อักษร I ชูนิ้วก้อย อักษร L ใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งกางออก อักษร Y ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วก้อยกางออก
ปกติจะไปอุดหนุน "พวงหรีด " ที่โรงเรียนสอนคนหูหนวก นอกจากจะได้ทำบุญแล้ว เขาจะไม่กำหนดราคาเอาไว้ด้วย เพียงแต่บอกว่าแล้วแต่จิตศรัทธา เมื่อครั้งแรกที่ได้เข้าไปในโรงเรียน สิ่งแรกที่ชอบใจคือ"ความเงียบ" เพราะคนที่บกพร่องทางการได้ยินมักจะเป็นใบ้ด้วย เพราะฉะนั้นเขาจึงนั่งคุยกันด้วย "ภาษามือ"
พอดีได้อ่านเรื่องรักซึ้งๆเข้าเรื่องหนึ่ง จึงนำมาแบ่งปันกัน

ตั้งแต่แรกเริ่ม
ครอบครัวของหญิงสาวก็กีดกั้นไม่ให้หญิงสาวคบกับชายหนุ่ม
บอกว่าบ้านชายหนุ่มไม่มีฐานะเทียบเท่าบ้านเธอ
ถ้าหญิงสาวไปอยู่กับชายหนุ่มก็จะต้องทนลำบากทั้งชีวิต
ความกดดันจากทางบ้านทำให้หญิงสาวอารมณ์ไม่ค่อยดีเสมอ
และทะเลาะกับชายหนุ่มอยู่เรื่อย
หญิงสาวนั้นรักชายหนุ่มมาก
เธอถามชายหนุ่มบ่อยครั้งว่า
"เธอรักฉันมากขนาดไหน?"
แต่ชายหนุ่มเป็นคนพูดไม่เก่ง
ทำให้หญิงสาวโกรธเขาหลายครั้ง
บวกกับคำพูดของพ่อแม่เธอ ยิ่งทำให้หญิงสาวอารมณ์เสียมากยิ่งขึ้น
ชายหนุ่มจึงกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของเธอ
เขาก็ทนยอมรับอย่างเงียบๆโดยไม่ว่าหญิงสาวเลยสักคำ 
หลังจากนั้น ชายหนุ่มเรียนจบมหาลัยแล้ว
ตัดสินใจจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ
ก่อนไป เขาเอ่ยปากขอแต่งงานกับหญิงสาว
"ผมอาจจะเป็นคนพูดไม่เก่ง ปากไม่หวาน
แต่ผมรู้ว่าผมรักคุณมาก
ถ้าคุณตกลงใจยินดี
ผมก็จะดูแลปกป้องคุณตลอดชีวิต สำหรับครอบครัวคุณ
ผมจะพยายามทำให้พวกเขายอมรับในตัวผม แต่งงานกับผมเถอะนะ
ได้ไหม?"
หญิงสาวตอบตกลงชายหนุ่ม
และด้วยความพยายามของชายหนุ่ม
พ่อแม่ของหญิงสาวก็ยอมรับเขา ในที่สุด
ชายหนุ่มและหญิงสาวได้หมั้นกัน
ก่อนที่ชายหนุ่มจะไปเมืองนอกไม่นานนัก
ชายหนุ่มไปเรียนหนังสืออยู่ต่างแดนเพียงลำพัง
ส่วนหญิงสาวก็คงยังอยู่ภายในประเทศ และออกมาทำงานแล้ว
ชายหนุ่มไม่อาจกลับมาเยี่ยมหญิงสาวได้
เพราะเขาต้องใช้เงินอย่างประหยัด
ส่วนหญิงสาวก็ไม่มีเวลาไปหาชายหนุ่มได้
ทั้งสองจึงได้แต่เพียงติดต่อกันผ่านโทรศัพท์และจดหมาย
แต่ถึงกระนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็คงยังมั่นคงมิได้เปลี่ยนแปลงสักนิด
วันหนึ่ง
หญิงสาวออกจากบ้านไปทำงานตามปกติ
ระหว่างทางที่เดินไปสู่ป้ายรถเมลล์
มีรถคันหนึ่งได้พุ่งตรงเข้าหาเธอ............
