เมื่อวันที่ 9 - 11 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดอบรม "โครงการพัฒนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์...สู่โรงพยาบาลชุมชน" ขึ้นที่ โรงแรมมารวยการ์เด้น เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

 

     โดยมีท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายในหัวข้อ " นโยบายการสื่อสารสุขภาพกับโรงพยาบาลสาธารณสุขยุคใหม่ปี 2554 " 

 

       วัตถุประสงค์ ของการประชุมในครั้งนี้ก็ เพื่อขยายเครือข่ายประชาสัมพันธ์สาธารณสุขในโรงพยาบาลชุมชน ให้ครอบคลุมทั่วประเทศและเพื่อให้บุคลากรมีความรู้ มีแนวทางในการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง 

 

      กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้รับผิดชอบงานสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์ จากโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดละ 4 โรงพยาบาล ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจาก 88 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ถือว่าเป็นห้องเรียนที่ใหญ่พอสมควรทีเดียว

 

      การอบรมวันแรกเริ่มจากการทำกลุ่มสัมพันธ์  วิทยากรจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (นึกถึงท่านอาจารย์ ดร.ขจิต )มากเลยค่ะ เพราะท่านเป็นนักกิจกรรมระดับแนวหน้า บรรยากาศการทำกลุ่มก็เต็มไปด้วยความสนุกสนานค่ะ 

 

     เนื้อหาของการอบรมเริ่มจากการบรรยายพิเศษของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านเริ่มต้นด้วยการกวาดสายตาไปรอบๆห้องก่อนจะถามว่า" พวกเรามาอบรมเรื่องอะไร... มีใครรู้ไหมว่าพวกเราอยู่กระทรวงอะไร?" เรียกเสียงฮาจากห้องประชุมได้อย่างดี จากนั้นท่านก็ให้ทำความเข้าใจและศึกษา นโยบายของกระทรวงฯทั้ง 21 ข้อ 

 

     ต่อด้วยการบรรยายของ นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ เรื่อง " สื่อสารประชาสัมพันธ์อย่างไร?...ถึงกลุ่มเป้าหมาย" 

 

     ภาคบ่าย เริ่มจากทพญ.นัยนา แพร่ศรีสกุล ผู้อำนวยการสำนักสารนิเทศบรรยายเรื่อง " เชื่อมโยงเครือข่ายประชาสัมพันธ์สาธารณสุข...เชื่อมใจประชาชน"

 

      ปิดท้ายด้วย คุณนินนาท สินไชย (โจ) นักแสดงและพิธีกรบรรยายในหัวข้อ "บุคลิคภาพของนักประชาสัมพันธ์"

 

     วันที่สองของการอบรมก็มีผศ.อรสา ปานขาว อาจารย์จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธืราช บรรยายเรื่อง " นักประชาสัมพันธ์ในโรงพยาบาลชุมชนต้องมีบทบาทอย่างไร?"

 

      ตามด้วย คุณวันวิสาข์ ชูชนม์ นักข่าวอาวุโสจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ บรรยายเรื่อง "สื่อมวลชนสัมพันธ์" และ "เขียนข่าวอย่างไร ให้ถูกใจบก." อาจารย์คุยสนุกมาก ฟังไม่เบื่อเลย

 

       ปิดท้ายด้วยเรื่อง"ศิลปะการผลิตสื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์" โดยคุณเชาวน์รัตน์ จิตต์ว่องไว จากกองสุขศึกษา

 

      วันสุดท้าย ถือว่าเป็นวันที่หลายคนรอคอยเพราะต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า " อยากฟังอาจารย์ท่านนี้มาก รอเวลานี้มานานแล้ว" ท่านอาจารย์ ดร.เสรี วงษ์มณฑา นั่นเองค่ะ ท่านมาบรรยายเรื่อง " การประชาสัมพันธ์ในภาวะวิกฤต...นักประชาสัมพันธ์ต้องจัดการอย่างไร?"  

