กระแสฉันจะเป็นชาวนา กำลังมาแรง ไม่เว้นแม้แต่อาม่ายังทำนาในบ้านเลย ปลูกต้นไม้มาก็นานโขที่เดียว สิ่งเดียวที่ยังไม่เคยปลูกอย่างจริงจังคือปลูกข้าว
น้ำท่วมครั้งรุนแรงที่สุดเมื่อตุลาคม ๒๕๕๓ สร้างความสูญเสียอย่างมหันต์ต่อชาวไร่ชาวนา อาม่าเลยทำโครงการความมั่นคงทางอาหาร โดยจัดหาซื้อพันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่มีคุณค่าทางอาหารสูงคือข้าวหอมมะลิแดง จากสุรินทร์ มาช่วยเหลือชาวนา โดยเริ่มส่งเสริมให้ความรู้ความเข้าใจในการทำนาปลูกข้าวอินทรีย์ ด้วยการปลูกข้าวต้นเดี่ยวโดยใช้แหนแดงและปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ พร้อมทั้งการบำรุงดินที่เหมาะสมกับสภาพดินและสภาพแวดล้อมในแต่พื้นที่ ด้วยความรักและความเข้าใจพื้นแผ่นดินของตนเอง โดยใช้ทรัพยากรอย่างมีความรู้ความเข้าใจ ทั้ง น้ำ ดิน และมล็ดพันธุ์ข้าวที่พอเหมาะต่อภูมิสังคมของชุมชน ไม่ใช้ทรัพยากรเกินความจำเป็น ต้องมีความอดทนอย่างมีเหตุผล อาม่าจึงขอการสนับสนุนช่วยเหลือด้านวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญ จากฝ่ายปรับแปลงเทคโนโลยี เทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มาฝึกอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ชาวนาเกษตรที่สนใจ เพื่อสร้างความมั่นใจ ในการปลูกข้าวเพื่อขยายผลสร้างความมั่นคงทางอาหาร เพื่อให้มีพันธุ์ข้าวที่เพียงพอและยั่งยืน ที่จะใช้ปลูกให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภคของแต่ละครัวเรือน หากมีกำลังพอ น้ำพอ ก็ปลูกเพิ่มเพื่อขายสร้างรายได้ค่อยเป็นค่อยไป อย่างมั่นคง ข้าวเป็นอาหารหลักของชาวไทย ทุกครัวเรือนต้องกินอยู่แล้ว หากปลูกข้าวมีคุณภาพ ผลดีย่อมตามมาอย่างมากมายตั้งแต่ด้านสุขภาพ ตั้งแต่ไม่ต้องใช้สารเคมีที่อันตรายต่อสุข ลดค่าใช้จ่ายทั้งด้านอาหาร สารเคมี และค่าดูแลรักษาสุขภาพ ทำให้ร่างกายแข็งแรง ทั้งกายและใจ พร้อมการปรับปรุงวิธีการปลูกและวิธีดูแลรักษานาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาม่าเป็นนักวิชาการอิสระ ที่เข้าใจชาวนา และเข้าใจนักวิชาการ จึงสามารถพูดคุยและทำความเข้าใจที่ตรงกันได้ ถึงกับจัดสรรคัดหา รูปแบบความรู้ให้ตรงกับความต้องการของชาวนา ย่อมทำให้ทุกฝ่ายพอใจ นักวิชาการได้นำผลงานวิจัยที่ประสบผลสำเร็จลงไปขยายผลลงไปใช้ในพื้นที่ อย่างจริงจังเป็นรูปธรรม ทุกฝ่ายมีความสุขนั่นคือความพอเพียงเกิดขึ้นแล้วค่ะ
มาดูดูการปลูกข้าวของอาม่า ในบ้านนะคะ
อาม่าเริ่มปลูกข้าวในท่อซีเมนต์เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๔ ผ่านมาเกือบสองเดือน ข้าวแตกกอเกือบเต็มท่อแล้ว ข้าวแข็งแรง เริ่มออกรวงแล้วค่ะ
