"ถ้างั้น จะไปช่วยก็ได้ค่ะ ด้วยความยินดีค่ะ"  ฉันได้บอกผู้อำนวยการโรงเรียนและเพื่อนครู ที่กำลังปรึกษาหารือกันเรื่องงานของโรงเรียนที่คั่งค้างและรีบเร่งอยู่  ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา  วันนั้นเราพบกันทุกคนเพราะไปส่งน้องครูที่ย้ายไปโรงเรียนไปอยู่อำเภอเนินมะปราง 

 

         ตั้งแต่วันที่ ๒ พฤษภาคม เป็นต้นมาทำให้ฉันได้ไปช่วยงานที่โรงเรียนทุกวัน  และเว้นวันหยุดราชการ  เพราะทุกคนเหนื่อยมาก  หากมีกำลังวังชาพอคงไม่มีใครอยากหยุดพัก  และการที่ฉันไปช่วยด้วยความเต็มอกเต็มใจ ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันเป็นคนว่างงาน  อย่างแรกหนังสือรอให้ฉันอ่านอยู่เป็นกองและบางส่วนก็ยังไม่ได้นำออกใส่ตู้  งานบ้านอื่น ๆ ก็ยังมีให้ทำ  เพียงแต่ไม่มีงานในตำแหน่งเท่านั้นเอง  

 

        การทำงานในแต่ละวันทุ่มเทกันมาก  ล้นความสามารถมากกว่าเต็มความสามารถ  เพราะไม่รู้หรือไม่มีก็ดิ้นรนที่จะรู้และหามาเพิ่ม    เดิมที่ฉันอยู่ในราชการก็จะรู้สึกว่า "งานหนัก น้อยเนื้อ ต่ำใจเป็นบางที"  เพราะการติดกรอบและการได้รับความกดดันในตัวบ่งชี้และความเป็นมาตรฐานของแต่ละงาน  รวมทั้งหน้าที่รับผิดชอบต่อ "อนาคตของคน" ที่รอวันเติบโตไปข้างหน้า 

 

       หากขับรถติดฝน ติดน้ำท่วมหรือไฟป่าก็จะท้อแท้ และอยากจะย้ายโรงเรียนให้ไปอยู่ในที่สะดวกสบาย  แม้ว่ามีสิทธิ์ย้ายก็ไม่สามารถย้ายได้ด้วยตนเอง  และที่สำคัญ "ติดที่เด็ก"  เมื่อเห็นเด็กความตั้งใจก็เปลี่ยนไป  จนสุดท้ายแรงกดดันบางประการที่ทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้ตามต้องการ  ทำให้ต้อง "ลาออก" ก่อนเกษียณ  และในหัวใจมีแต่ปรัศนีย์ตลอดชีวิตการรับราชการ ?????

 

         ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาฉันต้องตื่นนอนแต่เช้าออกจากบ้านไปช่วยงานโรงเรียน  และกลับเย็นค่ำมืดกว่าปกติทุกวัน  ตลอดระยะการเดินทางเจอปัญหาความวุ่นวายของการใช้รถใช้ถนนมากขึ้น   พบรถเกิดอุบัติเหตุทุกวัน โดยเฉพาะวันที่ฝนตกถนนลื่น   ขณะเดียวกันฉันไม่รู้สึกว่าจะต้องถามหรือค้นหาคำตอบแต่อย่างใด

 

        เย็นวันพฤหัสบดีท้องฟ้ามืดคลื้มมาตั้งแต่ออกจากโรงเรียน  ระหว่างทางฝนตกหนักมากแทบจะมองอะไรไม่เห็น  อยากจะจอดรถข้างทางก็มีแต่ต้นไม้กลัวกิ่งไม้หรือต้นไม้จะหักโค่นลงมา  และได้พบกับการเกิดอุบัติเหตุอีกเหมือนกัน  รถกระบะคันหนึ่งขาดออกเป็นสองท่อน  แต่ฝนยังตกหนักอยู่  พอมีคนลงไปช่วยกันอยู่บ้าง  รถตำรวจมาถึงพอดี  ฉันได้ชลอรถและภาวนาว่าอย่าให้ใครเป็นอะไร  ก็เห็นคนนอนหงายตากฝนอยู่ ๒ คนและกำลังช่วยงัดออกจากรถอีกส่วนหนึ่ง เช่นเดียวกับวันก่อนคือไม่มีคำถามและไม่ต้องการคำตอบ

 

        ขับรถได้ไม่เกิน ๒๐ กม./ชั่วโมง  เกินกว่านั้นมีหวังตกเขาหรือลื่นออกนอกถนน  อีกอย่างมองไม่เห็นเส้นทาง  มองที่ปัดน้ำฝนน่าสงสารที่มันทำงานหนักแทบจะหลุดออกจากตัวรถ  นิ้วต้องคอยตีไฟให้กระพริบหรือไฟสูงสลับกันตลอดเวลา  จากจุดเกิดเหตุจนถึงบ้านจะพบรถของหน่วยกู้ภัยและรถโรงพยาบาลวิ่งสวนไปติด ๆ กันประมาณ ๑๐ กว่าคัน  ในใจได้แต่คิดและคาดเดาว่าคงมีการเกิดเหตุหลายจุด  แต่ก็ไม่มีคำถามส่วนตัว

 

        เมื่อวานเป็นวันศุกร์การทำงานก็เหมือนเดิม  บางเวลาเราผลัดกันนอนเอนหลัง  ช่วยบีบนวดผ่อนคลายให้กันและกัน  น้ำดื่ม กาแฟ และขอคบเคี้ยวหากใครลุกจากที่ก็จะทำหน้าที่บริการให้เพื่อน ๆ งานส่วนรวมแบบมีส่วนร่วมสำเร็จไปแล้วเกือบ ๙๐ %  แต่ละคนก็พูดกันเบา ๆ ที่สื่อว่า "เหนื่อยเหลือเกิน" แต่ใบหน้ายังสู้มีรอยยิ้มให้เห็นเสมอ ฉันรู้สึกเหนื่อยเหมือนกันแต่มีพลังอย่างบอกไม่ถูก  ไม่มีคำถามและไม่ต้องการคำตอบ

 

        เมื่อวาน...ฉันกลับถึงบ้านแล้ว  ตั้งใจว่าจะอาบน้ำและอ่านหนังสือสักเรื่อง  แต่ไม่ถึง ๒๐ นาที  ก็ต้องเข้าห้องนอน  และไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน  มีเพื่อนโทรศัพท์มาถามไถ่ด้วยความห่วงใย  ก่อนนอนฉันได้คิดทบทวนเหตุการณ์  แต่พบว่า "ไม่มีคำถามจึงไม่มีคำตอบ" พร้อมรับที่จะไปช่วยโรงเรียนทำงานและแก้ไขปัญหาต่อไป  วันนี้จึงได้ตื่นจากการนอนหลับแบบสนิทม้วนเดียวจบ