ความพยายามของคนสมัยก่อน

 

 

เช้าวันหนึ่ง วันที่ 11 พฤษภาคม 2554 ได้มาเยี่ยมชมและทัศนศึกษาที่หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ บริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ซึ่งยอมรับว่าเคยเห็น เคยมา และหลายคนก็คงเคยมาถนนคนเดินบ่อยครั้ง บริเวณข้างรั้งของหอศิลป์นี้ก็มักมีคนนำมาขายของมากมายในตอนเย็น ก็เดินผ่านบ่อยครั้ง แต่ไม่นึกเลยว่าภายในรั้วนั้นมี สื่อการเรียนการสอนด้านประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่มากมาย และประวัติศาสตร์ที่เราไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับเมืองเชียงใหม่ จึงขอนำเสนอประกอบกับภาพถ่าย ดังนี้

เริ่มแรกมัคคุเทศก์ ก็มาแนะนำเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ภาพถ่ายที่มีกรอบอย่างสวยงามของผู้ปกครองเมืองนครเชียงใหม่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดังรูปที่ 1 ที่อยู่ภายในบริเวณชั้นสอง

                         

รูปที่ 1 แสดง มัคคุเทศก์กำลังบรรยายภาพผู้ปกครองนครเชียงใหม่

 

ต่อมามัคคุเทศก์ก็ได้บรรยายถึงผู้ครองนครเชียงใหม่คนหนึ่งซึ่ง ได้พูดว่ามีอายุยังน้อย เพราะ ปลงพระชนม์ พระองค์ชื่อ พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ ตอนแรกก็งง กันใหญ่ ถามไปถามมาก็รู้ว่า เป็นอัตวินิบาตกรรมนั่นเอง ซึ่งจะเห็นว่าไม่ว่าจะยศถาบรรดาศักดิ์มากแค่ไหน จิตใจก็ยังเป็นทุกข์อยู่ดี ในรูปที่ 2 ดังนั้นใจจึงเป็นใหญ่ เป็นสิ่งสำคัญ

          

รูปที่ 2 แสดงรูปพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ

 

ต่อมาได้ดูแบบจำลองบ้านเรือนริมฝั่งแม่น้ำของเมืองเชียงใหม่ในสมัยก่อน ดังรูปที่ 3 รู้สึกว่าทำแบบจำลองได้เหมือนจริงมาก ๆ ครับ น่าประทับใจ

                          

รูปที่ 3 แสดงแบบจำลองบ้านเรือนริมฝั่งแม่น้ำของเมืองเชียงใหม่ในสมัยก่อน

 

จากนั้นได้ดูสภาพบ้านเรือนที่ทางหอศิลป์จำลองให้ ก็ได้เจอกับการจำลองร้านน้ำชา กาแฟ ที่มีหุ่นแสดงอยู่ด้วย ดังรูปที่ 4 ซึ่งตอนแรกเดินเข้ามาก็ตกใจเหมือนกัน

         

รูปที่ 4 แสดงร้านน้ำชา กาแฟ

 

นอกจากนั้นยังมีร้านขายของในสมัยก่อน ซึ่งเทียบแล้วก็คล้าย ๆ กับเซเว่นในปัจจุบันนั่นเอง ดังรูปที่ 5 ของที่ขายบางคนก็รู้จักบางคนก็ไม่รู้จัก (บ่งบอกถึงอะไรกันนะครับ)

รูปที่ 5 แสดงร้านขายของชำในสมัยก่อน

 

ประเพณีที่เด็ก ๆ มักเล่นกันได้แก่การชนกว่าง ซึ่งมีหุ่นแสดงการเล่นที่สนุกสนานมาก ดังรูปที่ 6 ซึ่งยอมรับว่าผมเองในสมัยก่อนเคยเล่น แต่ปัจจุบันคิดว่าเป็นการทำร้ายสัตว์ ดังเช่นการชนไก่เป็นต้น

รูปที่ 6 แสดงการเล่นชนกว่าง

 

เมื่อเข้ามาภายในอีกห้อง ก็จะเริ่มมีสื่อการเรียนรู้ที่ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ดังรูปที่ 7 ซึ่งนักศึกษาบางคนถึงกับตื่นตาตื่นใจกับสื่อนี้ด้วย สื่อจะประกอบด้วยการคลิกชมประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงใหม่

                             

รูปที่ 7 แสดงนักศึกษากำลังใช้สื่อคอมพิวเตอร์

 

จากนั้นก็มีแบบจำลองของบ้านที่ชาวภูเขาเขาอยู่กันว่าเป็นอย่างไรบ้าง ดังรูปที่ 8 ซึ่งเหมือนจริง ๆ ครับ

         

รูปที่ 8 แสดงแบบจำลองของบ้านที่ชาวภูเขาเขาอยู่

 

