ในชีวิตคนเราฉันเชื่อว่าทุกคนมีความฝันเป็นของตัวเอง และทุกคนเคยผ่านอุปสรรคต่างๆ เข้ามาในชีวิตมากมาย หลากหลายรูปแบบ และฉันก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เคยใฝ่ฝันตอนเด็กว่า “อยากเรียนหนังสือให้สูงๆ มีหน้าที่การงานที่มั่นคง และชีวิติครอบครัวที่สมบูรณ์” เพราะในอดีตฉันเป็นคนหนึ่งที่ถือว่าเป็นเด็กมีปมด้อย ไม่ต่างกับเด็กคนอื่นๆ ทั่วไปที่มีครอบครัวไม่สมบูรณ์เหมือนฉัน ครอบครัวของฉันพ่อแม่หย่าร้างกันตั้งแต่ฉันยังเล็กๆ ฉันต้องไปอยู่กับตาและยาย ส่วนแม่ก็ไปมีสามีใหม่ และต่อมาพ่อฉันก็เสียชีวิต อีกทั้งหลังจากพ่อเสียชีวิต พี่น้องของพ่อก็มาโกงสมบัติของพ่อที่พ่อมอบให้ฉันและน้องสาวอีก จากนั้นมาฉันก็อยู่อาศัยกับตาและยายมาโดยตลอด

        ถามว่าฉันมีความสุขไหม? ฉันมีความสุขดี ฉันถือว่าเป็นคนโชคดีคนหนึ่งที่ได้รับการเลี้ยงดูจากตาและยายเป็นอย่างดี เปรียบเสมือนพ่อกับแม่อีกคนของฉันทีเดียว ส่วนแม่ของฉันก็ไปมีครอบครัวใหม่ มีเวลาก็จะกลับมาเที่ยวหาฉันบ้าง และจะคอยดูแลฉันห่างๆ และให้กำลังใจฉันมาโดยตลอด ซึ่งโดยลักษณะครอบครัวของฉันมีฐานนะปานกลาง พออยู่พอกิน และจะอยู่อย่างพอเพียง

        อยู่มาวันหนึ่งฉันบังเอิญไปได้ยิน พี่ ป้า น้า อา แถวบ้าน แอบนินทาฉันว่า “พ่อก็ไม่มี แม่ก็ไปมีผัวใหม่ ครอบครัวก็ไม่สมบูรณ์ จะเรียนหนังสือได้ถึงไหนกัน ลำพังตากับยายมันจะมีปัญญาส่งเหรอจบ ม.6 ได้ก็ดีแล้วพอฉันได้ยินประโยคนี้รู้สึกเจ็บลึกๆ ในใจ ถึงกับน้ำตกในเลยทีเดียว และฉันก็ต้องขอบคุณประโยคนี้มากที่ทำให้ฉันมีแรงบันดาลใจลุกขึ้นเพื่อพยายามลบคำสบประมาท คำนินทาเหล่านั้น

         ตั้งแต่นั้นมาฉันก็เอาปมด้อยของฉันมาเป็นแรงเสริมอีกแรง ฉันตั้งหน้า ตั้งตา พร้อมกับตั้งใจเรียนหนังสือด้วยความมุมานะ ฉันไม่ใช่คนเรียนหนังสือเก่ง แต่ฉันอาศัยความขยัน (เก่งไม่กลัวกลัวขยัน) และมีทุนการศึกษาจากองค์กรใด ฉันก็จะไปทำเรื่องขอทุนหมด โดยที่ไม่อายเลย เมื่อฉันใกล้จบ ม.6 ฉันก็ได้ทุนการศึกษาจากมูลนิธิสุพรีเดอร์มมงคลปิยะส่งฉันเรียนจนจบปริญญาตรี และทุนของทักษิณที่ให้นักศึกษาเขียนเรียงความไปขอทุน ฉันก็เขียนไปขอ สุดท้ายฉันก็ได้รับทุน

         ตอนเรียนระดับปริญญาตรีฉันแทบไม่ได้รบกวนเงินจากทางบ้านเลย เพราะฉันจะอาศัยทุนการศึกษาที่ฉันได้รับ ในการบริการจัดการชีวิตตัวเอง แต่ก็ต้องประหยัด อดออม ไม่ฟุ่มเฟือย และในช่วงทีเรียนก็มีอุปสรรคต่างๆ เข้ามาในชีวิต บางครั้งก็รู้สึกท้อบ้าง แต่ฉันไม่เคยถอย จะอดทนกับสิ่งต่าง ๆ ที่พบเจอ และพร้อมปรับตัวเข้ากับปัญหานั้น ๆ และค่อย ๆ แก้ไขไป ปัญหาอุปสรรคที่เข้ามาในชีวิตของฉัน ฉันถือเป็นบทเรียนที่คอยสอนฉัน และเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตต่อไป

        ฉันตั้งปณิธานกับตัวเองว่าฉันจะลบคำสบประมาทที่ดูถูกฉันให้ได้ สุดท้ายฉันก็ทำได้ ฉันเรียนจบระดับปริญญาตรี ใช้เวลาเพียงสามปีครึ่ง และจบเป็นคนแรกของรุ่น พร้อมกับเกียรตินิยมอันดับ 1 ไปฝากตา ยาย และแม่ เป็นสิ่งที่ฉันดีใจและภาคภูมิใจมากๆ ในชีวิต ต่อมาฉันก็ได้มีโอกาสเรียนต่อระดับปริญญาโทต่อ ฉันก็ตั้งใจ และมุมานะเรียนจนจบ และปัจจุบันฉันดีใจมากที่สอบได้ทุน สควค. เพราะครอบครัวของฉันคาดหวังอยากให้ฉันเป็นข้าราชการ อยากให้ฉันมีชีวิตบั้นปลายที่มั่นคง ฉันก็ทำให้ครอบครัวของฉันได้แล้ว  ถือเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุดของฉัน

      “นี่ก็เป็นเพียงทางเดินเส้นหนึ่ง อาจไม่ถึงจุดหมายที่วาดหวังไว้ แต่ฉันก็ไม่เคยท้อถอย มีแต่เติมเต็มพลังให้ตัวเองสู้ต่อไปค่ะ”

 ได้รับเกียรติลงหนังสือพิมพ์อินมาร์เก็ตติ้ง
ปักษ์หลัง วันที่ 16-31 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ฉบับที่ 29