การทำงานเป็นทีม (Teamwork – TW)
การทำงานเป็นทีม (Teamwork – TW)
การทำงานเป็นทีม เป็นสมรรถตัวที่ 5 ของสมรรถนะหลัก ความหมายของการทำงานเป็นทีม หมายถึง ความตั้งใจที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่น เป็นส่วนหนึ่งของทีม หน่วยงานหรือส่วนราชการ โดยผู้ปฏิบัติมีฐานะเป็นสมาชิก ไม่จำเป็นต้องมีฐานะหัวหน้าทีม รวมทั้งความสามารถในการสร้างและรักษาสัมพันธภาพกับสมาชิกในทีม
สมรรถนะการทำงานเป็นทีม หมายถึง ความตั้งใจอย่างแท้จริง (Genuine Intention) ที่จะร่วมมือทำงานกับผู้อื่น เป็นส่วนหนึ่งของทีมและทำงานร่วมกัน
คำว่า “ทีม" อาจไม่จำเป็นต้องเป็นทีมที่ตั้งอย่างเป็นทางการ แต่เป็นบุคคลที่มีระดับตำแหน่งแตกต่างกันและมาจากส่วนงานต่าง ๆ ที่มาทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาหรือทำงานโครงการด้วยกัน
บทบาทของการทำงานเป็นทีมไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าทีมหรือผู้ที่มีอำนาจหน้าที่อย่างเป็นทางการ แม้แต่คนที่มีอำนาจอย่างเป็นทางการแต่ร่วมมือทำงาน หรือทำหน้าที่เป็นผู้ประสานทีม (Group Facilitator) ก็แสดงสมรรถนะการทำงานเป็นทีม ผู้บริหารที่เก่ง ๆ จะแสดงทั้งสมรรถนะการทำงานเป็นทีมแลสภาวะผู้นำ
การทำงานเป็นทีม อาจเรียกในชื่ออื่น ๆ ได้แก่ การบริหารจัดการกลุ่ม (Group Management) การสนับสนุนกลุ่ม (Group Facilitation) การแก้ไขข้อขัดแย้ง (Conflict Resolution) การจัดการสาขา (Managing Banch Climate) การจูงใจผู้อื่น (Motivating Others)
มิติ (Dimension) ที่ใช้ในการพิจารณามี 3 ด้านด้วยกัน คือ
-
ระดับของการช่วยเหลือสนับสนุนทีม
-
ขนาดของทีมที่เกี่ยวข้อง และ
-
ระดับของความพยายามที่จะช่วยเหลือสนับสนุนทีม ซึ่งในโมเดลสมรรถนะราชการพลเรือนจะเน้นที่ระดับของการช่วยเหลือสนับสนุนทีมสำหรับกรณีที่จำเป็น ส่วนราชการอาจใช้มิติอื่น ๆ ช่วนในการแยกความแตกต่างระหว่างระดับที่แตกต่างกัน
พฤติกรรมที่แสดงสมรรถนะการทำงานเป็นทีม ได้แก่
-
แสดงความคิดที่ช่วยกำหนดแผนงานหรือตัดสินใจ
-
คอยแจ้งข่าวสารให้ผู้อื่นทราบ แลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์
-
แสดงความคาดหวังทางบวกจากผู้อื่น
-
ชื่นชมความสำเร็จของผู้อื่นในที่สาธารณะ
-
สนับสนุนให้อำนาจผู้อื่นทำให้เขารู้สึกว่ามีความสำคัญ
สมรรถนะการทำงานเป็นทีมเกี่ยวข้องกับสมรรถนะอื่น ๆ เช่น ความเข้าใจผู้อื่น ศิลปะการสื่อสารจูงใจ ความ
มั่นใจในตนเอง การพัฒนาผู้อื่น เป็นต้น
ระดับที่ 0 ไม่แสดงสมรรถนะด้านนี้หรือแสดงอย่างไม่ชัดเจน
ระดับที่ 0 หมายถึง การที่ผู้ดำรงตำแหน่งไม่ได้แสดงพฤติกรรมบ่งชี้ของการทำงานเป็นทีมเลย หรือว่าแสดงบ้างแต่ไม่ชัดเจนพอที่จะทำให้ผู้ประเมินรับรู้ได้ว่าบุคคลผู้นั้นเป็นผู้ที่มีการทำงานเป็นทีม
ระดับที่ 1 ทำหน้าที่ของตนในทีมให้สำเร็จ เช่น
-
สนับสนุนการตัดสินใจของทีมและทำงานในส่วนที่ตนได้รับมอบหมาย
-
รายงานให้สมาชิกทราบความคืบหน้าของการดำเนินงานของทีม
-
ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของทีม
ระดับที่ 1 เป็นระดับพื้นฐานของการทำงานเป็นทีมในฐานะของผู้ร่วมทีม ซึ่งต้องมีการแบ่ง
หน้าที่รับผิดชอบกันในระหว่างสมาชิก เพื่อให้เป้าหมายการทำงานของทีมประสบความสำเร็จ นอกจากนั้นแล้ว ในการวางแผนการทำงานของทีม สมาชิกของทีมถูกคาดหวังว่าจะช่วยให้ความคิดเห็น ให้ข้อมูลและสนับสนุนการตัดสินใจของทีมด้วย
ในบางกรณีผู้ดำรงตำแหน่งอาจไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของทีม จึงไม่ยอมทำงานในส่วนที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งจะทำให้ประเมินไม่ผ่านสมรรถนะการทำงานเป็นทีม ระดับที่ 1 ทั้งนี้ เพราะการทำงานเป็นทีมจะมีช่วงของการวางแผนและตัดสินใจแล้ว ในช่วงของการดำเนินการตามแผนงาน สมาชิกทุกคนต้องให้ร่วมมือการดำเนินงานเพื่อให้แผนการทำงานประสบผลสำเร็จ ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของทีมก็ตาม
ระดับที่ 2 แสดงสมรรถนะระดับที่ 1 และให้ความร่วมมือในการทำงานกับเพื่อนร่วมงาน เช่น
-
สร้างสัมพันธ์ เข้ากับผู้อื่นในกลุ่มได้ดี
-
ให้ความร่วมมือกับผู้อื่นในทีมด้วยดี
-
กล่าวถึงเพื่อนร่วมงานในเชิงสร้างสรรค์และแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของเพื่อนร่วมทีม ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
ระดับที่ 2 เป็นระดับที่ยากขึ้นจากระดับที่ 1 เพราะในระดับที่ 1 เน้นที่ตัวของผู้ดำรงตำแหน่ง
ในการทำหน้าที่ของตนในทีม แต่ในระดับที่ 2 จะขยายขอบเขตของความสัมพันธ์ออกไปยังเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ โดยผู้ดำรงตำแหน่งให้ความร่วมมือในการทำงานกับเพื่อนร่วมงานด้วยดี ตลอดจนเชื่อมั่นในศักยภาพของเพื่อนร่วมทีมและกล่าวถึงในเชิงสร้างสรรค์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
ระดับที่ 3 แสดงสมรรถนะระดับที่ 2 และประสานความร่วมมือของสมาชิกในทีม เช่น
-
รับฟังความเห็นของสมาชิกในทีมและเต็มใจเรียนรู้จากผู้อื่น
-
ตัดสินใจหรือวางแผนงานร่วมกันในทีมจากความคิดเห็นของเพื่อนร่วมทีม
-
ประสานและส่งเสริมสัมพันธภาพอันดีในทีม เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ระดับที่ 3 เป็นระดับที่ยากกว่าระดับที่ 2 ตรงที่ระดับที่ 2 เป็นระดับความสัมพันธ์กับเพื่อน
ร่วมงาน แต่ในระดับที่ 3 เป็นระดับของการประสานความร่วมมือของสมาชิกในทีม ซึ่งกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เป็นระดับเริ่มต้นของการทำงานผ่านผู้อื่น ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของบรรดาหัวหน้าทีมงานนั่นเอง แต่ในที่นี้ผู้ดำรงตำแหน่งไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าทีมอย่างเป็นทางการ ตัวอย่าง ต้องการประสานความร่วมมือของสมาชิกในทีม เช่น การตัดสินใจวางแผนร่วมกันกับทีม รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เต็มใจที่จะเรียนรู้จากผู้อื่น แม้ว่าผู้นั้นจะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาและประสานส่วนเสริมความสัมพันธ์ที่ดีของสมาชิกในทีม เป็นต้น