 

     บอกได้เลยว่า คุ้มค่ากับการรอคอยมากค่ะเพราะท่านมีความเป็น "มืออาชีพ"จริงๆ เริ่มจากการมาถึงก่อนเวลา นั่งรอผู้อบรมอยู่หน้าห้อง และพูดคุยอย่างเป็นกันเอง

 

     ดิฉันเพิ่งได้คุยกับท่านเป็นครั้งแรก บอกได้เลยว่า "ประทับใจมาก"ค่ะ

 

      การอบรมในครั้งนี้เข้มข้นมากเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. - 17.00 น.ทุกวัน หลายคนใช้เวลาเที่ยวชมกรุงเทพฯ ทั้งซื้อของ ทั้งท่องราตรี แต่ดิฉันถือโอกาสพักผ่อน ตลอดทั้ง 3 คืน นอน...นอน และนอนตั้งแต่ 3 ทุ่มซึ่งไม่เคยปรากฏเลยเมื่ออยู่บ้าน เพื่อนๆถามว่า " ทำไมไม่ออกไปไหนเลย อยู่บ้านไม่เคยนอนหรือไง ถึงต้องมานอนที่กรุงเทพฯ" เออ ! จริงของเค๊านะ อยู่บ้านมีแต่งาน...งาน แล้วก็งาน ได้พักเต็มที่ก็รู้สึกดีเหมือนกัน

 

     เหนื่อยหน่อยก็ตอนนั่งรถไป-กลับเพราะต้องใช้เวลา 6 ชั่วโมงกว่าๆ

 

     แต่สิ่งที่ได้จากการอบรมในครั้งนี้นอกจากความรู้แล้วยังได้เพื่อนใหม่มากมายทั่วทุกภาค ทุกคนน่ารักมากยิ้มแย้มแจ่มใส สมกับเป็นนักประชาสัมพันธ์จริงๆค่ะ อาจารย์ทุกท่านก็น่ารักมากๆ

 

     ขณะนั่งรถกลับ ยังไม่ออกจากรังสิต อาจารย์แว่น โทรฯถาม "หนูน้อย ถึงไหนแล้วลูก" โอ้โฮ ดีใจมากค่ะ ขอบพระคุณอาจารย์ที่ให้ความรัก ความเอ็นดู และเอาใจใส่ตลอดเวลาค่ะ

 

     ขอบคุณมิตรภาพจากเพื่อนๆ พี่ๆ และน้องๆ ทุกท่านนะคะ คิดถึงค่ะ

โรงแรมมารวยการ์เด้น จตุจักร กรุงเทพฯ

บรรยากาศวันที่ 9 พ.ค. 54

 

 ท่านรัฐมนตรีถามดิฉันว่า "เอ๊ะ เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนรู้เปล่า?" พอบอกว่าเจอวันที่ท่านไปตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตเกลือที่อำเภอบรบือท่านก็อ๋อ ทันทีค่ะ

 

อาจารย์หมอพรเทพ ก็ใจดีมากค่ะ

 

อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ค่ะ

 

คุณนินนาท สินไชย 

 

อาจารย์วันวิสาข์ นักข่าวอาวุโสจากไทยรัฐ ค่ะ

 

ยืนตรงกลางคือ อาจารย์แว่น ค่ะ

 

น้องวัน จากภูเก็ต คุณโอชิน จากเชียงใหม่

 

อาจารย์ดร.เสรี วงษ์มณฑา ค่ะ

 

อาจารย์ดร.นิตินันท์ พันทวี เป็นพิธีกรวันสุดท้ายท่านก็เป็นลูกอีสานเหมือนกันค่ะ ช่วงที่อบรมดิฉันจะพูดภาษาอีสานตลอด พอได้เวลาเบรค อาจารย์ก็รี่เข้ามาสัมภาษณ์ด้วยภาษาอีสาน ก็เลยสนุกสนานกันใหญ่ เรียกเสียงฮาจากห้องประชุมยิ่งกว่าตลกคาเฟ่เลยค่ะ