เด็กวัยรุ่น 16 ปี ได้รับยาเคมีบำบัด BEP 5 วัน

พอได้ยา 2 วัน เด็กทนไม่ไหว บ่นอยากกลับบ้านอย่างเดียว ไม่ยอมบอกว่า...จะกลับไปทำไม แม่ไม่ยอมให้กลับ จะต้องรับยา หมอเจ้าของไข้ปรึกษา จิตแพทย์มาให้ยา valium&Hadol ชนิดฉีด พอเคลิ้มๆ แม่ขอร้องให้เราให้ยาเคมีต่อ  เราก็ให้ยาเคมีต่อจนหมด

ผมไม่รักษา อย่ามาบังคับผมนะ

 

พยาบาลก็คิดว่า... เราไม่ควรบังคับใจเด็ก ถ้าเขาไม่ต้องการยาเคมี แต่เราก็ได้พูดอธิบาย ผลดีผลเสียถ้าได้ยาและไม่ได้ยาตามกำหนด

 

แต่สุดท้าย แม่ต้องยอมทำตามเด็ก คือ ขอกลับบ้าน

 

พอมารับยาครั้งต่อมา เดือนนี้

คนไข้มาไม่ตรงตามนัด แต่พอเด็กเป็นลมที่บ้าน เด็กยอมมา รพ 

เพราะแม่บอกว่าเขากลัวตาย พอมาถึง รพ เด็กก็ไม่ยอมรับยาอีก 

 

ระหว่างเตรียมให้ยาเคมีบำบัด พยาบาลให้น้ำเกลือ pre hydration พอแม่เผลอและพยาบาลกำลังไปเตรียมยาเคมีมาให้ เขาก็เดินหลบหนีไปถอดน้ำเกลือทิ้งไว้หน้าลิฟท์  แม่รีบโทรตามให้กลับมาก่อน คุยอยู่นาน

พยาบาลจึงบอกแม่ว่า บอกให้กลับมาก่อน เพราะถ้าใส่ชุดคนไข้วิ่งออกไปนอก รพ รปภ หรือตำรวจจะจับไปนะ ถ้ากลับมาจะบอกหมอให้กลับบ้านให้

พอเด็กกลับมา....

แม่ก็ยื่นคำขาดอีกว่า.... ต้องรับยา แม่ไม่ยอมให้กลับ เพราะเด็กบอกว่า...คิดถึงเพื่อน

พยาบาลก็ไปคอยดูแลเอาใจใส่และบอกแม่ว่าใจเย็นๆ เขาอาจมีเหตุผลมากกว่านั้น

พยาบาลก็ไปนั่งพูดคุยอยู่นาน.....

เด็กบอกว่า ....ผมอยากกลับไปสอบวิชาภาษาไทยให้ผ่าน ผมจะได้วุฒิ ม3 แล้วผมก็จะสบายใจที่จะมารับยา เราอนุญาติให้กลับแล้วนัดมาสัปดาห์หน้า

ประเด็น คือ เด็กอายุ 16 ปี กรณีที่เด็กไม่ยอมรักษา จะต้องให้แม่เซ็นยินยอมไม่สมัครใจรักษา แต่แม่ไม่ยอม จะทำอย่างไรดีนะ

เราได้แต่คุยกับแม่ว่า.... ไม่ควรบังคับเด็ก ทั้งหมอและพยาบาล ก็มาช่วยพูดคุยทั้งกับแม่และเด็ก

สุดท้ายก็ให้กลับบ้าน และนัดครั้งต่อไปอีก 1 สัปดาห์