ขอเล่าด้วยภาพต่อเนื่องก็แล้วกัน ลองไปชมภูมิประเทศที่สวยๆงามๆกันบ้าง
นี่คือดอกกล็อกซีเนีย(ไม่รู้เรียกถูกหรือเปล่า) ที่บ้านเราเอามาปลูกเป็นไม้ประดับมีหลากสี แต่ทั้ง 4 ประเทศที่ไป จะขึ้นเองตามริมถนนหนทางเต็มไปหมด เหมือนกับดอกหญ้าข้างทางนั่นแหละ มีสีเหลืองสีเดียว
ระหว่างนั่งรถจากกรุงเวียนนาไปปร๊าก และบูดาเปส จะเห็นท้องทุ่งในชนบทเหลืองอร่ามสุดลูกหูลูกตา บางช่วงก็เป็นพื้นที่สีเขียวเหมือนทุ่งหญ้า นี่คือทุ่งดอกเรฟซีด(rapeseed หรือ canola) ที่เขานำมาทำเป็นน้ำมันพืช คล้ายน้ำมันดอกทานตะวัน หรือถั่วเหลือง แต่น้ำมันพืชที่ทำจากดอกไม้นี้แพงมากและมีคุณภาพสูง ที่บ้านเราผมก็เคยเห็น ก่อนจะออกดอกสีเหลืองจะเป็นสีเขียวก่อน จึงดูเหมือนว่าพื้นที่ชนบทของเขาจะมีสีเขียวสลับเหลืองร่วม 80 เปอร์เซ็นขึ้นไปที่ปลูกดอกไม้นี้
และในท้องทุ่งดังกล่าวจะมีหมู่บ้านชาวชนบทเป็นหย่อมๆ เขาจะอยู่รวมกันไม่กระจัดกระจาย และจะเห็นกังหันลมหมุนตลอดเวลา ทราบว่าเขาใช้ผลิดกระแสไฟฟ้า มีคนบอกว่าที่เกาะล้านบ้านเราก็มี แต่ผมยังไม่เคยไปดู
ดอกทิวลิปมีให้ดูทั่วทั้งเมือง ไม่ต้องไปแย่งกันดูกันที่งานพืชสวนโลก(เชียงใหม่) หรือที่แจ้งวัฒนะ(ปลูกในห้องแอร์)
นี่ก็ไม่รู้ว่าดอกอะไร คนเขาเรียกกันว่าซากุระยุโรป ดอกสีชมพูเต็มต้น มีส่วนคล้ายนางพญาเสือโคร่งที่ผมเคยเห็นในจังหวัดน่าน และเชียงใหม่ แต่ดอกค่อนข้างหนาและออกดอกแน่นกว่า จนไม่เห็นใบ ทำให้นึกถึงดอกเหลืองปริดิยาธร แต่นี่เป็นสีชมพูและกลีบหนากว่า ซึ่งมีให้เห็นทั้งเมืองเหมือนกัน
8 วันที่ เช็ก-สโลวัค-ฮังการี-ออสเตรีย(ตอนจบ)
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ธเนศ ขำเกิด · 30 เม.ย. 2554
BOONCHUAY · 30 เม.ย. 2554
Wasawat Deemarn · 30 เม.ย. 2554
เทียนขาว · 30 เม.ย. 2554
ครูอ้อย แซ่เฮ · 30 เม.ย. 2554
ที่บ้านเขาขายศิลปวัฒธรรม ที่เป็นของแท้ๆ ไม่ใช่ของเทียมๆที่สร้างขึ้นมาใหม่(เหมือนบ้านเรา) และจัดระบบอย่างเป็นสัดส่วน ทั้งๆที่เคยเป็นเมืองขึ้นเขามานานหลายร้อยปี และถูกทำลายอย่างหนักในฐานะผู้แพ้สงครามโลกทั้งครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ต้องแตกสลายเป็นประเทศเล็กประเทศน้อย แต่เขาก็สามารถใช้จุดแข็งคือของแท้ๆจากศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติสิ่งแวดล้อมมาเป็นจุดขาย พัฒนาประเทศจนเจริญก้าวหน้า และเดี๋ยวนี้แนวโน้มการท่องเที่ยวในยุโรปเริ่มมาให้ความสนใจในประเทศเหล่านี้มากขึ้นๆทุกวัน บ้านเราน่าจะได้แนวคิดที่เอาเยี่ยงเขาบ้างนะ