เมื่อหญิงสาวฟื้นขึ้นมา
เธอเห็นพ่อแม่อยู่ข้างเตียง
ถึงเพิ่งรู้ว่าเธอประสบอุบัติเหตุและบาดเจ็บสาหัส
โชคยังดีที่ว่าไม่ถึงกับชีวิต
หญิงสาวเห็นพ่อแม่เธอร้องไห้โศกเศร้าไม่หยุด
จึงเอ่ยปากคิดจะปลอบโยนพวกเขา
แต่เธอได้พบว่า...
เธอพูดอะไรออกมาไม่ได้เลยสักคำ
เธอพยายามที่จะเปล่งเสียงออกมาให้ได้
แต่ก็ทำได้แค่มีเสียงคล้ายเสียงหอบเท่านั้น
หญิงสาวกลายเป็นใบ้ไปเสียแล้ว...
หมอบอกว่าเพราะอุบัติเหตุครั้งนี้
หญิงสาวนอกจากบาดเจ็บที่ขาแล้ว
สมองยังถูกกระทบกระเทือน
เพราะฉะนั้นหญิงสาวจะพูดอะไรไม่ได้อีกเลยชั่วชีวิต
หญิงสาวได้แต่รับฟังคำปลอบโยนของพ่อแม่เธอ
แต่เธอไม่สามารถที่จะตอบอะไรได้เลย หญิงสาวสิ้นหวังแล้ว...
หญิงสาวได้แต่ร้องไห้ไม่หยุดทั้งวันทั้งคืน...
หลังจากนั้น หญิงสาวออกจากโรงพยาบาลและพักอยู่ที่บ้าน
ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังเป็นเช่นเดิม
มีแต่เพียงเสียงโทรศัพท์ในห้องเธอ
กลายเป็นฝันร้ายที่มาทรมานเธอ
แต่ละครั้งที่เสียงโทรศัพท์ดัง
เป็นเหมือนดังมีดคมทิ่มแทงเข้าไปในใจเธอ
ความทรมานที่เธอต้องทนรับก็ไม่อาจจะบอกให้ชายหนุ่มรู้ได้
เธอไม่อยากเป็นตัวถ่วงของเขา
จึงเขียนจดหมายบอกชายหนุ่มว่าเธอไม่อยากจะรอเขาอีกต่อไป
เธอกับเขาจบสิ้นกันแล้ว
และเธอก็ส่งแหวนหมั้นกลับไปให้เขาด้วย
หญิงสาวไม่รู้จะทำอย่างไรได้กับจดหมายและโทรศัพท์ของชายหนุ่มที่มีมาไม่ขาด
เธอได้แต่น้ำตาไหลรินเต็มหน้าทุกวัน
พ่อของหญิงสาวไม่อาจทนเห็นเธอต้องทนทรมานเช่นนี้อีกต่อไป
จึงตัดสินใจย้ายบ้าน
หวังอยากให้หญิงสาวลืมความทุกข์นั้นและอยู่อย่างมีความสุขมากกว่านี้
เมื่อเปลี่ยนสภาพแวดล้อมแล้ว หญิงสาวก็ดีขึ้นหน่อย
เธอค่อยๆหัดเรียนใช้ภาษามือแทนคำพูด
ทุกสิ่งทุกอย่างก็เริ่มต้นใหม่
เธอบอกกับตัวเองเสมอว่าให้ลืมชายหนุ่มเสีย 
วันหนึ่ง เพื่อนสนิทของหญิงสาวบอกกับเธอว่า
ชายหนุ่มกลับมาแล้ว
และออกตามหาเธอไปทั่ว หญิงสาวขอร้องเพื่อนเธอว่า
อย่าบอกเรื่องของเธอให้ชายหนุ่มรู้ เรียกให้เขาลืมเธอเสีย
