คุณจะเป็นคนวิ่งเข้าตามหาโอกาสหรือจะรอให้โอกาสวิ่งตามหาคุณ

   ชีวิตของคนเรามันมีขึ้นมีลงอยู่ตลอด อย่างผมคนหนึ่งครับผมเคยเรียนซ้ำชั้นตอนเรียนอยู่ประถมได้ที่รองสุดท้ายด้วย แต่หลังจากนั้นหนึ่งปีถัดไปสิ่งที่ผมไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อผลสอบของผมออกมาคือสอบได้ที่สองของห้องตั่งแต่นั้นมาผมก็ตั้งใจเรื่อยมาได้ ตั้งแต่เรียนได้แต่ที่สองแต่ไม่เคยสอบได้ที่หนึ่งจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่6  หลังจากจบชั้นประถมศึกษาปีที่6 ช่วงนี้ผมไม่มีเงินเรียนต่อช่วงปิดเทอมจึงไปทำงานก่อสร้างเพื่อนำเงินมาเป็นค่าเล่าเรียน ช่วงวันเสาร์อาทิตย์ก็ไปทำงานรับจ้างและช่วยพ่อแม่ ทำนา ปลูกผัก หาบผักไปขายเพื่อส่งตัวเองเรียนจนจบมัธยมต้นหลังจากเรียนจบมัธยมต้นผมได้เรียนต่อชั้นมัธยมปลายเพราะมีกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาจึงหมดห่วงเรื่องเงินไปบ้าง แต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอีกเมื่อผมมีอาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนเนื่องจากทำงานหนักจนเกินตัวทำให้เดินไม่ได้เกือบเดือนยืนตรงไม่ได้ไปหลายวัน ชีวิตในการเรียนก็ต้องลำบากขึ้นเมื่อต้องเรียนหนึ่งวันแล้วตอนบ่ายของอีกวันก็ต้องไปทำกายภายบำบัดที่โรงพยาบาลเป็นแบบนี้ตลอดจนเรียนจบมัธยมปลายทำให้ผมต้องเรียนหนักกว่าเพื่อนอีกเท่าตัวและต้องทำงานอีก ชีวิตไม่เคยรู้จักคำว่าเที่ยวเล่น  จนถึงชีวิตในช่วงมหาวิทยาลัยช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการใช่จ่ายเงินมากซึ่งเงินที่กู้ยืมรัฐบาลก็ไม่พอจ่ายทั้งค่าหอพัก ค่าเอกสาร ค่าใช้จ่ายต่างๆ วันเสาร์วันอาทิตย์ผมจึงต้องกลับไปช่วยพ่อแม่ทำงานแต่ก็ยังไม่พอ พ่อแม่จึงไปยืมเงินนอกระบบกับคนที่บ้านเพื่อส่งผม ผมจึงต้องตั้งใจเรียนมากกว่าเดิม  แล้วผมก็ไม่ทำให้พ่อแม่ผิดหวังเมื่อผมสอบได้ที่หนึ่งของห้องตลอดจนเรียนจบ หลังจากเรียนจบผมมีความคิดที่จะเรียนต่อสายครูแต่มีปัญหาเดิมคือเรื่องเงิน ผมจึงต้องหางานทำ แต่หางานที่ตรงสายยากจึงต้องไปทำงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งทำงานหกวันหยุดหนึ่งวัน  หนึ่งปีแรกเงินที่ได้มาผมให้พ่อแม่นำไปใช้หนี้เป็นส่วนใหญ่ ส่วนปีที่สองเก็บเงินได้พอที่จะเรียนต่อก็เกิดสิ่งที่ไม่คาดขึ้นอีกรัฐบาลประกาศยกเลิกการเรียนบัณฑิตวิชาชีพครู ซึ่งมันทำให้ผมเศร้าไปพักใหญ่  ซึ่งมีสอบอะไรที่ไหนมีสอบทุนอะไรผมก็ไปแต่ไม่เคยได้เลย จนผมเริ่มท้อแต่ก็ไม่ถอย เมื่อมีการเปิดสอบทุนโครงการส่งเสริมการผลิตครูที่มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ซึ่งผมคิดว่าผมต้องทำให้ถึงที่สุดและต้องมากกว่าเดิม จนวันประกาศผลปรากฏว่าผมสอบติดและผมสัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุดโดยไม่สนว่าที่สุดของใครมันจะมากแค่ไหน 
     หลายคนคิดว่าชีวิตมันขึ้นอยู่กับดวง แต่แท้จริงแล้วมันขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาสของเราซึ่งต้องรองดูให้ดี  สักวันต้องเป็นวันของเรา คำนี้คงได้ยินกันบ่อยมาก ซึ่งมันคงไม่ดีแน่ถาเราไม่ทำอะไรเลย  สิ่งสำคัญคือเราต้องแสวงหาโอกาส  โดยการวิ่งเข้าหาโอกาสและไม่ต้องรอให้โอกาสมันวิ่งเข้ามาหา กว่ามันจะมาถึงเราคนที่เขาวิ่งเข้าหาก็คว้าไปก่อนแล้ว  ดังนั้นเราจึงต้องขวนขวายสร้างโอกาสจากสิ่งที่มีอยู่ และเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา เมื่อจังหวะและโอกาสมัน เราก็ควรกระโจนและทุ่มเทให้เต็มกำลังความสามารถ เพราะถ้าไม่เตรียมพร้อม พอจังหวะมันเข้ามาก็ต้องมานั่งเสียใจกันอีก คุณจะเป็นคนวิ่งเข้าตามหาโอกาสหรือจะรอให้โอกาสวิ่งตามหาคุณ