ซุปดอกแคจานนี้อร่อยมากเป็นพิเศษ ก็คงเพราะว่าคุณแม่ เอา”ใจ” ใส่ลงไปขณะที่ทำด้วยแน่ๆ

 

 

วันหยุดยาวคราวนี้ ข้าพเจ้าโชคดีได้กลับบ้านที่อุบล เพื่อไปเติมพลังชีวิต อยู่ในเมืองกรุงนานๆ สาวบ้านนอกเช่นข้าพเจ้าชักจะเฉา 555
 

 

กลับถึงบ้านข้าพเจ้าและคุณแม่เดินสำรวจต้นไม้รอบๆ บ้าน ช่วงนี้ฤดูฝน ต้นไม้ต่างๆ แตกยอด ออกดอก ดูสดชื่นเป็นพิเศษ เดินไปเดินมา เห็นต้นดอกแคออกดอกเต็มต้น...
 

 

  
ต้นดอกแคที่บ้าน เกิดบนพื้นคอนกรีตที่มีรอยร้าว... ถึงจะไม่ค่อยได้รับการดูแล(ไม่รู้จะใส่ปุ๋ยยังไง) แต่เค้าก็ยังอุตส่าห์ออกดอกตลอดทั้งปี

 

 

อย่างที่รู้กันว่า ดอกแคเป็นผักคู่บ้านเรามาแต่ไหนแต่ไร มีทั้งแคบ้าน และแคนา...ที่บ้านข้าพเจ้าเป็นแคบ้าน ต้นเล็กๆ มีอยู่สามต้น แต่ออกดอกตลอดปี  ดกมากจนทานไม่หมด จึงแบ่งปันเพื่อนบ้านเสมอๆ ใครอยากได้ดอกแคเมื่อไหร่ก็มาเก็บได้เลย คณแม่อนุญาตไว้ล่วงหน้า ( ม่ต้องขอกันหลายรอบให้เมื่อย อิอิ) คุณแม่เล่าให้ฟังว่า มีเพื่อนบ้านเค้าแซวว่า ปลูกดอกแคแค่บ้านเดียว แต่กินกันทั้งซอย 555
 

 

พลันสมองน้อยๆ ของข้าพเจ้าก็นึกถึงเมนูสุดโปรดที่ไม่ได้ทานนานมากแล้วตั้งแต่ไปอยู่เมืองกรุง เลยชวนคุณแม่เก็บดอกแคเสียหน่อย....วันนี้คุณแม่ละคุณลูกจะมาเข้าครัวกัน ^_^
 

 

 
 
เมนูดอกแควันนี้ที่จะนำเสนอ เป็นเมนูอาหารที่ไม่มีวางขายที่ตลาด อยากกินต้องทำเอง...ไม่รู้ว่าที่ร้านอาหารอีสานมีร้านไหนขายหรือเปล่า แต่เท่าที่ข้าพเจ้ารู้ ก็เคยรับประทานเฉพาะที่บ้านนี่แหล่ะ เรียกว่าเป็นเมนูพิเศษยิ่งกว่าพิซซ่าหรืออาหารญี่ปุ่นที่มีขายตามร้านทั่วไป เมนูนั้นก็คือ “ซุปดอกแค”.....ซุปแบบอีสานนะคะ ไม่ใช่ซุปฝรั่ง อิอิ
 

 

พวกเราเลือกเก็บดอกแคพอประมาณ กะว่ากินสองคนแม่ลูกก็พอ...กลัวทำเยอะแล้วทานไม่หมด  จากนั้นนำดอกแคมาล้างให้สะอาด....แล้วนำไปลวกให้สุกจนดอกแคนิ่ม สำหรับบางคนที่ไม่ชอบรับประทานแบบนิ่มๆ อาจจะลวกแป๊บเดียวก็ไม่ว่ากัน จากนั้นนำดอกแคมาตำให้ละเอียดพอประมาณ  เสร็จแล้วตักไว้ในจาน

 

 

 

 

 