หลังจากนั้น
เธอก็ไม่ได้รับรู้ข่าวคราวของชายหนุ่มอีกเลย
เวลาผ่านไปได้ปีกว่า
เพื่อนของหญิงสาวมาบอกกับเธออีกว่า
ชายหนุ่มจะแต่งงานแล้วและขอร้องให้เธอเอาการ์ดแต่งงานมาให้หญิงสาว
หญิงสาวได้รับฟังแล้วก็เศร้าใจมาก
เธอเปิดการ์ดนั้นด้วยมือสั่น
แต่กลับเห็นชื่อเธอเองบนการ์ดใบนั้น
เมื่อหญิงสาวกำลังจะถามเพื่อน ชายหนุ่มก็มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเธอ
ใช้ภาษามือที่แข็งกระด้างบอกกับหญิงสาวว่า
"ผมใช้เวลาปีกว่าที่ผ่านมา
บังคับให้ตัวเองหัดใช้ภาษามือให้ได้
เพื่อที่จะบอกกับคุณว่า
ผมไม่เคยได้ลืมสัญญาระหว่างเราสองคนเลย
โปรดให้โอกาสผมได้เป็นเสียงให้แทนคุณ ผม-รัก-คุณ"



อ่านแล้วรู้สึกซาบซึ้งไปกับความรักของชายหนุ่ม
ที่มีต่อหญิงสาว ขณะเดียวกันก็คิดว่าพวกเรา
โชคดีขนาดไหนที่เกิดมาพร้อมด้วยอาการครบ
สามสิบสอง เพราะฉะนั้นคงต้องทำความดีให้
มากกว่าพวกเขา มีความรักและสามัคคีกันให้
มากขึ้นกว่าเดิม ไม่อย่างนั้นจะ....เสียชาติเกิด
นะจะบอกให้

ขอขอบคุณ FW mail และ COMETBIRD

ของแถมแบบขำๆ.....
สวัสดีครับคุณ Krugui Chutima
สวัสดีค่ะพี่กีร์ดีใจจังเลยเข้ามาวันนี้พบกับบันทึกใหม่ แบบซาบซึ้งในความเงียบ และภาษามือ และขำขันอมยิ้ม หัวเราะ ยังคงมีรสชาติเข้มข้นกับการบันทึกอยู่นะพี่นะ รักและคิดถึงเสมอค่ะ
เศร้า และประทับใจ
แนวนี้..พี่กีร์ไม่ค่อยมีนะคะ
อ่านแล้วน้ำตาซึมค่ะพี่
ซึ้ง..โรแมนติค..คือละครรักจากครูกีร์
ขอบคุณละครบทรักบทนี้ค่ะ
ขอบคุณที่สรรหามาเล่าสู่กันฟังนะคะ
I Love U จุ๊บๆ...น่ารัก ซึ้งๆ ยามเช้าก่อนเริ่มงาน
ขอบคุณค่ะ^^
สวัสดีค่ะ
จากการที่ได้สังเกตเด็กในโรงเรียนนี้และพูดคุยกับครูที่สอนบ้าง
ประกอบกับเวลาไปทานอาหารตามร้านแล้วมักจะเจอกับผู้บกพร่องทางหู
นำเอาของกระจุกกระจิกมาเสนอขาย จึงมักจะนำมาคิดต่อว่าเอ..ถ้าหากเรา
หรือคนในครอบครัวเป็นแบบนี้บ้างจะมีความรู้สึกเช่นไร ชาติก่อนเขาทำอะไรไว้
จึงได้เป็นแบบนี้.....
