ในสมัยโบราณ"ครก" ถือเป็นอุปกรณ์สามัญประจำบ้าน ในยามเย็นจะมีเสียงโขลกสะท้อนถึงความขยันของแม่ครัวในละครัวเรือน ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ใช้ครกน้อยลง ถึงขั้นอาจจะไม่รู้จักครกแล้วสำหรับบางคน

          ครกจัดเป็นอุปกรณ์สามัญประจำครัวเรือนของคนไทยที่ใช้ในการโขลกเครื่องแกงให้ละเอียด ซึ่งทำมาจากหินแกรนิตมีตัวครก และสากเรียกว่า "ครกหิน"  แต่มีครกที่ทำจากไม้เรียก "ครกไม้" นิยมใช้ในการตำส้มตำ แต่ปัจจุบันการใช้ครกในการโขลกเครื่องแกงให้ละเอียดพบน้อยลงส่วนใหญ่จะนิยมใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าคือ เครื่องปั่นในการทำให้เครื่องแกงละเอียดเนื่องจากประหยัดเวลา และทำปริมาณมากในแต่ละครั้

"ครกประจำบ้าน"


          บ้านครูนกเองยังคงใช้ครกหินในการโขลกเครื่องแกง หรือตำน้ำพริก แล้วมีครกหลากหลายขนาด แล้วแต่ประเภทของอาหารที่จะปรุง ครูนกจะมีหน้าที่ประจำคือ แผนกตำ โดยทุกๆครั้งจะต้องเตรียมผ้ารองก้นครกเวลาโขลกหรือตำจะได้ไม่เกิดเสียงดังและครกไม่เคลื่อนที่ ในการโขลกหรือตำบางครั้งก็ต้องให้ละเอียดบางครั้งก็ตำพอแหลกแล้วแต่ชนิดของแกง  สมัยครูนกเด็กๆ ยายจะบอกว่า สมัยยายเขาจะไปขอลูกสาวบ้านไหน  ครอบครัวฝ่ายชายจะต้องมาฟังเสียงโขลกเครื่องแกงหรือน้ำพริกก่อน ถ้าเสียงดีก็ต้องรีบสู่ขอ  เมื่อเร็วๆนี้แม่บอกครูนกว่า เพราะเสียงโขลกเครื่องแกงของครูนกทำให้เพื่อนบ้านถามแม่ทุกครั้งแกงอะไร ทำให้ครูนกสังเกตว่า ในละแวกบ้านครูนกมีบ้านใดมีเสียงตำเครื่องแกงบ้าง เลยถามแม่ว่า "แล้วบ้านอื่นๆเขาไม่โขลกเครื่องแกงกันเหรอ"  แม่บอกว่า "ใครๆเขาก็นิยมปั่นกันหมดแล้ว" แม้แต่ครัวในวัดเวลามีงานเลี้ยงต่างๆ ก็ใช้เครื่องปั่นไฟฟ้ากันร้อยเปอร์เซนต์แล้ว
           บ้านเรายังคงใช้ครกด้วยเหตุผลคือ
๑.  เครื่องแกงที่เกิดจากการโขลกหรือตำให้รสชาติดีกว่าเครื่องแกงที่ผ่านการปั่น เพราะการปั่นเป็นการทำให้เครื่องปรุงต่างๆ ถูกตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แต่การโขลกหรือตำทำให้น้ำมันหอมในตะไคร้ มะกรูด ขมิ้น พริกหรือเครื่องปรุงต่างๆ ออกมาส่งกลิ่นหอม

๒.  การโขลกหรือตำเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง ครูนกจะสลับมือในการตำเช่น มือซ้าย ๑๐ ครั้งแล้วเปลี่ยนเป็นมือขวา
๓.  การล้างครกสะดวกกว่าล้างเครื่องปั่น

        หากทบทวนอุปกรณ์ในครัวที่จะพบเห็นการใช้น้อยลงนอกจากครก ก็มีกระต่ายขูดมะพร้าว (ภาษาใต้เรียก "เหล็กขูด") บ้านของเราก็ยังคงใช้อยู่  รวมถึงเครื่องโม่แป้งบ้านครูนกก็ยังคงมีเพียงแต่ไม่ได้ใช้มานานมากสมัยเด็กๆ รับจ้างยายโม่แป้ง หนึ่งหม้อสองบาท แต่เป็นสิ่งที่สนุกสนานเพลิดเพลินในการเข้าครัว  หากสิ่งเหล่านี้กำลังเลือนหายไป 
        หลายคนที่เลิกใช้อุปกรณ์เหล่านี้นิยมใช้เครื่องปั่น น้ำกะทิกล่อง หรือมะพร้าวขูดสำเร็จจากตลาด หรือแป้งสำเร็จรูปด้วยเหตุผลความสะดวกรวดเร็ว และประหยัดเวลา แต่ครูนกมองว่าขั้นตอนต่างๆ ที่เพิ่มมาช่วยทำให้เรามีสมาธิ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้ในการทำงานเหล่านี้แต่ละครั้ง  หากสิ่งเหล่านี้หายไปครูนกว่าครัวไทยก็คงคลายมนต์ขลังจากสมัยปู่ย่าตายายของเรา