"พวกเรา..ใครมาถึงก่อนก็ช่วยกันคิดกันทำไปก่อนนะคะ"  เสียงใครคนหนึ่งเตือนเพื่อน  กลุ่มแรกจึงมีอยู่ในห้องประชุมเพียง ๕ คน  ส่วนคนอื่นยังมาไม่ถึงและวันนี้ผู้อำนวยการโรงเรียนแจ้งให้ครูทราบว่าจะขอมาช้าประมาณ ๑ ชั่วโมง    

 

          ความจริงทุกคนได้สรุปงานของตนเองแล้ว  แต่คราวนี้ต้องนำเสนอ  โดยการเขียนบนกระดาน  ให้เพื่อนคณะได้แสดงความคิดเห็น ยอมรับว่าเป็นความจริงมากน้อยแค่ไหน  และตอบข้อซักถามพร้อมกับร่องรอยที่ยืนยันได้  โดยการเปลี่ยนผลผลิตจากนามธรรมให้เป็นรูปธรรม       หากยังไม่เป็นที่พอใจก็ต้องช่วยกันปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น

 

         ก่อนการทำงานทุกครั้งพวกเราจะสร้างบรรยากาศ  โดยการให้กำลังใจและสร้างพลังใจร่วมกันเสมอ  เช่นการเตือนสติ  การหามุขตลกมาดีดให้กระจายเรียกเสียงหัวเราะก่อนอื่น   เพื่อไม่ให้เกิดอารมณ์เครียด 

 

        วันนี้ก็เช่นเดียวกัน  ผลัดกันออกไปเขียนบนกระดาน  เสียงจากท้ายห้องบอกว่า "คนสำราญ  งานสำเร็จ สู้ ๆ"  แต่คนเขียนก็มุขล้นเหลือเหมือนกันเขียนใหม่ว่า "เงินสำราญ  งานสำเร็จ"  ทำให้  ๕  คนช่วยกันสรุปงานได้สำเร็จ ๑  งาน  และรอให้คนมาทีหลังช่วยวิพากษ์อีกครั้ง  แต่ละคนทะยอยเข้ามารวมทั้งผู้อำนวยการมาเป็นคนสุดท้าย   ฉันสังเกตเห็นว่าทุกคนอ่านบนกระดานแล้วปรากฏ "ใบหน้าเปื้อนยิ้ม  สดชื่น  เบิกบาน" อย่างเห็นได้ชัดเจน  ฉันรู้สึกดีและมีกำลังใจที่เห็นรอยยิ้มของทุกคน  นี่แหละหนาการสร้างสังคมให้เป็นสุข  ไม่ใช่เรื่องยากเลย  และเมื่อคนอื่นมีความสุขเราก็สุขไปด้วย   

 

        ความสำเร็จของงานสำหรับวันนี้ก็เหมือนทุกวันที่ผ่านมา  แต่ละงานขึ้นอยู่กับตัวชี้วัดว่ามากน้อย  ครอบคลุมแค่ไหน   ความสุขอีกเรื่องหนึ่งคือ "เมื่อกล่าวถึงความภาคภูมิใจกับความสำเร็จของตนเอง  อันหมายถึงเด็กและโรงเรียน  ทุกคนจะช่วยกันพูด  ยืนยัน  สนับสนุน  อย่างมีความสุขมากที่สุด

 

          สุดท้ายของวันนี้   ได้หารือกันและวางแผนการทำงานในวันพรุ่งนี้  เพราะเป็นวันแรกของการเปิดเรียนด้วย  และมีกำหนดสิ้นสุดการนำเสนองานประจำในวันศุกร์   หลังจากนั้นจะต้องนำผลการประเมินตนเองจากงานประจำมาวางแผนกำหนดทางเลือกร่วมกัน   สำหรับการพัฒนาการทำงานใหม่ในปีการศึกษานี้ 

 

           เรื่องขำขันทำให้คนอารมณ์ดี  มองโลกสดใส  "เงินสำราญงานสำเร็จ  จึงเป็นมุขสนับสนุนของ  คนสำราญงานสำเร็จ"  แม้ว่างานที่นำเสนอในวันนี้มีตัวชี้วัดหลายประเด็น  และเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ  แต่ก็สามารถทำให้งานสำเร็จได้อีกวันหนึ่ง   ที่สำคัญได้เห็นว่าคุณครูแต่ละคนเห็นคุณค่าของการทำงานเพื่อประโยชน์ของผู้เรียน  มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองสู่ความเปลี่ยนแปลง 

 

           แม้ว่าสัมพันธภาพของพวกเรายังมีความผูกพันกันเหมือนเดิม  ขณะที่ประชุม  ฉันเกือบเผลอไผลให้การเสนอแนะ ความคิดเห็น เหมือนที่เป็นครูอยู่ในระบบ  พยายามเตือนตัวเองว่า  "ตอนนี้เราไม่ใช่ครูในโรงเรียนแล้วนะ  เพียงแต่มาช่วยงานเท่านั้น  ควรรู้กาลเทศะ"  แต่ก็ยังมีครูท่านอื่นหันหน้ามาขอความคิดเห็นในที่ประชุม  ฉันควบคุมตนเองได้ดี  ไม่แสดงความคิดเห็นอะไรเลย  ยกเว้นผู้อำนวยการมอบหมายให้พูดหรือขอความเห็น

 

         ฉันรู้สึกตื่นเต้น ที่จะได้เจอเด็ก ๆ ในวันพรุ่งนี้