นำปลาทูทอดมาแกะเอาแต่เนื้อปลา...แยกส่วนไว้ (อาจจะใช้ปลาดุกแทนก็ได้ค่ะ...อร่อยไปอีกแบบ)

 

 

 

 

ปอกหอมแดง  นำหอมแดงที่ปอกและพริกสดไปคั่วให้หอม (ปริมาณตามชอบ...ข้าพเจ้าใส่หอมแดงน้อยหน่อยเพราะหอมแดงหมดพอดี ลืมซื้อมาเพิ่ม 555) จากนั้นตำให้ละเอียด นำเนื้อปลาทูทอดที่แยกไว้มาตำผสมให้เข้ากัน  แล้วพักไว้ในจาน

 

 

  

 

 
 
นำงา มาตำให้ละเอียด จะงาขาว หรืองาดำก็ได้ตามชอบ....ถ้างาขาวสีซุปก็จะสวยหน่อย แต่งาดำสีอาจจะไม่สวย แต่กลิ่นหอมกว่า....ข้าพเจ้าเลยตำผสมกันซะเลย  อิอิ....ตำงาเสร็จ ตักพักไว้ในจานเช่นเดียวกัน

 

 

 
 

 

ที่นี้เราก็จะได้ส่วนผสมทั้งสามส่วน ได้แก่ เนื้อปลาทูตำผสมหอมแดงและพริก  ดอกแคลวกตำละเอียด และงา

 

 

 

 

เริ่มทำป่นปลาทูก่อน โดยการนำปลาทูที่ตำไว้ มาผสมปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า  น้ำปลา และ น้ำตาลเล็กน้อย (ใส่น้ำตาลนิดหน่อยให้มีรสกลมกล่อม...เพราะไม่อยากใส่ผงชูรสค่ะ) หากใครชอบเผ็ดอาจจะตำพริกใส่เพิ่มก็ได้...

 

 

 
คุณแม่กำลังผสมดอกแคและงา ลงไปในป่นปลาที่ปรุงเรียบร้อยแล้ว
 

 

 

 

ตำส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน....คุณแม่ตำเร็วมากจนกล้องจับไม่ทัน ^o^
หลังจากชิมจนพอใจแล้ว จึงนำดอกแคที่ตำไว้ลงไปผสมตำให้เข้ากัน...เติมงาลงไป และขั้นตอนสุดท้ายก็คือ ชิมอีกรอบก่อนตักใส่จาน อิอิ อาจจะหั่นผักชีฝรั่งโรยหน้าเพื่อเพิ่มความหอมของซุป...เท่านี้เราก็จะได้ซุปดอกแคแสนอร่อยไว้ทานกับข้าวเหนียวร้อนๆ หรือจิ้มกับผักสดรับประทาน

 

 

 

 

 

 

ข้าพเจ้าถามคุณแม่ว่า....เราตำผสมกันทั้งหมดแล้วค่อยปรุงรสทีเดียวไม่ได้เหรอ  ทำไมต้องแยกแต่ละส่วนแล้วค่อยนำมาผสมกันอีกที
คุณแม่บอกว่า....ถ้าผสมทั้งหมดแล้วค่อยปรุงจะไม่อร่อย....รสชาติจะไม่ดีเท่ากับแยกปรุงก่อน นี่แหล่ะนะ เค้าถึงว่า ทำอาหารจะต้องมีเคล็ดลับ เรียกว่าเป็นศาสตร์อีกชนิดหนึ่งกันเลยทีเดียว แต่ที่ข้าพเจ้ารู้สึกว่า ซุปดอกแคจานนี้อร่อยมากเป็นพิเศษ ก็คงเพราะว่าคุณแม่ เอา”ใจ” ใส่ลงไปขณะที่ทำด้วยแน่ๆ
 

 

 

 

 

กลับบ้านคราวนี้  ข้าพเจ้าได้เติมพลังชีวิตอย่างเต็มที่...ทั้งพลังกายและพลังใจเชียวล่ะค่ะ (^v^)