ช่วยให้เกิดกำลังใจที่จะทำความดีทั้งกับตัวเองและผู้คนรอบข้างมากขึ้น
ยิ่งอ่านเรื่องนี้แล้วยิ่งซาบซึ้งและประทับใจมากกับความรักของคนๆหนึ่งที่มีต่อ
คนอีกคนหนึ่งอย่างมั่นคง
ขอบคุณกับคำชมและขอเรียนว่าไม่เคยสอนเด็กประเภทนี้เลยค่ะ
ส่งมอบความรักให้กันและกันนะคะ
น้องมะตูม
งานมากหรือว่าไงถึงเข้ามาเสียดึกขนาดนี้ พี่คงกำลังฝันหวานเชียวล่ะ
ยินดีที่มาซาบซึ้งกับความรักแบบเงียบๆ ที่ไม่ต้องใช้คำพูดก็รู้เข้าไปถึงใจ..
ช่วงนี้พอจะมีไอเดียดีๆที่อยากถ่ายทอดแบ่งปันกันจ้า
บันทึกจะเข้มข้นหรือจืดจางอยู่ที่ความรู้สึกของคนอ่านนะพี่ว่า เพราะบันทึก
ของพี่จะไปเรื่อยๆตามประสาคนที่อยาก"ให้" น่ะ
ส่งรักและคิดถึงมาจ้าดนักเน้อเจ้า
น้องครูแหวว
เศร้าและประทับใจแต่มาพร้อมกับความสุขสมหวัง ก็ใช้ได้เนาะ
บันทึกนี้เกิดจากแรงจูงใจที่ว่าเจอคนบกพร่องทางหูมามาก เลยนำมาต่อยอด
เพื่อเตือนใจทั้งตนเองและคนที่เข้ามาอ่านว่า เมื่อเรามีโอกาสมากกว่าเขาแล้ว
ทำไมเราไม่ทำสิ่งดีๆเพื่อคนอื่นให้มากกว่าเขาค่ะ
ประทับใจกับความรักร่วมกันนะคะ
สวัสดีค่ะ
นิยายรักโรแมนติกเรื่องนี้เขานำมาจากชีวิตจริงนะคะ อ่านแล้วซึ้งก็เลย
อยากให้คนอื่นได้ซึ้งตามบ้าง
โลกเรายังคงสวยงามอยู่เสมอค่ะตราบใดที่เรายังมีความรักให้แก่กัน
ไม่ว่าจะเป็นความรักในรูปแบบไหน
ขอบคุณมากมายที่แวะมารับความรักค่ะ
สวัสดียามเที่ยงค่ะพี่krugui
อ่านแล้วซึ้งค่ะ ลุ้นว่าจะเป็นอย่างไร สุดท้ายก็ยิ้มออก ด้วยความรักและเข้าใจ อุปสรรคใดก็ฝ่าฟัน
มาส่งยิ้ม ส่งความรัก ความคิดถึงมาหายามเที่ยงนี้ค่ะ ทานข้าวยังค่ะพี่สาว อิ่มอร่อยมื้อเที่ยงค่ะ
สวัสดีค่ะพี่กีร์
อ่านแล้วซึ้งจังเลยค่ะ สมัยเรียนดาวเคยเข้าไปทำโครงการตรวจสุขภาพให้กับเด็กที่เค้าพิการทางการได้ยิน เหมือนเข้าไปในอีกโลกหนึ่งเลยค่ะ สื่อสารกับเค้าลำบาก...เป็นโลกแห่งความเงียบที่เราไม่คุ้นเคย ตอนแรกก็อึดอัด แต่ต่อมาก็พยายามสือสารกับเค้าให้ได้มากที่สุด ซึ่งน้องๆ เค้าน่ารัก เค้าจะอ่านปากเราได้ว่าเราพูดอะไร ต้องการอะไร
จะว่าไปแล้ว คำพูดเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการถ่ายทอดความรู้สึกนะคะ....ยังมีสื่ออีกหลายอย่างที่ใช้ถ่ายทอดความรู้สึก โดยไม่ต้องออกมาเป็นคำพูด แต่สามารถสือถึงกันได้ ^v^