ระดับที่ 4 แสดงสมรรถนะระดับที่ 3 และสนับสนุน ช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีม เพื่อให้งานประสบความสำเร็จ เช่น
-
ยกย่องและให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีมอย่างจริงใจ
-
ให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลแก่เพื่อนร่วมทีม แม้ไม่มีการร้องขอ
-
รักษามิตรภาพอันดีกับเพื่อนร่วมทีม เพื่อช่วยเหลือกันในวาระต่าง ๆ ให้งานสำเร็จ
ระดับที่ 4 เป็นระดับที่ไม่ใช่เพียงแค่ประสานความร่วมมือของสมาชิกในทีมเท่านั้น แต่เป็น
การสนับสนุนและเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานเพื่อให้งานประสบความสำเร็จ แม้ว่าจะไม่มีการร้องขอก็ตาม (แต่สถานการณ์มีความจำเป็นและการช่วยเหลือนั้นมีความสำคัญที่ทำให้งานประสบความสำเร็จ) ให้การยอมรับในความสำเร็จของเพื่อนร่วมงาน ความสำเร็จของทีมงาน
ระดับที่ 5 แสดงสมรรถนะระดับที่ 4 และสามารถนำทีมให้ปฏิบัติภารกิจให้ได้ผลสำเร็จ
-
เสริมสร้างความสามัคคีในทีม โดยไม่คำนึงความชอบหรือไม่ชอบส่วนตน
-
คลี่คลาย หรือแก้ไขข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นในทีม
-
ประสานสัมพันธ์ สร้างขวัญกำลังใจของทีมเพื่อปฏิบัติภารกิจของส่วนราชการให้บรรลุผล
การทำงานเป็นทีมในระดับที่ 5 เป็นระดับสูงสุด ซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งที่แสดงสมรรถนะในระดับนี้จะมีลักษณะเป็นผู้นำทีม ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ใช่ผู้นำทีมอย่างเป็นทางการ คือ การสร้างความสามัคคี สร้างขวัญ กำลังใจในทีมงาน ในกรณีที่มีความขัดแย้งในทีม ก็จัดการแก้ไขข้อขัดแย้งนั้นโดยไม่หลีกเลี่ยงปัญหา
สรุป สมรรถนะอาจถือได้ว่าเป็นเรื่องใหม่ในการบริหารทรัพยากรบุคคลในราชการพลเรือน แต่ในความคิดของผู้เขียนมีความคิดว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ ถ้าเปรียบเทียบกับสมัยก่อนซึ่งเป็นเรื่องของการทำงานในภาคราชการ...เราก็ทำกันมาอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่มีคำจำกัดความที่ชัดเจนเช่นปัจจุบัน ในสมัยก่อนไม่มีคำว่า “สมรรถนะ” แต่มีความร่วมมือร่วมใจในการทำงาน ความสมานสามัคคีในการทำงาน แต่เมื่อมา ณ ปัจจุบัน มีคำว่า “สมรรถนะ” ทำให้เกิดความเป็นรูปธรรมและความชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะในแต่ละสมรรถนะจะมีระดับเพื่อวัดสมรรถนะซึ่งเป็นเรื่องของการพัฒนาตนเองของแต่ละบุคคล นั่นเอง...






สวัสดีค่ะ
พยายามที่จะเม้นท์ แต่มีปัญหาช่องเม้นท์ค่ะ
สวัสดีค่ะ...พี่คิม...
...
สวัสดีค่ะ
มาเรียนรู้เรื่อง การทำงานเป็นทีมค่ะ
พฤติกรรมที่แสดงสมรรถนะการทำงานเป็นทีม ได้แก่
แสดงความคิดที่ช่วยกำหนดแผนงานหรือตัดสินใจ
คอยแจ้งข่าวสารให้ผู้อื่นทราบ แลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์
แสดงความคาดหวังทางบวกจากผู้อื่น
ชื่นชมความสำเร็จของผู้อื่นในที่สาธารณะ
สนับสนุนให้อำนาจผู้อื่นทำให้เขารู้สึกว่ามีความสำคัญ
สมรรถนะที่ 3-5 เป็นลักษณะของผู้นำหรือหัวหน้าทีม
ขอบคุณความรู้ดีๆค่ะ
สวัสดีค่ะ...พี่ KRUDALA...
...
สวัสดีค่ะ...คุณชำนาญ...
...