Psychi Mobile Clinic คลินิกจิตเวชเคลื่อนที่ต่อการลดความแออัดและต้นทุนในการมารับบริการ
ที่มาและวัตถุประสงค์
คลินิกจิตเวช เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ซึ่งให้บริการเกี่ยวกับการตรวจ บำบัดรักษาผู้ป่วยที่มีอาการทางด้านจิตเวชและได้รับการวินิจฉัย ครอบคลุมในเขตอำเภอเมืองยโสธรและรับการส่งต่อจากพื้นที่ใกล้เคียง แพทย์ที่ออกตรวจรักษาจะเป็นแพทย์ใช้ทุน จำนวนผู้ป่วยที่มารับบริการในแต่ละครั้งประมาณ 100-150 คนต่อวัน ซึ่งทำให้เกิดเป็นปัญหาความแออัด และการให้บริการที่ไม่ครอบคลุม ผู้ป่วยสูญเสียโอกาสของการได้รับการบำบัดฟื้นฟูตลอดจนการเข้าร่วมในกิจกรรมบำบัดที่ไม่ใช้ยา เพราะระยะเวลาที่สูญเสียไปขึ้นอยู่กับการรอคอยการตรวจของแพทย์ ระยะเวลาในการรอคอยการตรวจ (wating time) ประมาณ 2 ชั่วโมงถึง 3 ชั่วโมงซึ่งตามเกณฑ์มาตรฐานการรับการบริการในแผนกผู้ป่วยนอกระยะเวลารอคอยไม่ควรเกิน 90 นาที
จากที่มาและปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยจึงสนใจต่อการพัฒนาแนวทางการทำงานโดยนำแนวคิดคลินิคเคลื่อนที่ (Mobile Clinic) มาใช้ร่วมกับการนำ PASS 8 มาใช้ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาและพัฒนารูปแบบการบริการคลินิคจิตเวช
ระเบียบวิธีวิจัย
เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบ Psychi Mobile Clinic ต่อการลดระยะเวลารอคอยและต้นทุนในการมารับบริการ ตลอดจนคุณภาพในการให้บริการ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยในพื้นที่ตำบลหนองหิน ระยะเวลาในการศึกษาวิจัย 3 เดือน รูปแบบการให้บริการคลินิกเคลื่อนที่บูรณาการร่วมกับวิถีพุทธ โดยใช้วัดเป็นสถานที่ให้บริการและนำพาผู้ป่วยปฏิบัติศาสนกิจก่อน จากนั้นทำกลุ่มกิจกรรมบำบัด-ฟื้นฟูฯ ทางด้านจิตใจ ร่วมกับการค้นหาและคัดกรองภาวะซึมเศร้า การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างใช้วิธเจาะจง การวิเคราะห์ใช้การถอดโปรโตคอลและสถิติร้อยละ
ผลการศึกษา
ผู้ป่วยที่ขาดจากการรักษาอย่างต่อเนื่องกว่า ๖๐ ราย ได้รับการติดตามและประเมินซ้ำ ค่าเดินทางในการไปตรวจรักษาลดกว่าสิบเท่า จากที่ต้องใช้จ่ายเดินทางไปโรงพยาบาลในแต่ละครั้งคิดค่าใช้จ่ายเฉลี่ย ๒๐๐-๓๐๐ บาท แต่พอเราลงไปในพื้นที่ผู้ป่วยเสียค่าใช้จ่ายไม่ถึง ๕๐ บาท แถมบอกว่า "ได้เลี้ยงวัวเลี้ยงควายด้วย หากว่าวันไหนเดินทางไปโรงพยาบาลก็จะไม่ได้เลี้ยงวัวควายเลย" เกิดเป็นปรากฏการณ์แห่งความสุขเล็กที่เกิดขึ้นจิตใจและเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีต่อผู้ป่วย ร้อยละ 100 มีความรู้สึกพึงพอใจต่อการรับบริการตามรูปแบบ Psychi Mobile Clinic
การนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์
นำแนวทางที่ได้จากการศึกษานำร่องที่ตำบลหนองหิน ไปใช้ขยายผลในพื้นที่ตำบลอื่นในเขตอำเภอเมือง เพื่อลดความแออัดของการมารับบริการที่โรงพยาบาล ตลอดจนการเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยจิตเวชในท้องถิ่น อีกทั้งทำให้ได้เข้าถึงสภาพความอยู่ของผู้ป่วยและครอบครัว รวมถึงสัมพันธภาพของผู้ป่วยกับชุมชน
บทเรียนที่ได้รับ
งานวิจัยครั้งนี้ถือว่าเป็นความพยายามของคณะทำงานคลินิคจิตเวช กลุ่มงานจิตเวช ที่จะแก้ปัญหาความแออัดในคลินิคตลอดจนการเพิ่มคุณภาพของการให้บริการต่อผู้ป่วย ข้อสังเกตที่ได้พบเมื่อผู้ป่วยไปรับบริการที่คลินิคเคลื่อนที่วัดหนองไคร้ ใบหน้าและท่าทางของผู้ป่วยดูผ่อนคลาย ไม่เคร่งเครียด และที่สำคัญได้เจอผู้ป่วยทุกราย ซึ่งแตกต่างจากที่ให้บริการที่โรงพยาบาลบางครั้งญาติก็มารับยาแทน ทำให้ไม่ได้เห็นผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด
ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
ความสำเร็จของงานวิจัยในครั้งนี้จะเกิดขึ้นมิได้เลยถ้าปราศจากความร่วมมือ ร่วมใจทั้งจากโรงพยาบาล หน่วยงานเภสัชกรรม และสถานีอนามัยหนองหิน ที่มุ่งหวังให้ผู้ป่วยได้รับการบริการด้วยคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพและจิตวิญญาณแห่งการเยียวยาทางด้านจิตใจ
ดีมากๆเลยคะ เข้าถึงบริการด้วย