มีความรู้อยู่อีกมากที่ไม่ปรากฏในรายงานวิจัย R2R

ตอนก่อน

วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๔

ทีมเครือข่ายเบาหวาน ๖ คน ประกอบด้วยดิฉัน หมอฝน สกาวเดือน นำแสงกุล จาก รพ.ครบุรี อ้อเล็ก รัชดา พิพัฒน์ศาสตร์ อ้อใหญ่ เปรมสุรีณ์ แสนสม จาก รพ.พุทธชินราช พิษณุโลก ภก.เอนก ทนงหาญ จาก รพร.ธาตุพนม และมด ภญ.ปราณี ลัคนาจันทโชติ จาก รพ.สมุทรสาคร นัดหมายพบกันที่ รร.ริชมอนด์ นนทบุรี ในเวลาประมาณ ๒๐ น. เพื่อซักซ้อมกิจกรรมที่จะจัดใน Workshop KM R2R ในวันที่ ๒๗-๒๘ พฤษภาคม  

ดิฉันได้ศึกษาเรื่องราวและความเคลื่อนไหวของเครือข่าย R2R จากบันทึกของ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ใน GotoKnow.org อ่านโครงการของ สวรส. แล้วคิดออกแบบกิจกรรมคร่าวๆ จัดทำกำหนดการประชุมส่งให้ทีม สวรส. และได้นำกำหนดการนี้ไปพูดคุยกับหมอฝนและคุณเอนก เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ พฤษภาคม หลังจากประชุมเตรียมงานมหกรรม KM เบาหวาน-ความดันโลหิตสูง ที่ขอนแก่น เสร็จ

ตอนใกล้ๆ ๑๘.๐๐ น.ดิฉันโทรศัพท์ถึงหมอฝน ซึ่งบอกว่าเดินทาง (ขับรถเอง) ถึงสีคิ้วแล้ว คาดว่าอีกชั่วโมงกว่าๆ ก็จะถึงกรุงเทพ ดิฉันออกเดินทางจากบ้านพักเมื่อเลยเวลา ๑๘.๓๐ น.ไปแล้ว ปรากฏว่ารถค่อนข้างเยอะแถมท้องฟ้าข้างหน้าก็มืดครึ้ม มีฟ้าแลบ กว่าจะถึงโรงแรม Check in เรียบร้อยก็ ๑๙.๓๐ น.ไปแล้ว โทรหาคุณเอนกบอกว่ากำลังอยู่บนรถแท๊กซี่ (หลับไปหลายตื่น) ส่วนอ้อเล็ก อ้อใหญ่ บอกว่ามานอนคอยอยู่ที่โรงแรมแล้ว

หมอฝนเจอรถติดเช่นกัน กว่าจะมาถึงโรงแรมได้ก็เลยเวลา ๒๐ น.ไปมากแล้ว มาถึงก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า หอบขนมที่แวะซื้อระหว่างทางมาฝากด้วย (ถูกใจอ้อใหญ่และคุณเอนก) 

เราใช้ห้องพักของดิฉันเป็นที่พูดคุยเตรียมงานกัน ดิฉันบอกวัตถุประสงค์ของโครงการที่ สวรส.กำลังดำเนินการอยู่ งานของเราใน ๒ วันนี้อยู่ตรงส่วนใดของโครงการ ความเชื่อของเราคือมีความรู้อยู่อีกมากที่ไม่ปรากฏในรายงานวิจัย R2R ดังนั้นเราจึงมีหน้าที่ช่วยทำให้ความรู้เหล่านั้นออกมาให้มากที่สุด

 

เราช่วยกันกำหนดคำถามเพื่อให้ได้คำตอบใน ๕ ประเด็นคือ

- บริบท ที่มาที่ไปของการวิจัย ได้ความรู้ความคิดมาจากไหน

- ได้ทำอะไร (What) อย่างไร (How) กับใครบ้าง (ถามอย่างละเอียด) เหตุใดจึงทำเช่นนั้น

- ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร (หลายด้าน หลายมิติ)

- วิธีการเหล่านั้นยังใช้อยู่ในงานประจำหรือการบริการหรือไม่ มีการพัฒนาเพิ่มเติมอย่างไร

- หากเพื่อนสนใจจะเอาไปใช้บ้าง จะบอกเพื่อนอย่างไร จะได้ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ (๐)

พวกเราคิดว่าการที่ผู้เข้าประชุมจะเล่าเรื่องราวในงาน R2R ของตนออกมาได้อย่างไม่ปิดบังได้นั้น บรรยากาศในการประชุมต้องเป็นแบบสบายๆ ให้ความรู้สึกปลอดภัย ต่างจากเวทีวิพากษ์ ผู้เข้าประชุมทุกคน (ทีม สวรส. ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย ทีมเครือข่ายเบาหวาน) จะต้องรู้จักกัน เห็นคุณค่าของกันและกัน ไว้เนื้อเชื่อใจกัน

เราจึงออกแบบกิจกรรมกันหลายอย่าง โดยนำความรู้จากที่เคยใช้มาปรับให้เข้ากับงานนี้ (ใช้ KM เหมือนกัน) ซักซ้อม กะเวลา และเรียงลำดับของกิจกรรมไว้อย่างดี โดยจะใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง

 

เราทำงานกันแบบนี้

หลังจากนั้นเราจะพาผู้เข้าประชุมได้รู้จักกับเครื่องมือที่จะใช้ในการถ่ายทอดเรื่องราวคือการฟังอย่างลึกซึ้ง การเล่าเรื่อง และสุนทรียสนทนา ผ่านการทำกิจกรรม โดยไม่มีการบรรยายใดๆ 

กว่าจะซักซ้อมและมอบหมายหน้าที่หลักของแต่ละคนแล้วเสร็จก็เกือบ ๒๔.๐๐ น. 

วัลลา ตันตโยทัย