วิทยากรส่งสัญญาณผ่านทางมือ เช่นการจับแน่นขึ้น กระดิกนิ้ว ไปด้านใดด้านหนึ่ง โดยไม่บอกว่าส่งสัญญาณเมื่อไร พยายามส่งไม่ให้คนอื่นรู้ และขออาสาสมัครหนึ่งคน มาจับว่ามีการส่งสัญญาณอยู่ที่จุดใดและหากจับได้ ก็จะไปนั่งแทนที่คนที่ถูกจับได้ และคนที่ถูกจับ ก็จะมาเป็นผู้จับหาสัญญาณต่อไป

ข้อคิด: กิจกรรมช่วยในการฝึกความนิ่ง และเราอาจสังเกตในชีวิตของเราบางครั้ง เราอาจอยู่ในสถานการณ์ที่จับผิดคนอื่น แล้วเขาไปแทนที่ผู้อื่น

เกม กลุ่มประสาน (ท่าทาง)

กิจกรรมที่ 1: สร้างท่า

• โจทย์ขอให้แต่ละกลุ่ม คิดท่าของแต่ละคนในแต่ละกลุ่ม ( ประมาณ 1 นาที)

• เอาทุกท่าของคนในกลุ่มมารวมกัน เป็นท่าของกลุ่ม โดยสมาชิกทุกคนต้องทำได้

• นำเสนอแต่ละกลุ่ม ทุกคนร่วมชื่นชมเพื่อนๆ

กิจกรรมที่ 2: จัดท่า เข้าเพลง เข้าจังหวะ

ให้ฟังเพลง (ลูกทุ่งโบราณ จังหวะชะชะช่า) โดยใช้ท่าที่เคยคิดประกอบ ทำท่าทางของตนเอง

วิทยากร ที่เราแสดงกันได้นั้นเกิดจากปัจจัยใดบ้าง …

ข้อคิด: กิจกรรมเน้นให้ได้ขยับตัว และเป็นการเปิดโอกาสให้แต่ละคนคิดท่าส่วนตัวขึ้นมาและนำมาร้อยรัดทำให้เกิดความสวยงาม และนำจังหวะมาใส่ไป ทำให้เกิดความสุขใจ ภูมิใจ ไม่ได้เป็นการบังคับว่าต้องทำท่าชะชะช่า

วัตถุประสงค์ของการถอดบทเรียน

• เรียนลัด: ถ้าผู้อื่นมาทำงานลักษณะเดียวกับเราจะสามารถทำได้ง่ายและเรียนรู้จากสิ่งที่มีการดำเนินมาแล้ว ทั้งสิ่งทีพึงทำ และไม่พึงทำ

• ปรับใช้: ถ้าเราไปทำงานอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เราสามารถปรับนำไปใช้ได้

การประเมินผลอย่างมีส่วนร่วม (อ. อุทัยวรรณ)

ในการประเมินงานนั้น นอกจากการประเมินผลของงาน ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ของงาน เราควรประเมินผลค่าของคน น้ำใจของคน ควบคู่กันไป เพื่อให้ได้ทั้งงานเลิศ ทีมเลิศ เกิดทั้งพลังความสำเร็จ ความสุข ความสมหวัง เกิดการเรียนรู้ มีความรัก มีความสามัคคี มีตัวตน มีความภาคภูมิใจ โดยผู้ที่ถูกประเมินนั้น มีความสำคัญในการกำหนดคุณค่าและบอกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ มีส่วนร่วมในการประเมินงานได้

เครื่องมือที่ใช้มีอะไรบ้าง

ผ่านการสะท้อนความรู้สึก ในการประเมินว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง เมื่อเทียบก่อนกับหลัง

ตัวอย่างกิจกรรม การประเมินอย่างมีส่วนร่วม

ในครั้งนี้ เรามาร่วมกำหนดตัวชี้วัดของการมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ (เช่น หากเป้าหมายของกิจกรรมคือ ความสำเร็จในการเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม อะไรคือตัวชี้วัดที่สะท้อนเป้าหมายนี้)

• วิทยากร สอบถาม:ในอุดมคติของการทำงานร่วมกัน อะไรก่อให้เกิดความสำเร็จในการในการเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม โดยแต่ละคน เขียนหนึ่งคำตอบ ในกระดาษสีฟ้า

