เราผู้ทำหน้าที่ในนามมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น ทำอะไรให้ชาวบ้านเล่าขานอย่างภาคภูมิใจแล้วหรือยัง
ผมได้มีโอกาสไปร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมสถาบันอุดมศึกษาร่วมสร้างประเทศไทยน่าอยู่ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ซึ่งงานนี้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้การสนับสนุนอยู่ และได้เชื่อมโยงไปถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการให้บริการวิชาการโดยเฉพาะโครงการ 1 มหาวิทยาลัย 1 จังหวัด
ผมคิด (แบบเห็นแก่ตัว) อยู่ว่างานสอนนักศึกษาเพื่อให้นักศึกษาจบออกไปรับใช้สังคมก็เป็นงานที่ใหญ่หลวงอยู่แล้ว นี่เราจะต้องออกไปบริการวิชาการในพื้นที่ด้วย จะเอาเวลาที่ไหน แต่ภารกิจของมหาวิทยาลัยไม่ใช่สอนหรือผลิตบัณฑิตเท่านั้น เรายังมีวิจัย บริการวิชาการ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมอีกด้วย แล้วเราจะทำอย่างไร คำตอบจาก "อุตรดิตถ์โมเดล" คือทำทุกภาระงานในพื้นที่เดียวกัน ห้องเรียนเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดวิชาการ ชุมชนเป็นห้องทดลองนักศึกษาได้ปฏิบัติจริงเรียนรู้จากของจริง ครูอาจารย์ได้เรียนรู้ได้พัฒนาได้วิจัย ชุมชนมีที่พึงทางวิชาการ ชุมชนมีปัญหาก็จะนึกถึงมหาวิทยาลัย
หน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ที่กระจายให้บริการวิชาการอยู่ตามตำบล อำเภอ มากมาย เกือบจะทุกความต้องการของชุมชน ทำไมชุมชนไม่ไปขอใช้บริการ คำตอบจากชุมชน กลับเป็นคำถามที่น่าคิดย้อนกลับมาว่า “หน่วยงานเหล่านั้นมี ดอกเตอร์ให้ถามหรือเปล่า”
เมื่อเป็นเช่นนี้เราผู้ทำหน้าที่ในนามมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่นต้องทบทวนแล้วว่าเราทำอะไรให้ชาวบ้านเล่าขานอย่างภาคภูมิใจแล้วหรือยัง
มาอ่านแนวคิดด้านการบริการวิชาการนะครับ
สวัสดีครับอาจารย์ขจิต
สวัสดีครับท่านอาจารย์โสภณ