มะเร็ง 6 ชนิด

ตรวจร่างกายด้วยตนเอง

 ค้นความเสี่ยง หลีกเลี่ยง มะเร็งร้าย ยอดฮิด 6 ชนิด

      ปัจจุบันโรคมะเร็งเป็นอีกโรคที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยสาเหตุมาจากพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม มลพิษ ที่เปลี่ยนไป และการใช้ชีวิตที่หนักหน่วง ทั้งคุณผู้ชาย และคุณผู้หญิง ที่ไม่ค่อยจะทะนุถนอมสุขภาพกันเท่าที่ควร เช่น กินเหล้า สูบบุหรี่ ฯลฯ จึงก่อให้เกิดมะเร็งร้ายต่างๆตามมา ดังนั้นถ้าเรารู้จักสำรวจและตรวจหาความเสี่ยงด้วยตัวเองก่อนก็จะช่วยป้องกันมะเร็ง 6 ชนิดยอดฮิตได้

   นายแพทย์ศักดิ์พิศิษฏ์  นวสิริ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีรักษา และมะเร็งวิทยาโรงพยาบาลวัฒนโนสถ ให้ความรู้ว่า โรคมะเร็งในปัจจุบันนี้เราให้ความสนใจมากขึ้น และถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ควรทำความรู้จัก โดยเฉพาะมะเร็งร้าย 6 ชนิด ที่พบกันบ่อยได้แก่ มะเร็งเต้านม  มะเร็งปากมดลูก มะเร็งปอด มะเร็งตับ  มะเร็งลำไส้ และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง  โดยเราจะเริ่มสกรีนมะเร็งในผู้หญิงกันก่อนอันดับหนึ่งคือ

 

มะเร็งเต้านม

 

 

     ”มะเร็งเต้านม” พบในกลุ่มเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม ได้แก่ คนไข้มี่มีประวัติการเป็นมะเร็งในครอบครัว มีประวัติเคยเป็นมะเร็งเต้านม ข้างใดข้างหนึ่งก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นมากขึ้น ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งก็คือ คนที่มีพฤติกรรมบริโภคอาหารไขมันสูงโดยเฉพาะไขมันจากสัตว์ ดื่มแอลกอฮอล์บ่อยๆ กลุ่มที่มีประจำเดือนมาเร็วก่อนอายุ 12 ปี หรือประจำเดือนหมดช้าหลังอายุ 55 ปี ขึ้นไปคนที่มีลูกช้าตั้งแต่อายุ 30 ปี ขึ้นไปหรือไม่มีลูก

 

        ในเมื่อเรามีความเสี่ยงทั้งในกลุ่มพันธุกรรมและปัจจัยอื่นๆจึงอยากให้คนกลุ่มนี้ลองสำรวจความเสี่ยงด้วยตัวเองได้โดยการตรวจเต้านม ด้วยตัวเองทุกๆ 1 เดือน หรือสังเกตอาการผิดปกติ ดังนี้  คลำพบกล้ามเนื้อที่เป็นไตแข็งผิดปกติที่เต้านม หัวนม มีน้ำเหลือง และเลือดออกจากเต้านม  ผิวหนังบริเวณเต้านม มีรอยบุ๋ม หัวนมถูกดึงรั้งผิดปกติ เต้านมทั้ง 2 ข้างไม่อยู่ในระดับเดียวกัน ขนาดและรูปร่างผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจโดยใช้เครื่องแมมโมแกรมทุกปี เพราะหากตรวจเจอตั้งแต่เนิ่นๆ จะสามารถรักษาหายได้  99  เปอร์เซ็นต์

 

 มะเร็งปากมดลูก

 

 

 “มะเร็งปากมดลูก”  กลุ่มที่มีความเสี่ยงได้แก่ สตรีที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย จะเสี่ยงมากยิ่งขึ้นหากมีเพศสัมพันธ์กับชายมากกว่า 1 คนโดยสาเหตุหลักเกิดจาก เชื้อไวรัส  เอชพีวี การศึกษาวิจัย พบว่า ไวรัสตัวนี้เป็นตัวที่ กระตุ้นให้เซลล์เปลี่ยนเป็น เซลล์มะเร็งและสามารถถ่ายทอดติดต่อได้เหมือนกับเชื้อกามโรค คือสามารถถ่ายทอดจากผู้ชายไปสู่ผู้หญิง และจากผู้หญิงไปสู่ผู้ชาย