• เขียนประเด็น: แต่ละคนเอาคำตอบของตนเองวางแปะหน้าผาก

• จัดกลุ่มประเด็น :แต่ละคนเข้าไปนั่งใกล้คนที่มีความคิดเห็นของตัวเอง

• นับคำที่ Popular มากที่สุดของในแต่ละกลุ่ม หยิบเป็นตัวอย่างมาเพียงหนึ่งใบ ส่งให้อาจารย์บดินทร์เพื่อแสดงให้เห็นร่วมกันหน้าห้อง ในที่นี้ทางกลุ่มได้ประเด็นดังนี้ (กำหนดเป็นหัวข้อ 1-4 เช่น)

1. รับฟังความคิดเห็น

2. ใจรักงาน

3. ประชาธิปไตย

4. ความร่วมมือ

• หาคำที่ไม่ซ้ำกับคำที่มีอยู่ของทุกกลุ่ม ที่เป็นลำดับรองลงมา กลุ่มละคำ (กำหนดเป็นหัวข้อ 5-8 เช่น)

5. กระตือรือร้น

6. เข้าใจบทบาทของทีมงาน

7. เปิดใจ

8. เสียสละ

วิธีการที่ทำนี้ เราสามารถหยิบคำทุกคำของทุกคนมาใช้ได้เช่นกัน แต่ในที่นี้ หยิบยกคำที่มีการกล่าวถึงในลำดับต้นๆ ก่อน

เขียนเมื่อ 

บันทึกประสบการณ์ (ต่อ)

กิจกรรม: ประเมินตนเอง สะท้อนเป็นคะแนนรวมของกลุ่ม ตามตัวชี้วัดที่ร่วมกันกำหนดเอง

• แจกกระดาษ A4 ให้แต่ละคน ให้เขียนหัวข้อดังกล่าวตามลำดับ(1- 8) เขียนลงในกระดาษของตนเอง

• แต่ละท่าน ลองทบทวนตัวเองว่า จากที่ท่านได้ร่วมเรียนรู้มาท่านจะให้คะแนนกลุ่มของท่านของแต่ละข้ออย่างไร (1 แย่มากๆ จนถึง ดีที่สุด 5) (ในกรณีที่มีเวลาและต้องการความลึกซึ้ง เข้าใจที่มากขึ้น สามารถสอบถามอธิบายเหตุผลผู้ให้ความคิดเห็นได้)

• ให้ภายในกลุ่ม หาคะแนนเฉลี่ยของแต่ละข้อ

• วิทยากรแจกกระดาษรองรับกราฟการให้คะแนนกลุ่ม (เป็นรูปวงกลม จำนวน 8 แฉกตามจำนวนหัวข้อที่ประเมิน) ในแต่ละเส้นแฉกจะมีคะแนนจากจุดศูนย์กลาง = 0 , 1, 2, 3, 4,ไปหาปลายรัศมี = 5

• ให้แต่ละกลุ่มเขียนหัวข้อที่ประเมินในแต่ละแฉก และกำหนดจุดตามสัดส่วนของคะแนนในแต่ละข้อดังกล่าว

• ลากเส้นเชื่อมโยงของจุดคะแนนของแต่ละแฉก

• นำเสนอของแต่ละกลุ่ม

วิทยากรสรุปให้เห็นว่า การประเมินนี้ เป็นการประเมินแบบมีส่วนร่วม ซึ่งหมายถึง ผู้เข้าร่วม เป็นผู้กำหนดประเด็นที่จะประเมินโดยตนเองและให้คะแนนตนเอง ซึ่งจากคะแนนที่ได้นั้น จะเป็นอย่างไรต่อไป เช่น หากได้คะแนนเต็ม ก็ควรที่จะเพียรรักษาไว้ หากได้คะแนนยังน้อยไปบ้าง ก็พัฒนาต่อไป

วิทยากร สอบถามความรู้สึกของผู้เข้าร่วมถึงกระบวนการประเมินผลอย่างมีส่วนร่วมว่าเป็นอย่างไร

วิทยากรสอบถาม การประเมินผลอย่างมีส่วนร่วมมีกุศโลบายอย่างไร ผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น ดังนี้

