บันทึกการสังเกตการณ์ (ต่อ)

กิจกรรม: จัดกลุ่มตามประสบการณ์การดำเนินงานจริง

จัดตัวเองเข้ากลุ่ม โดยผสมผสานระหว่างทีมบริหาร/จัดการและผู้ดำเนินการโดยตรง ในกลุ่มเลือกประธาน ประธานเลือกเลขาฯ เลขาฯ เลือกผู้ช่วยเลขาฯ เลือกโฆษก เลือกผู้ช่วยโฆษก (ประธานนั่งกลาง ให้เลขา (ขวา) /โฆษก (ซ้าย) ผู้ช่วยเลขาอยู่ด้านขวาของเลขา ผู้ช่วยโฆษกอยู่ด้านซ้ายของโฆษก โดยมีกลุ่มต่างๆดังนี้

กลุ่ม 1 คลินิกทันตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ

กลุ่ม 2 การพัฒนาหลักสูตร การเรียนการสอน การสร้างเสริมสุขภาพ

กลุ่ม 3 การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพ(ช่องปาก) การนำแนวคิดสุขภาพองค์รวมไปใช้

กลุ่ม 4 ประเด็นอื่นๆนอกเหนือจาก 1-3

บทบาทของสมาชิกในกลุ่ม

ประธาน: นำการพูดคุย ป้อนคำถาม ช่วยสรุปประเด็น

เลขาฯ: จดบันทึกภาพความคิดรวม ไม่ใส่ความคิดของตนเองเข้าไป

ผู้ช่วยเลขาฯ: ช่วยเลขาตามที่เลขาฯ ต้องการ

โฆษก: เรียกเข้าห้อง เข้ากลุ่ม นำเสนอ

ผู้ช่วยโฆษก: ช่วยโฆษก

ที่เหลือทำหน้าที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ทำหน้าที่ที่เหลือเป็นคนใช้เบ็ดเตล็ด

ชื่อตน ชื่อกลุ่ม

นำกระดาษ ปากกาสำหรับทุกคนในกลุ่ม เขียนชื่อเล่นของตนเองที่ขอบกระดาษของกลุ่ม สังเกตชื่อของสมาชิกในกลุ่มต่างๆ หลากหลาย มีคุณค่าของตนเอง ดังนั้น ขอให้กลุ่มตั้งชื่อกลุ่มที่มีคุณค่า เขียนชื่อกลุ่มตัวโตๆ

วิทยากรตั้งคำถาม

• เมื่อมีความสุข สมหวัง คิดถึงใครเป็นคนแรก ใครคิดถึงพ่อแม่… คนรัก/คู่สมรส.. ลูก เจ้านาย

• เวลามีความทุกข์ คิดถึงใครเป็นอันดับแรก

• สำรวจใครมีครอบครัว โสด จะโสดอีก

• ถามผู้ที่มีครอบครัวแล้ว ถ้าย้อนกลับไปจะมีครอบครัวหรือไม่

• ถามคนโสด ใครจะโสดต่อไป ใครคิดว่ามีความหวังว่าจะมีครอบครัว

ข้อสังเกต : เมื่อเรามีสุข ทุกข์ คิดถึงคนใกล้ชิด เชื่อมั่นว่าเราอบอุ่นเมื่ออยู่ใกล้ และหากเราไม่มีความสุขกับสิ่งที่เราเป็นอยู่ ก็จะทำให้เป็นทุกข์ได้

วิทยากรสรุป จะเห็นว่า กิจกรรมเริ่มจากปัจเจก เข้าสู่กลุ่ม และรู้จักตนเองว่ามีบทบาท/หน้าที่อย่างไร การตั้งชื่อกลุ่ม แสดงถึงความเป็นองค์กร การสร้างชื่อย่อ ทำให้เกิดพลัง โดยให้ลองตบขา 3 ครั้ง ตบมือ 3 ครั้ง แล้วเปล่งชื่อกลุ่ม

กิจกรรม: ร่วมกันตั้งชื่อกลุ่มที่มีพลัง (สั้น ทรงพลัง)

ให้ตั้งชื่อเล่นของกลุ่ม เป็นพยางค์เดียว สามารถเปล่งเสียงเป็นภาษาไทยได้ และเป็นสิ่งไม่มีชีวิต เป็นส่วนประกอบหนึ่งของคอนกรีตเสริมเหล็ก (ในกลุ่มตั้งไว้ เช่น หิน ปูน น้ำ เหล็กฯลฯ)

