ทุกครั้งที่ผมลั่นชัตเตอร์  ผมจะบอกกับตัวเองเสมอว่า นั่นคือวิธีหนึ่งของการบันทึกจดหมายเหตุชีวิต

ในอีกมุมหนึ่ง ผมก็ถือว่าเป็นการ “ถอดบทเรียนชีวิต” ไปในตัว เพราะมันช่วยสะกิดเตือนให้เราได้หยุดคิดในเรื่องราวที่อยู่ตรงหน้า และเพ่งกลับมายังเรื่องราวที่อยู่ในตัวเรา

...มองภาพแล้วก็เขียนคำประกอบ

บ้างเป็นกลอน บ้างเป็นลำนำ หรือวลีและประโยคสั้นๆ

ทั้งปวงนั้น ล้วนเป็น "ชีวิตในภาพ" และถือเป็นสุนทรียภาพที่ผมสัมผัสได้

สุนทรียภาพที่ว่านั้น ไม่ได้เลิศหรู ล้ำค่าอะไรหรอก  หากแต่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ในวิถีตัวเองอย่างเหลือเชื่อ  ซึ่งนั่นผมก็ถือว่าสำคัญมากๆ

 

 

 

 

สิ่งที่ผมเห็นและเข้าใจนั้น  ไม่จำเป็นต้องมีพลังถึงขั้นต้องเปลี่ยนแปลงคนอื่น หรือโลกใบนี้ก็ได้ เพราะผมเป็นเพียงเศษเสี้ยวขององค์ประกอบของสิ่งเหล่านั้น  หาใช่สำคัญและยิ่งใหญ่ หรือทรงอิทธิพลใดๆ

 

เปิดประตูใจ
รับเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่มาพิงพั
เอนกายหนุนตัก
ว่างๆ ก็ถามทักถึงชีวิต...

"แสงสีทักทายตา
บางคราก็หาใช่
ลึกเร้น ภายใน
ต้องใช้ "ใจ" เข้านำพา

เปลือกนอกบอกแค่ภาพ
บ้างดูหยาบ บ้างงามตา
ระยะทาง กาลเวลา
พิสูจน์ค่าความเป็นจริง"

...

 

ครับ, ทุกอย่างมันเริ่มที่ตัวเราทั้งสิ้น

เห็น – รู้สึก – คิดได้ – เปลี่ยนแปลงได้ ...

นั่นคือสิ่งที่ผมปรารถนา

ปรารถนาที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองในทางที่ดีอย่างค่อยเป็นค่อยไป คล้ายกำลังประคองให้ชีวิตชะลอฝีเท้าลงเท่านั้นเอง

ครับ ผมพยายาม และกำลังพยายามอย่างเต็มที่