ขอบคุณเรื่องราวดีๆ น่ารักๆ ค่ะ
สวัสดีค่ะ
แหมส่งความรักแต่เช้าเลย จะได้มีพลังในการทำงานใช่ไหม
อ่านแล้วทั้งน่ารักทั้งซึ้งสมควรเอามาเป็นแบบอย่างเนาะ
วันนี้ส่งความรักให้ใครบ้างรึยังเอ่ย
น้องอุ้ม
นั่นแน่....แอบซึ้งตามไปด้วยใช่ไหมถึงได้ลุ้นระทึกว่ามันจะลงเอยแบบน้ำตา
ท่วมจอหรือว่า HAPPY ในที่สุดก็ยิ้มออกนะจ๊ะ
อุปสรรคไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับความรักที่มีคุณค่า แต่หากไม่รักแล้วล่ะก็
มองทุกอย่างเป็นอุปสรรคหมดจ้า
เข้าเวรบ่ายแล้วอย่าลืมส่งความคิดถึงและความรักมาหากันด้วย
สวัสดีค่ะน้องดาว
แสดงว่ามีประสบการณ์เกี่ยวกับผู้พิการทางหูมาบ้างแล้วนะคะ
เห็นแล้วก็สงสารและเห็นใจที่สุด เขาอยู่ในโลกแห่งความเงียบและใช้มือ
ในการสื่อสาร แต่หากคิดอีกทีก็เป็นการดีนะคะที่ไม่ต้องมารับรู้เรื่องราวให้
มากมายจนยุ่งเหยิงไปหมดเหมือนคนธรรมดา
บางครั้งยิ่งพูดมากเท่าไหร่ก็อาจจะไม่เป็นผลดีกับตัวเองก็ได้......
ยินดีนะจ๊ะที่มาซาบซึ้งกับความรักด้วยกัน
ขอบคุณดอกไม้แทนหัวใจจาก
น้องชำนาญ
ความฮักเป๋นเรื่องตี้อู้ยากเนาะ บ่าเกิดกั๋บไผตึงบ่าฮู้แต้ๆ
บ่าว่าจะคนดีคนบ่าดี คนงามคนหล่อคนพิการก่สามารถฮักกั๋นได้เนาะ
คงจะดีถ้าคนบนโลกนี่ฮักกั๋นหื้อนักกว่านี่ จะได้บ่าต้องมาผิดหัวกั๋น
ส่งมอบความฮักมายังครอบครัวน้องตวยเน้อเจ้า
ยินดีกั๋บดอกไม้ความฮักตี้มอบหื้อกั๋น....
เป็นเรื่องรักที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเลยค่ะคุณครู เพราะสังคมที่เสื่อมลงมากในปัจจุบัน มีแต่เรื่อง..ครอบครัวแตกแยก..ส่วนใหญ่ผู้ชายจะมีคนอื่น มีแต่การเลิกรา..การหย่า..ส่วนใหญ่..ผู้หญิงน่าสงสาร..เพราะต้องเลี้ยงลูกรับภาระคนเดียว ผู้ชายมีใหม่..ก็ไม่สนใจจะมาเลี้ยงดูลูก..เลี้ยงดูภรรยาเก่าที่หมดรักไปแล้ว.. ขอยืนยันว่าได้พบปะผู้คนหลายคน..หลายครอบครัว..เป็นเรื่องจริงค่ะ คุณพ่อบ้านหนึ่งเล่าว่า..เพื่อนๆเลิกกับภรรยาเกือบหมด..แถมยุให้เขาเลิกกับภรรยาเขาด้วย..เวร .. ภาษาอะไรก็ตาม..ที่มี "ใจบริสุทธิ์" "ใจที่ให้จริง" ไม่ใช่..การหลอกลวง..โม้..โอ้อวด.. เป็นภาษาที่สมควรแก่การสื่อสารค่ะ..
สวัสดีค่ะ...