กิจกรรม: สร้างกติกาการทำงานกลุ่ม

ให้แต่ละกลุ่มวาดรูปหัวใจด้วยปากกาสีแดง ขนาดใหญ่ ช่วยสร้างข้อตกลงปฎิบัติร่วมกันเพียง 1 ข้อ และเขียนลงในหัวใจร่วมกัน หลังจากนั้น ให้คิดอีกข้อหนึ่งเพิ่มเติมขึ้นมา โดยวาดเป็นรูป ไม่ต้องคำนึงถึงความสวยงาม (เป็นข้อตกลงที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้เป็นการขยายความข้อแรก)

วิทยากรเสนอแนวคิด: ในกระบวนการทางสังคม จะเห็นว่า มีทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและอีกด้านหนึ่งเป็นข้อตกลงทางสังคม แม้ว่าจะไม่มีการเขียนก็ตาม

ให้เขียน ชื่อตนเอง นามสกุลเล่น โดยนามสกุลเล่นนั้น ตัวขึ้นต้นด้วยชื่อเล่นของกลุ่มแล้วตามหลังด้วยคำที่ไม่เหมือนกัน เช่น กลุ่มหิน สมาชิกในกลุ่มอาจมีชื่อนามสกุลเป็น เอ๋ หินอ่อน เจี๊ยก หินย้อย เป็นต้น

อ อุทัยวรรณ (ทำความเข้าใจกติกาและแนวคิดสุนทรียปรัศนี)

กิจกรรม: ทำความเข้าใจกติกาที่จะดำเนินกิจกรรมถอดบทเรียนร่วมกัน

• การใช้กระดาษมี 4 สี ใบละ 20 สตางค์ เราจะใช้อย่างคุ้มค่า เรียกว่าบัตรคำ ให้ใช้ปากกาปากตัด ให้เขียนเฉพาะคำสำคัญ (Key word) ไม่ควรเกิน 7 พยางค์ อยู่ในกระดาษที่มองเห็นระยะไกล (จากหน้าห้องถึงท้ายห้อง) (พร้อมแสดงตัวอย่างลักษณะการเขียนบัตรคำ) หนึ่งบัตรคำ หนึ่งประเด็น/ความคิด จะมีการเขียนลักษณะที่สำคัญติดให้เห็นในมุมต่างๆของห้องเพื่อย้ำเตือนและเข้าใจตรงกัน

• การทำงานเริ่มต้นจากปัญญา ไม่ได้จากปัญหา จากความเป็นพุทธะ รู้ ตื่น เบิกบาน จากความรู้ที่ฝังอยู่ในตน เป็นความรู้เชิงประจักษ์ แล้วสกัดออกมาเป็นองค์ความรู้ นอกเหนือจากความรู้ในตนเอง แล้วความรู้ขององค์กรที่หากสามารถสกัดมาได้ด้วยจะยิ่งเป็นประโยชน์

• ทุกความคิดมีคุณค่า ไม่ฆ่าความคิดใคร ไม่มีความคิดที่ถูกหรือผิด ไม่ชี้นำความคิดกลุ่ม ไม่ผูกขาดความคิด รับฟังความคิดเห็น และเปิดโอกาสให้ผู้อื่นแสดงความคิดเห็น

อะไรคือ สุนทรียปรัศนี (Appreciative Inquiry)

สุนทรียปรัศนี เริ่มต้นก่อการในภาคธุรกิจ โดยนำความคิดที่มองโลกเฉพาะปัญหา สร้างกรอบใหม่ จาก Problem solving เปลี่ยนเป็น การ reframe จัดกรอบความคิดใหม่ ใช้ปัญญา การมองเชิงบวก เป็นตัวตั้งแทน

สุนทรียปรัศนี เป็นการตั้งค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยทำในตัวเอง แวดวงตัวเอง ปัญญาเกิดจากสิ่งรอบตัวของเรา โดยตั้งต้น จากการตั้งคำถามที่มีศิลปะ ที่เสริมสร้างพลัง

คำถามใดก็ตามทำให้เกิดความปิติ เป็นสุข เกิดการสร้างเอนโดฟิน นับว่าเป็นสุนทรียปรัศนี ดังนั้น ถ้าเราเสริมสร้างกำลังใจด้วยการตั้งคำถาม และสามารถนั่งคุยกันได้อย่างสบาย ยาวนาน ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ ทำให้ผู้ตอบคำถามมองโลกในแง่ดี เกิดการทำงานอย่างประสิทธิภาพ มีชีวิตชีวา ท้ายที่สุดทำให้เกิดความคาดหวังใหม่ ที่เชื่อมั่นว่าเราทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เป็นการมองสถานการณ์เดียวกันด้วยมุมมองใหม่ที่เกิดการสร้างพลังต่อกัน

หมายเหตุ: สามารถศึกษาวิธีการคิดและตั้งคำถามแบบสุนทรียปรัศนี ได้จากเอกสารประกอบการอบรมครั้งนี้ “กุญแจแห่งความรู้ สุนทรียปรัศนี ไขสู่การพัฒนาร่วมสมัย”