ต่อมาก็จะพบกับกล่องสี่เหลี่ยมมีปุ่มกดด้วย มีเสียงบรรยายด้วย ซึ่งนักศึกษาก็ชื่นชอบกันมาก ดังรูปที่ 9 เสียงนั้นจะบรรยายถึงประวัติศาสตร์เชียงใหม่เป็นภาษาต่าง ๆ ตามที่เราเลือก

รูปที่ 9 แสดงกล่องเสียงหลายภาษา

 

ต่อมาก็จะพบกับแบบจำลองเล็ก ๆ ที่มีชาวบ้านมาละเล่นประเพณี กัน ของชาวภูเขา ดังรูปที่ 10  ซึ่งจำลองได้สวยงาม และสมจริงมาก ๆ ครับ

รูปที่ 10 แสดงการละเล่นประเพณีของชาวภูเขา

 

เมื่อเดินต่อไป ก็จะเข้าสู่ห้องมืด ๆ ซึ่งเป็นการจำลองถ้ำครับ ซึ่งก็จะมีการจำลองลายมือของมนุษย์ยุคก่อนซึ่งทำรูปมือไว้บนผนังถ้ำ ครับ ดังรูปที่ 11

 

รูปที่ 11 แสดงแบบจำลองของรอยฝ่ามือของมนุษย์ยุคก่อนในถ้ำ

 

นอกจากนี้สื่อคอมพิวเตอร์เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ยังคงเป็นที่น่าสนใจ ดังจะเห็นว่ามีนักศึกษา กำลังขมักเขม่น ศึกษาอย่างจริงจังดังรูปที่ 12

                              

รูปที่ 12 แสดงนักศึกษากำลังใช้คอมพิวเตอร์ศึกษาประวัติศาสตร์

 

นอกจากนี้ยังมีการจำลองสิ่งที่ใหญ่ ๆ เช่น ศิลาจารึกวัดเชียงมั่น มาจำลองในหอศิลป์ฯ ได้สมจริงมาก ดังรูปที่ 13 ทั้งยังมีการเขียนตัวหนังสือบนกระจกใสด้วย น่าสนใจ จนบางคนแอบเอามือเข้าไปลูบด้วยครับ

 

รูปที่ 13 แสดงศิลาจารึกวัดเชียงมั่น

 

จากนั้นก็ได้ไปดูที่อุโมงค์รถไฟขุนตาลที่ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2461 นานมากแล้วนะครับดังรูปที่ 14 ผมก็ยังสงสัยในความพยายามของคนรุ่นก่อนไม่ได้ ว่าพยายามมากเพียงใดกว่าจะเจาะทะลุภูเขาได้ และนานมากแล้ว

รูปที่ 14 แสดงอุโมงค์รถไฟขุนตาล

 

และภายในห้องเดียวกันก็ได้พบกับภาพในสมัยก่อนของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2507 ดังรูปที่ 15 ซึ่งดูเก่าแก่มาก อาคารข้างหลังผมไม่ทราบเลยว่าเป็นอาคารอะไร แม้จะกำลังศึกษาอยู่ด้วยครับ มีการเปลี่ยนแปลงมากครับ

รูปที่ 15 แสดงภาพสมัยก่อนของ มช.

 

พอมาถึงจุดนี้แล้วหลาย ๆ คนคงจะรู้สึกเหนื่อย บางทีก็เบื่อกับการรับข้อมูลที่มีภาษาทางประวัติศาสตร์ แต่นักศึกษากลุ่มหนึ่งก็ยังยิ้มสู้ไหวนะครับ ดังรูปที่ 16

       

รูปที่ 16 แสดงนักศึกษายิ้มสู้ครับ

 

พอลงมาข้างล่าง ก็บางคนก็ขอทำอะไรของตัวเองบ้าง (เนื่องจากเหนื่อย) บางคนก็ตั้งใจฟังอาจารย์อย่างจริงจัง ว่าท่านจะสรุปหรือบอกอะไรแก่พวกเรา ดังรูปที่ 17

รูปที่ 17 แสดงนักศึกษาบางคนขอทำอะไรของตัวเอง บางคนก็จริงจัง

 

สุดท้ายแล้วพวกเราก็เหนื่อยกันบ้าง ขอพักพิงกับเสาหน่อยดังรูปที่ 18

 

รูปที่ 18 แสดงนักศึกษาเหนื่อย

 

สุดท้ายนี้ขอบพระคุณ อาจารย์มากนะครับที่ได้พาพวกเรามาทัศนะศึกษา ที่หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ก็ต้องยอมรับว่า มาอยู่เชียงใหม่ 6 ปีแล้วก็ยังไม่เคยเข้ามาครับ มีประโยชน์มาก ๆ แถมยังได้ดูสื่อที่หลากหลายมากมาย และได้เรียนรู้ที่เป็นแบบผ่อนคลายครับ นอกจากนี้ยังได้ฝึกเขียนบันทึกจากภาพถ่ายด้วยครับ ขอบคุณครับ