 

       อาการผิดปกติ เช่น  มีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ มีเลือดออกผิดปกติไม่ตรงกับรอบเดือน หรือในสตรีที่หมดประจำเดือนแล้ว  ตกขาวเรื้อรัง ทางที่ดี ใครที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัส เอชพีวี และทำแพ็พเมียร์ ปีละครั้ง โดยมะเร็งปากมดลูกในระยะแรกจะรักษาด้วยวิธีผ่าตัด  ถ้าพบในระยะแรกการรักษาจะมีประสิทธิภาพมาก อัตราการหายสูงกว่า 90-95%

 

 

มะเร็งปอด

 

 

 

    ส่วนมะเร็งในผู้ชายอันดับหนึ่งคือ “มะเร็งปอด”  สาเหตุหลักใหญ่ที่เราทราบกันดีคือ  ประมาณ 80-90% เกิดจากการสูบบุหรี่ และบวกกับการใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี เช่น คนสัมผัสกับมลพิษทางอากาศเป็นประจำ โดยมะเร็งปอดค่อนข้างเป็นกันเยอะ เพราะการดำเนินโรคเร็ว ส่วนใหญ่จะตรวจเจอก็อยู่ในระยะ 3-4 แล้ว ดังนั้นคนที่อยู่ในเมืองใหญ่มีการสูบบุหรี่เยอะๆ หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีเราต้องตรวจคัดกรองตัวเอง เช่น ถ้ามีอาการไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด เสียงแหบ หอบเหนื่อยง่าย หายใจลำบากเจ็บบริเวณทรวงอก น้ำหนักลด มากกว่าปกติ มีไข้เรื้อรัง ควรรีบพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุซึ่งอาจะเป็นมะเร็งปอดได้ 

 

 มะเร็งตับ

 

 

    ต่อมา มะเร็งตับ เป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตผู้ชายเป็นอันดับ 2 มี 2 ชนิด ได้แก่ มะเร็งในท่อน้ำดี ซึ่งเกี่ยวกับโรคพยาธิใบไม้ตับ มีรายงานว่าจังหวัดขอนแก่น  มีสถิติผู้ป่วยสูงที่สุดในโลก เกิดจากพฤติกรรมการกินที่เราชอบ กินอาหารสุกๆดิบๆ กันได้รับพยาธิดังกล่าวเข้าสู่ร่างกาย จึงต้องแก้ไขที่พฤติกรรมการกิน หากเรากินครั้งเดียว และโดนไข่พยาธิก็เป็นได้ทันที

 

       ส่วนอีกชนิดหนึ่ง คือมะเร็งของเซลล์ตับ สาเหตุขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ไวรัสตับอักเสบชนิด บี  ชนิดซี และมีรายงานว่ามีอีกหลายชนิดตามมา แต่เราสามารถป้องกันระดับหนึ่ง    นอกจากไวรัสแล้วยังมีสารอะฟลาท๊อกซิน ที่เกิดจากเชื้อราบางชนิดอยู่ในอาหาร จำพวกกระเทียมแห้ง ถั่วลิสงแห้ง ข้าวโพดแห้ง ถ้าเรากินเข้าไปจะเกิดโรคได้

 

     ดังนั้นต้องรู้จักสังเกตว่าถั่วไม่สดไม่ใหม่ ก็อย่ารับประทานหรือในกลุ่มคนที่ดื่มเหล้าเป็นประจำนั้นคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรตรวจร่างกายทุก 3 เดือน หรือสังเกตอาการที่เป็นสัญญาณอันตราย คือปวดในท้องบริเวณชายโครงด้านขวา ท้องอืด โตขึ้น เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ผอมลง หรือน้ำหนักลด ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะเป็นสีเข้ม ควรรีบพบแพทย์

 

 มะเร็งลำไส้ใหญ่

 

 