แต่ใช่ว่ามันจะราบรื่นไปเสียทุกอย่าง นี่คือนาขนาดย่อจิ๋วที่สุด แต่ปัญหาก็เกิดเหมือนทำนาในแปลงจริงๆ ดินเป็นดินนา เมื่อนำมาใช้ปลูกข้าวก็มีสัตรูพืชติดมา หอยเชอรี่ และหอยอื่นๆ ใช้วิธีเก็บออกให้หมด นี่ถ้าแปลงนาใหญ่ก็คงต้องใช้เป็ดตัวโตลงไปเก็บให้แน่ๆเลย ต้นข้าวเพิ่งแตกอใหม่ๆ ถูกหอยกัดกินไปหลายกอทีเดียว ปลูกได้ ๕ วันข้าวออกรวงแล้ว อาจเป็นการตกใจกลัวตายของต้นข้าว? มาดูกันนะคะว่าอาม่าปลูกอย่างไร
ปัญหาเกิดขึ้น เหมือนในนาจริงๆ แต่ขนาดถูกย่อลงมาจนเล็กจนจิ๋วนิดเดียว ทำให้เข้าใจ และรับรู้ถึง ความรู้สึก ความทุกข์ยากของชาวนาได้อย่างลึกซึ้ง จึงต้องให้ความช่วยเหลือ และจัดหาผู้มีความรู้ความเข้าใจลงไปช่วยแก้ปัญหา ให้ ชาวนาและเกษตรกร ตอนนี้อาม่าส่งทีมงานจิตอามสา ไปกำจัดเพลี๊ยะและแมลงที่ทำลายต้นมันสำปะหลัง โดยใช้น้ำสมุนไพรหมักสูตรที่ให้ตรงกับชนิดของเพลี๊ยะและแมลงระบาดในไร่มัน โดยฉีดทั่วแปลง ได้ผลอย่างน่าชื่นใจ ช่วยกู้ไร่มันสำปะหลังที่นักวิชาให้ไถทิ้งแล้วปลูกใหม่ หลังจากฉีดสมุนไพรใบที่แมลงและเพลี๊ยะทำลายเหี่ยวเฉาพร้อมทั้งสัตรูมันก็สิ้นฤทธิ์ล่วงไป ใบใหม่ก็เกิดขึ้น เมื่อกำจัดสัตรูได้แล้วก็ให้อาหารคือปุ๋ย ต้นมันกลับมาแตกใบงามกว่าเดิมด้วยปุ๋ยสูตรผสมจากกากขี้หมูที่เป็นผลพลอยได้ จากการทำแกสชีวภาพผสมอินทีย์ชีวภาพบางตัว ทำให้ไร่มันสำปะหลังฟื้นตัวได้เร็ว ทุกแปลงที่ลงไปช่วยกำจัดเพลี๊ยะและหนอนด้วนสมุนไพรหมักสูตรต่างๆ ได้ผลเป็นอย่างดี มีการเก็บข้อมูลติดตามผลเป็นระยะๆ จนถึงเวลาเก็บเกี่ยวทุกแปลง แล้วอาม่าจะเอาผลมารายงานให้รับรู้ต่อไปค่ะ








อาม่า น่ารักจังค่ะ ปลูกข้าวเองได้ด้วย...
รออ่านรายงานผลนะคะ^_^
ขอบคุณค่ะน้อง
ชาดา ~n
ที่ติดตามอ่านค่ะ และเป็นกำลังใจที่สำคัญค่ะ
อาม่าจำลองนาข้าวขนาดจิ๋ว เพื่อการศึกษาวิจัยที่ติดตามได้ตลอดเวลาค่ะ ตอนนี้เริ่มเห็นระบบนิเวศขนาดจิ๋วแล้วค่ะ มีกองทัพอากาศ กองทับบก กองทัพเรือครบสามเหล่าทัพแล้วค่ะ น้องบัวชมพู
ชื่อน่ารักจังเลย
เห็นคุณโยมปลูกข้าวแล้ว
ชาวนาอย่างอาตมานึกถึงต้นข้าว ท้องนาเลย
ไม่ได้สัมผัสท้องทุ่งมา๓๐กว่าปีแล้ว
ยุคที่อาตมาทำนั้นไม่มีปุ๋ยเคมีเลยละ
ใช้ควายไถนา ไถจนชำนาญ รถเกี่ยวก็ยังไม่เห็นมีเลยที่หนองบัวนครสวรรค์
ดำนาเกี่ยวข้าว ใช้แรงงานคนอย่างเดียว
ลงแขกเกี่ยวข้าว ลงแขกดำนานี่สนุกมาก นวดข้าวก็ใช้ควายเหยียบ
แรงงานมีแค่๒อย่างคือคนกับควาย(วัวด้วย)
กราบขอบพระคุณพระคุณเจ้า
พระมหาแล อาสโย ขำสุข
ที่มาเติมเต็มความเป็นมาของของวิถีชีวิตชาวนาไทยที่เป็นมิตรกับธรรมชาติเจ้าค่ะ