เรือง..ธรรมะหลับสบาย
ผู้แต่ง..พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี
หนังสือ..ธรรมะหลับสบาย
ในการบรรยายผู้เขียนเริ่มต้นด้วยการถามว่า “ในห้องนี้ประชุมนี้มีใครบ้างไหมไม่เคยต้องทุกข์ใจเพราะความโกรธ “ ปรากฏว่าไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่ปฏิเสธว่าตนไม่เคยทุกข์เพราะโกรธกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ทุกคนในห้องประชุมนั้นล้วนแต่เคยรู้พิษสงของความโกรธกันมาเป็นอย่างดี บ้างคนเคยร้องไห้ เคยเจ็บปวด เคยล้มเหลว เคยผิดหวัง เคยมีความทรงงงจำอันเลวร้ายที่ยากจะลืมเลือน รวมทั้งกำลังมีปัจจุบันที่อัดแน่นทุรนทุรายเหมือนติดอยู่ในถ้ำที่มืดมิด เพราะมองไม่เห็นทางออกว่าจะอยู่ในองค์กรเดียวกันกับคนที่ตัวเองกำลังโกรธได้อย่างไร
มนุษยชาติทั่วทั้งโลกกำลังตกอยู่ในความประหวั่นพรั่นพรึงจากมหันตภัยที่คอยคุกคามโลก ซึ่งมีรากเหง้ามาจากใจอันคุกรุ่นไปด้วยไฟแห่งความโกรธ นั่นก็คือ ขบวนการกก่อการร้ายสากลที่ไม่รู้ว่ามีตัวตนอยู่แห่งหนไหนในโลก แต่ทั้งๆ ที่เหมือนไม่มีตัวตน ทว่าพวกเขากลับสามารถที่จะข่มขู่คุกคามให้คนทั้งโลกตกอยู่ในอาการนอนตาไม่หลับได้ตลอดทั้งคืนหรือหลายๆคืนติดต่อกันได้อย่างง่ายดาย
เรื่อง. รากแก้วของความโกรธ ….วันวานมีลูกศิษย์ของครูโทรศัพท์มาหา เท่าที่ฟังจากปลายสาย ครูรู้ว่าเขากำลังทุกข์มาก ประโยคแรกที่เขาขอร้องกับครูก็คือ เขาขอให้ครูช่วยทำให้หายโกรธด้วย คนที่เป็นนายคนไม่น้อยกว่าห้าสิบคนในบริษัทแห่งหนึ่ง สำเร็จการศึกษามาจากเมืองนอก บริหารธุรกิจนับร้อยล้าน แต่ไม่สามารถบริหาร “อารมณ์โกรธ” ของตนเองได้ คนอย่างนี้ควรจะเรียกว่าประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวดี ครูบอกให้ลองดูมือ ดูนิ้วแต่ละนิ้วสั้นยาวไม่เท่ากัน ถ้าอยากให้นิ้วโป้งยาวเท่านิ้วกลาง อยากให้นิ้วนางยาวเท่านิ้วชี้ เธอจะทุกข์ทันที เพราะความอยากที่สวนทางกับธรรมชาติของความเป็นจริง เมื่อความอยากเดินสวนทางกับความเป็นจริง มีหรือที่จะไม่ทุกข์ เพราะต้นตอแห่งความโกรธนั้นมาจากการที่ลูกน้องของเขาคนหนึ่งทำงานชิ้นสำคัญไม่เสร็จตรงตามเวลาที่ที่เขากำหนดเอาไว้ จึงเกิดการ “เทศน์นอกธรรมมาสน์”เมื่อต่างฝ่ายต่างก็แรงเข้าหากันเพราะถือว่ามีดีกันสุดท้ายก็แยกทางกันเป็นเพราะความโกรธที่ไม่รู้จักหักห้ามใจ คนที่เป็นนายคนแล้วต้องเสียลูกน้องมือดีไปแบบกู่ไม่กลับอีกแล้ว จะโกรธตัวเองไหม จะเสียใจไหม คนเรากว่าจะคบกัน เรียนรู้กัน เชื่อใจกัน ร่วมมือร่วมใจกัน ต้องใช้เวลาเรียนรู้นาน แต่แล้ววันหนึ่งกลับมาแตกคอกันเอง กลายเป็นน้ำแยกสาย ไผ่แยกกอ เพียงเพราะตกเป็นทาสของความโกรธชั่ววูบเดียว
สรุป นิ้วทั้งห้าของคนเรานั้นสั้นยาวไม่เท่ากันฉันใด คนทุกคนต่างก็มีศักยภาพทางสติปัญญาไม่เท่ากันฉันนั้น ก่อนที่เราจะดุใครหรือโกระใคร ไม่ว่าจะเป็นลูกน้อง เพื่อน คนรัก หรือลูกศิษย์ของเราก็ตามจึงควรถามก่อนว่า เราใช้เขาให้สอดคล้องกับศักยภาพอันแท้จริงของเขาหรือไม (Put the right man on the right job) ทุกครั้งก่อนที่จะดุหรือตำหนิคนอื่น เราจะพบว่าแท้จริงแล้ว คนที่ควรตำหนิมากที่สุดคือตัวเรานั่นเอง
“เมื่อพูดไปเขาไม่รู้กลับขู่เขา ว่าโงเง่างมเงอะเซอะนักหน่า
ตัวของตัวทำไมไม่โกรธา ว่าพูดจาให้เขาไม่เข้าใจ”
อ.วีระ แก้วหนู