• เป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดความรัก

• ทำให้เราเห็นตัวเราเอง เกิดความตระหนักถึงตัวเอง

• การประเมินตัวเองในสิ่งที่เราอยากรู้ ได้ใจ

• การประเมินนั้น ทำให้เกิดความฮึกเหิม และมีความยากในการประคองให้บรรลุ

• วิธีการประเมินแบบนี้ ทำให้เกิดการยอมรับ เพราะเกิดจากผู้เข้าร่วมเอง

• อื่นๆ

อ. อุทัยวรรณ

• คิดว่าการประเมินแบบนี้ ทำให้เห็นจุดที่ควรปรับปรุงโดยไม่รู้ว่าคะแนนมาจากใคร ทำให้อยากปรับปรุงต่อไป และมีความกล้าในการประเมิน

• การถอดบทเรียน ทำเมื่อไรก็ได้ ทำเพื่อรู้ว่าเราอยู่ที่ใด ควรจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร มองเห็นจุดแข็ง จุดควรปรับปรุงได้ เกิดองค์ความรู้และเกิดความสุข

กิจกรรม: แลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามกลุ่ม

อ. บดินทร์

• ขอให้แต่ละกลุ่ม เลือกคนที่ฉาดฉานที่จะอธิบายถึงผลการทำงานของกลุ่ม Big Book และการประเมินของกลุ่มของตนเอง ให้นั่งประจำกลุ่มตนเอง ที่เหลือให้ไปที่กลุ่มอื่นๆ แบ่งกันไปให้ทั่ว จับประเด็นของกลุ่มให้ได้ และสามารถสอบถาม แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะให้จดจำหรือโน๊ต สิ่งที่ประทับใจของแต่ละกลุ่มไว้ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที

• แจกกระดาษซาละเปาแผ่นใหญ่ กลุ่มละ 1 แผ่น ขอให้แต่ละกลุ่มวาดหัวใจ 4 ดวงด้วยปากกาสีแดง ซึ่งแสดงถึงหัวใจของ 4 กลุ่ม

o ให้แต่ละท่านไปดูงานมา เล่าจุดเด่น จุดดีของต่างกลุ่มรวมทั้งกลุ่มของตัวเอง บรรจุในหัวใจของแต่ละกลุ่มที่ได้ดูมา

o จากนั้น ส่งมอบสิ่งที่ตนเองบันทึกไปให้กลุ่มที่อยู่ทางขวามืออย่างไรบ้าง

ข้อสังเกต : ภายหลังการไปดูงาน จะได้มุมมองที่หลากหลาย ซึ่งควรจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ทำให้เกิดการส่งเสริมพลังเชิงบวก เพราะกล่าวถึงทั้งเชิงบวกของตนเองและของผู้อื่น ทำให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีร่วมกัน

อ. อุทัยวรรณ เสนอช่องทางการเรียนรู้เพิ่มเติม เช่น

• ชุมชนสุนทรียะ (Appreciative community)

• Scribd (website)

อ. อุทัยวรรณ ได้กล่าวถึง แนวคิดมุมมองต่อเรื่องสุขภาพในยุคใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงสุขภาวะที่มีความสมดุลอย่างเป็นองค์รวม ที่มีความยิ่งใหญ่กว่าเรื่องที่มากกว่าระบบบริการทางการแพทย์ โดยมาตรการที่สำคัญที่เข้ามามีบทบาท คือการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งแสดงในรูปกฎบัตรออตตาวา 5 ข้อ แต่หากมองจะเห็นได้ว่า จะเห็นเป็น 3ส่วนหลัก โดยการ เสริมสร้างความสามารถของผู้คนที่มีผลต่อการควบคุมปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพของตนเอง ซึ่งมีจำนวนมากมายทั้งปัจจัยจากตัวเอง สิ่งแวดล้อม และระบบบริการ ดังนั้น การสร้างเสริมสุขภาพ จึงเน้นการพัฒนาและเกื้อหนุนให้เกิดการพัฒนา เป็นเจ้าของ โดยสนับสนุน เอื้อให้เขาทำได้เองมากขึ้น

