ผมขับรถไปตามถนนสาย ๑๐๙๕ มุ่งเข้าเมืองปาย อย่างไม่เร่งรีบ เพราะความเป็น Slow town ของที่นี่

เปิดเพลงจากสถานวิทยุชุมชนคนเมืองปาย "เพลงสวัสดีเมืองปาย" ที่ผมได้ฟังบ่อยๆ ทำให้บรรยากาศยามเช้า สดชื่นยิ่งนัก 

ขับมาเรื่อยๆ จนมาสะดุดตา กับต้น "มะฮอกกานี" ต้นใหญ่ ใบเขียวครึ้้มข้างทาง  ผมจอดรถลงไปทักทาย กับมะฮอกกานีต้นนี้ เหมือนเพื่อนที่เราไม่ได้เห็นกันมานานนับสิบกว่าปี

เชื่อมั้ยครับว่า ผมเป็นคนปลูกต้นไม้ต้นนี้มากับมือ

ย้อนภาพกลับไปในอดีต ผมยังเป็น นร.มัธยม ตอนนั้นเป็นประธานนักเรียน และได้พาเพื่อนๆ มาปลูกต้นไม้กัน  โดยได้รับกล้าพันธุ์จากพี่ๆป่าไม้ และพวกเรานำต้นไม้ไปปลูกกันคนละต้น และสัญญากันว่า เราจะดูแลต้นไม้ของเราให้ดีที่สุด

หลังจากปลูกเสร็จ ผมก็มีความผูกพันกับ ต้นไม้ต้นนี้ ก็เฝ้าดูแลเขา ปั่นจักรยาน ไปเยี่ยมเขาบ่อยๆ ดูมันแข็งแรงดี ...

วันหนึ่งผมก็ไปลาเขา...บอกว่าผมจะออกไปเรียนที่เชียงใหม่ ต่อไปนี้คงไม่ได้ดูแลเขาสักเท่าไหร่ หลายปีคงจะกลับ..มาเยี่ยมเขาอีก

มะฮอกกานี บอกผมว่า "อย่าได้ห่วง"เลยเพื่อน  เพราะเขาเติบโตมากแล้ว เขาแข็งแรงพอที่จะยืนทรนงอยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบนี้ ... 

 

๑๐ กว่าปีแล้วสินะ

ผมแหงนหน้ามองเพื่อนของผมอย่างชื่นชม คอตั้งบ่า

๑๐ กว่าปี เพื่อนของผมเติบใหญ่นี้เชียวหรือ!!! เวลาไม่นานเลยในความรู้สึกผม

มีนกน้อยแอบไปทำรังบน ปลายกิ่งไม้ดูเป็นครอบครัวนกที่ รักกันดี เห็นพ่อแม่ ป้อนหนอนอ้วนๆให้ลูกน้อย ...เสียงจิบๆ คงพูดคุยกัน นะ ...ผมคิด

กลับมามองชีวิตผม ตอนนี้ ..ก็เติบใหญ่ เหมือนๆกับเพื่อนเหมือนกัน หากเป็นเหมือนเพื่อน ก็คงแตกกิ่งก้านสาขา ให้ประโยชน์แก่ผืนโลก เติบโตร่วมกับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

เวลากับชีวิต เดินทางไปอย่างรวดเร็ว จนผมอดคิดไม่ได้ว่า

"ผมเพิ่งปลูกต้นมะฮอกกานี ต้นนี้เมื่อวานนี่เอง "

 


 

                                                                           

                                                                                    ภาพนี้ถ่ายที่วัดร่องขุ่นเมื่อครั้งผมไปเยือนเชียงราย

                                                                             

                                                                         Time @ Being

                           ทบทวนชีวิต เช้าวันหนึ่ง บนถนนสายเดิมที่เมืองปาย