      ส่วน “มะเร็งลำไส้ใหญ่” เกิดได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ส่วนใหญ่ 90 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ป่วยจะมีอายุมากกว่า 50 ปี ขึ้นไป เนื่องจากลำไส้ต้องรับสารพัดสิ่งของที่เรารับประทานเข้าไปและและมีของเสียที่ต้องขับถ่ายออก เมื่ออายุมากขึ้นทำให้เกิดภาวะเสื่อม หรืออาจเกิดโดยกรรมพันธุ์บางชนิด และกลุ่มที่ที่มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีไขมันสัตว์จะมีโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้สูงกว่ากลุ่มอื่นดังนั้น กลุ่มเสี่ยงจึงต้องสังเกตตัวเองว่ามีระบบขับถ่ายเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ เช่น ท้องผูกท้องเสียสลับกัน ปวดท้องบ่อยๆ ไม่ทราบสาเหตุอุจจาระมีเลือดปนหรือถ่ายเป็นเลือด  อ่อนเพลีย น้ำหนักลด  สุดท้าย

 

  มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

 

 

    “มะเร็งต่อมน้ำเหลือง” เป็นมะเร็งที่พูดถึงบ่อยเช่นกัน แบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด ฮ๊อดกิน มักพบในเด็ก และวัยหนุ่ม สาว และมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด นันฮ๊อดกิน มักพบในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ติดเชื้อเอดส์  โดยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนี้ เกิดจากเชื้อไวรัสที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จึงสังเกตอาการง่ายๆคือ ถ้ารู้สึกมีไข้ต่ำๆไม่ทราบสาเหตุ น้ำหนักลด เหงื่อออกในเวลากลางคืน คลำเป็นก้อนแต่ไม่เจ็บบริเวณคอ  ขาหนีบ รักแร้ ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจและรักษา 

 

      ทั้งหมดเป็นมะเร็งที่เราเจอบ่อยในปัจจุบัน ซึ่งวิธีการรักษาไม่ยากแล้วผลการรักษาก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เช่น การรักษาด้วยการผ่าตัด  การฉายรังสีหรือฉายแสง แต่จะยากในคนไข้บางคน เช่น เป็นมะเร็งในบางตำแหน่ง ที่ต้องการ รักษาให้หายและรักษารูปลักษณ์ ไว้เพื่อไม่เป็นปมด้อย ในการใช้ ชีวิตในสังคม 

 

      ซึ่งการรักษาให้ดีทุกอย่างค่อนข้างยาก ทำให้หลายฝ่าย ต้องร่วมมือกันเรียกว่า “ ทีมแพทย์สหสาขา ” คือทางด้านมะเร็ง  เช่น หมอผ่าตัด หมอให้ยาเคมีบำบัด หมอฉายแสง หมอตรวจชิ้นเนื้อ หมอเอ็กซเรย์  หมอที่ดูแลเรื่องความเจ็บปวด และหมอที่ดูแลเฉพาะด้าน  เช่น ถ้าเป็นมะเร็งปอด หมอเชี่ยวชาญด้านปอดจะมาช่วยดูแล  และวางแผนการรักษาร่วมกับคนไข้ จะได้รับประโยชน์สูงสุด และมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด ที่เราได้เริ่มทำกันแล้ว 

 

       ดังนั้นเมื่อเมื่อมีทีมแพทย์ " สหสาขา " ที่ครบถ้วนพร้อมที่จะช่วยให้เราฝ่าโรคร้ายอย่างมะเร็งไปได้ แล้วแบบนี้ ขึ้นอยู่ที่ตัวเราเองแล้วว่า จะสามารถตรวจวัดความเสี่ยงด้วยตัวเองได้มากน้อยเพียงใด เพื่อนำไปสู่การรักษาทันท่วงที และมีชีวิตที่ยืนยาวด้วยการดูแลสุขภาพให้ดีก่อนโรคร้ายจะถามหา

 

ขอบคุณข้อมูลจาก คอลัมม์ อาทิตย์ สุขภาพ เดลินิวส์ วาไรตี้

 

        ด้วยความปรารถนาดี  กานดา  แสนมณี