เมื่อรอบปีการศึกษาใหม่เวียนมาอีกครั้ง ประสบการณ์การเรียนรู้ของครูก็เพิ่มวงรอบขึ้นไปเรื่อยๆ ดุจดั่งวงปีของต้นไม้  ชีวิตความเป็นครูสนุกตรงที่ในแต่ละรอบปีมีอะไรดีๆ ให้ได้เรียนรู้มากมาย

 

ช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเพิ่มพูนความรู้ใหม่ของครู ที่โรงเรียนเพลินพัฒนา จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ NVC – Non Violent Communication ให้บุคลากรทุกคนเข้ามาเรียนรู้วิธีการสื่อสารอย่างสันติ และ จัดให้ผู้เชี่ยวชาญมาอบรมพัฒนาการเด็กในช่วงวัยต่างๆ ให้กับคุณครูในแต่ละช่วงชั้น

 

ในส่วนของการไปร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดิฉัน และคุณครูคัทลียา ไปร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในงาน “ถอดรหัส Nonaka : ภาวะผู้นำและการประเมินแนวใหม่” ที่ สคส.จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๕๔ เพื่อต่อยอดความรู้จากงานมหกรรมจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ ๕

 

เช้าวันนั้น ในช่วง “ตกผลึกโนนากะ” อาจารย์วิจารณ์มาชวนพูดคุยอย่างสบายๆ อาจารย์เน้นว่า ปัญญาถ้าไม่ปฏิบัติจะไม่ลึก เราต้องการการปฏิบัติรวมหมู่ที่จะมาทำความเข้าใจสิ่งที่จะปฏิบัติ การปฏิบัติ และผลของการปฏิบัติ

 

เป้าหมายของการปฏิบัติที่จะก่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมนั้น จะต้องเป็นเป้าหมายที่ชัดเจน มีคุณค่าสูง ทั้งต่อตนเอง องค์กร และโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เมื่อมองเห็นอนาคตร่วมกัน  มีการปฏิบัติร่วมกัน ก็จะเกิดนวัตกรรมต่อเนื่องจากปัญญาปฏิบัติรวมหมู่อย่างต่อเนื่อง เล็กๆ น้อยๆ ในทุกคน

 

การมองที่แตกต่างนี้จะเกิดเป็นการสร้างความรู้ เกิดการสร้างสรรค์ในระดับที่สูงเกินปกติ  จากทั้ง ideas ที่แปลกใหม่ มีพลัง และ ideals ที่มีอุดมการณ์ที่เป็นพลังผลักดัน และผู้นำต้องเป็นผู้นำแห่งอนาคต ไม่ได้หยุดอยู่แค่ปัจจุบัน แต่ทำเพื่ออนาคตเสมอ  เมื่อโลกเคลื่อนไป ความไม่แน่นอนของโลก ของสังคม ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยน ภาวะผู้นำก็เปลี่ยนไป

 

ชีวิตการทำงานต้องมีทั้งสองส่วน งานประจำเพื่อบรรลุมาตรฐานก็ต้องทำให้ได้ ส่วนการปฏิบัติที่เป็นการสนุกเพื่ออนาคตก็ต้องมี เพื่อเรียนรู้ในสิ่งที่เราอยากรู้นั้น จะช่วยให้เราสามารถ “ด้นกลอนสด” ในชีวิตได้

 

เราทุกคนมีข้อจำกัด เมื่อได้มาเรียนรู้รวมหมู่ และผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เราจะได้อะไรเพิ่มพูนขึ้น เป็นการสั่งสมความรู้ เป็นการฝึกขีดความสามารถโดยอาศัยข้อสังเกตและการรับรู้ของคนอื่น

 

การเรียนรู้รวมหมู่นี้ต้องการ mode และจิตวิญญาณที่มั่นใจ เป็นอิสระเพียงพอที่จะ share เรื่องลึกๆ  กล้า talk the mind  กล้าที่จะบอกความรู้สึก ความเข้าใจที่ไม่รู้ว่าถูกหรือผิดออกมา

 

ความรู้จากการทำงานจริง ทำงานตรง การทำงานร่วมกัน มีไว้ด้นกลอนสด  มีแผนการ นวัตกรรมไว้สำหรับอนาคตที่ไม่แน่นอน  ทุกคนต้องช่วยกัน transform หรือ renewal ที่ใกล้ที่สุดก็คือตัวเราเองไปสู่คนอื่น 

 

อีกรายการหนึ่งที่ดิฉันได้มีโอกาสเข้าไปร่วมเรียนรู้กับเพื่อนครูจากโรงเรียนเพลินพัฒนาอีก ๑๙ คน คือการไปเข้าร่วมอบรมในโครงการ Asian Teacher Training (ATT 2011) ของการศึกษาแนววอลดอร์ฟ เป็นเวลา ๕ วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ ๒ – ๖ พฤษภาคม ๕๔  ในหัวข้อ “Art as a source of life”

 

ในวันที่ AAR ถึงเรื่องที่ได้เรียนรู้จากการไป ATT คุณครูหลายคนบอกว่าอบรมคราวนี้เป็นทั้งการเติมเต็มจิตวิญญาณความเป็นครู และการไปรู้จักกับตัวเองจากการทำงานศิลปะ นอกจากนี้ยังได้เห็นตัวเองจากการเห็นการทำงานของคนอื่นด้วย

 

ที่สำคัญคือได้ใช้ทั้งตัวในการเรียนรู้ ทั้งฐานกาย ฐานใจ และฐานคิด  ได้ฝึกการละวางความคิดในการทำงาน

 

ทุกคนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติว่า การศึกษาในแนววอลดอร์ฟ ปลุกคนจากข้างในให้ไปรู้สึกกับรากฐานของชีวิตที่เป็นความหมายของศิลปะ  รู้สึกถึงความรู้สึกเพื่อไปถึงทุกศาสตร์  เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่พาให้ได้งาน ได้ความสุข ได้รู้สึกด้วยใจ

 

การรู้สึกถึงความรู้สึก เป็นขีดความสามารถของครูที่มีความสำคัญ เพราะครูที่รู้สึกถึงความรู้สึก จะรู้สึกถึงความรู้สึกของเด็กและเข้าใจถึงภาวะการเรียนรู้ของพวกเขาได้ด้วย  

 

“การไปเรียนรู้ในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ไปเรียนรู้วิธีการสอนศิลปะ แต่เป็นการสอนชีวิต สอนหัวใจคน เปลี่ยนคนได้ ได้ชีวิตมากกว่าวิชา” – ครูเบิร์ด อนุบาล