ฟุตบอล...คือส่วนหนึ่งในชีวิต

หากนึกถึงความสุขที่เกิดขึ้นมาในชีวิต...คงเขียนออกมาเป็นข้อความได้ไม่หมด

ดับบลิว อาร์ อินเก้....กล่าวไว้ว่า

“คนที่มีความสุขที่สุด
ดูเหมือนจะเป็นคนที่ไม่มีเหตุผลใดเป็นพิเศษที่จะมีความสุข
นอกเสียจากว่า พวกเขาเลือกที่จะมีความสุข”

ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เลือก... เลือกที่จะจดจำ..."ความสุขมากกว่าความทุกข์"

ความสุขที่เกิดขึ้นมาในชีวิตนั้น...มีหลายเรื่อง..
ความสุขที่ได้เกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น...ที่สั่งสอนเรามาจนเติบโตมาจนถึงทุกวันนี้
ความสุขที่เกิดจากเพื่อนร่วมโลกด้วยกัน ที่ไม่ได้เป็นสายเลือดเดียวกัน แต่กลับเป็นได้ทั้งพี่ เพื่อนและน้อง...
...และอีกหนึ่งความสุขที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ที่ผมเลือกมาเขียน คือความสุขที่ผมได้เล่นกีฬาที่ชื่อว่า "ฟุตบอล"

แรกเริ่มคงเป็นเพราะเมื่อตอนอยู่ ป.1 ผมได้เริ่มเล่นฟุตบอลเป็นครั้งแรก (เล่นไม่เป็นหรอกครับ) แต่ในตอนนั้นคนเล่นขาด แถมผมตัวโตกว่าคนอื่นทำให้ได้มีโอกาสเล่น  ตำแหน่งแรกที่เล่นเป็นตำแหน่งแบ็กขวา หน้าที่ในตอนนั้นของกองหลัง ไม่ต้องคิดอะไรมาก เตะทิ้งอย่างเดียว เตะไปเตะมาได้เรื่องบอลลอยเข้าประตูไปเฉยเลย...ดีใจมากครับเป็นความบังเอิญจริง ๆ

หลังจากนั้นผมก็ได้เริ่มเตะบอลเป็นจริงเป็นจัง...และรักในการเล่นฟุตบอลขึ้นมากยิ่งขึ้น
จะเรียกว่า "ทั้งรักและทั้งบ้า" ก็ว่าได้ เพราะ...
..สมัยประถม ก็ซ้อมฟุตบอล ตั้งแต่ 05.30 น.- 09.00 น. เป็นเวลา 1 เดือน จากเด็กที่อ้วนก็กลายเป็นเด็กที่มีสุขภาพดีแข็งแรง

..สมัยมัธยมก็เหมือนกัน มีเวลาเป็นต้องไปเตะบอล แต่ไม่ได้เล่นเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียน เพราะทางบ้านอยากให้เรียนมากกว่า ซึ่งต้องบอกว่าทางครอบครัวไม่เคยขออะไรเลยครับ ครั้งนี่เป็นครั้งแรก พวกท่านคงกลัวว่าจะมีผลกระทบต่อการเรียน ดังนั้นผมจึงตามใจท่าน

..พอมาเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ก็ยังเล่นเป็นนักกีฬาของคณะอีก แต่เปลี่ยนตำแหน่งเป็นศูนย์หน้าครับ ลงไป 5 นัดยิงได้ 0 ประตู หมดอนาคตครับ... และยังเป็นรุ่นแรกที่ก่อตั้งชมรมฟุตบอลวิทยาการคอมพิวเตอร์ขึ้นมา จุดประสงค์การก่อตั้งเกิดขึ้นเพื่อให้รุ่นน้องและรุ่นพี่ในสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่รักในการฟุตบอลได้มีโอกาสพบปะกันหลังจบการศึกษาไปแล้ว จัดเป็นทุกปีซึ่งเป็นทำเนียมปฏิบัติไปแล้ว...จนถึงปัจจุบัน

..หลังจากจบการศึกษาก็เริ่มทำงาน เวลาก็มีน้อยลง จึงต้องเปลี่ยนเวลาจากเล่นทุก ๆ เย็น มาเป็นเล่นรอบดึก รอบเที่ยงคืน หรือไม่ก็รอบเช้า เล่นจนกระทั้งเข่าพังครับ...เอ็นเข่าฉีก หมอนรองกระดูกแตก...

และเมื่อปีที่แล้วนี้เองก็ได้ผ่าเข่าไปเป็นที่เรียบร้อย...การเจ็บครั้งนี้เป็นครั้งที่ทรมานมาก... ไม่ใช่เพราะว่าเจ็บแผลหรอกนะครับ แต่เป็นการทรมานที่คน ๆ หนึ่งที่เคยเดิน เคยวิ่งอยู่เป็นประจำ แล้วเราต้องมานอนอยู่บนเตียง เดินไม่ได้ วิ่งไม่ได้เป็นเดือน ๆ กว่าจะหายสนิทก็คงต้องใช้เวลาอีกนาน...แต่ยังไงผมก็จะกลับไปเล่นอีกแน่นอน...เพราะการได้เล่นฟุตบอลแล้วผมมีความสุข เรียกได้ว่า "ฟุตบอลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต" ไปแล้วครับ