มิติแห่งความเป็นเลิศของการสร้างเสริมสุขภาพ เป็นเรื่องที่สามารถนำมาคุยกันเองได้ โดยเป็นสิ่งที่เกิดจากการผสมผสานขององค์ความรู้กับบริบท หรือองค์ความรู้เกิดจากบริบท ดังนั้น ความเป็นเลิศของการสร้างเสริมสุขภาพ จึงเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งด้านกาย ใจสังคม และจิตวิญญาณ รวมถึงการสร้างความเป็นธรรมแห่งสังคม แต่แก่นแท้ของการสร้างเสริมสุขภาพ คือการสร้างเสริมพลัง ทำให้ผู้คนสามารถมีความสำเร็จในการทำไปสู่สิ่งทีปรารถนา ควบคุมสภาพ/ปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพของเขาได้ โดยต้องทำในหลายระดับทั้งระดับปัจเจก ครอบครัว ชุมชน ระดับประเทศ ระดับโลก มีการจัดลำดับความสำคัญ โดยการเริ่มก่อนนั้นจะเป็นการสร้างกระแสให้เกิดการดำเนินการต่างๆขึ้นมา

ดังนั้น เมื่อเราทำโครงการเสร็จแล้ว เราต้องถามตัวเองต่อไปนี้ (พิจารณา เอกสารประกอบ “การถอดบทเรียนและการประเมินผลอย่างมีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพด้วยสุนทรียปรัศนี” )

• โครงการที่เริ่มขึ้นจนถึงเดี๋ยวนี้ สุขภาพของชุมชน องค์กรมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

• เพราะอะไร

• ทำอย่างไรบ้าง

• ปัจจัยอะไร เรามีอะไรเป็นทุน

• เราได้เรียนรู้อะไรร่วมกันบ้าง

ดังนั้น การเชื่อมต่อระหว่าง ความเป็นเลิศในโครงการสร้างเสริมสุขภาพกับมิติต่างๆในการประเมินผล จะเน้นปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จ (Critical success factors) มากขึ้น มากกว่าการมองถึงปัญหา และให้คุณค่าของปัญญา พลังของการเรียนรู้ การเติบโตที่เกิดขึ้น และท้าทายให้เกิดการพัฒนาก้าวต่อไปด้วยความคิดเชิงบวกและพลังสร้างสรรค์ เพราะแก่นแท้ของเป้าหมายของการสร้างเสริมสุขภาพ คือการสร้างเสริมพลังให้ชุมชนมีความสามารถในการจัดการและควบคุมปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จหรือปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพได้

ทั้งนี้ในการดำเนินกระบวนการต่างๆนั้น ไม่ต้องยึดติดวิธีการ (ไม่จำเป็นต้องเล่นเกม หรือมีกิจกรรมที่เหมือนกับที่วิทยากรดำเนินการ) โดยสามารถปรับให้เข้ากับสถานการณ์ และเป้าหมายของแต่ละระยะ โดยบทบาทของวิทยากรกระบวนการจะต้องส่งเสริมให้เกิดการนำพลังของผู้ถอดบทเรียนมาใช้ มีการตั้งคำถามที่ทรงพลังและส่งเสริมการเรียนรู้เชิงบวกร่วมกัน ก่อให้เกิดทั้งความสุข ความงามและบทเรียน

เขียนเมื่อ 

หมายเหตุ:

การถ่ายทอดขั้นตอนของกิจกรรมมาครั้งนี้ เป็นเพียงการสังเกต จากสิ่งที่เห็น เข้าใจ และรู้สึก นำมาสะท้อนเป็นกระบวนการของการถอดบทเรียนตามลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่ได้ระบุถึงเนื้อหาที่เกิดขึ้นหรือบรรยากาศของการดำเนินกิจกรรม รวมถึงชื่อกิจกรรมแต่ละตอน เป็นนามสมมติที่ข้าพเจ้าได้ตั้งขึ้นมาจากความเข้าใจของตนเอง เพื่อที่จะสะท้อนลักษณะโดยรวมและใช้ในการกล่าวถึงได้ง่ายขึ้น จึงขออภัย เพราะอาจเป็นเพียงบางมุมที่ได้รับรู้ และมีเจตนาเพียงเพื่อช่วยบันทึก และอาจแตกต่างไปจากเจตนารมณ์ของวิทยากรได้

หมายเลขบันทึก

441901

เขียน

02 Jun 2011 @ 11:17
()

แก้ไข

11 Dec 2012 @ 13:45
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
ดอกไม้: 2, ความเห็น: 9, อ่าน: คลิก