คลังชูลดหย่อนภาษีแลกขึ้นค่าแรง

       คลังเร่งถกปรับขึ้นค่าแรง 25% ระบุพร้อมให้แรงจูงใจเอกชนที่ปรับขึ้นค่าแรงนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ มองดีกว่าลดอัตราภาษีนิติบุคคล ยันนโยบายรัฐรักษาวินัยการคลัง ระบุหนี้สาธารณะลดลงทุกเดือน

       นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ไปพิจารณาหาวิธีการปรับขึ้นค่าแรง ขั้นต่ำเพิ่มขึ้นอีก 25% ภายใน 2 ปี โดยไม่ให้เป็นภาระต่อต้นทุนของผู้ประกอบการ ซึ่งกระทรวงการคลังกำลังพิจารณาต้นทุนทางภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่จะต้องปรับลดให้สอดคล้องกับการขึ้นค่าแรงอย่างเป็นธรรม ซึ่งจะต้องมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงรายละเอียดที่ชัดเจนด้วย

       อย่างไรก็ตาม ในหลักการที่คิดไว้คือ จะเพิ่มค่าแรงให้สอดคล้องกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีนิติบุคคล โดยผู้ประกอบการที่ขึ้นค่าแรงให้นั้น สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีคืนได้ ดีกว่าการลดภาษีแบบเหวี่ยงแหให้ทั้งหมด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนทุกฝ่ายรวมถึงผู้ประกอบการด้วย

       “การเพิ่มค่าแรงจาก 200 บาท เป็น 300 บาทนั้น จะเป็นต้นทุนด้านแรงงานของผู้ประกอบการ 20% ถ้าคิดภาษีเปรียบเทียบกับกำไรระดับ 6% เท่ากับว่าผู้ประกอบการจะไม่มีกำไร ถึงจะลดภาษีนิติบุคคลให้ทั้งหมดก็ไม่มีประโยชน์ เพราะว่าไม่มีเงินมาจ่ายอยู่ดี แต่ถ้าให้ต้นทุนของผู้ประกอบการเท่ากับต้นทุนทางด้านภาษีที่ลดลง เท่ากับว่าผู้ประกอบการยังมีกำไรและมีเงินภาษีมาชำระได้อยู่” นายกรณ์ กล่าว

       นายกรณ์ยังกล่าวถึงกรณีที่นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แสดงความเป็นห่วงระดับหนี้สาธารณะที่จะเพิ่มขึ้นจากนโยบายประชานิยมว่า เป็นการแสดงความคิดเห็นในเชิงวิชาการอยู่แล้ว ซึ่งในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลจะทำด้วยความรับผิดชอบ ภายใต้การรักษาวินัยทางการคลังเป็นหลัก โดยระดับหนี้สาธารณะลดลงต่อเนื่องทุกเดือน ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 42% ของจีดีพีเท่านั้น ขณะที่การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลยังเพิ่มขึ้นและสูงกว่าเป้าหมายมาก

หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 28 เมษายน 2554

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สรุปข่าวประจำวันของห้องสมุดกรมบัญชีกลาง

คำสำคัญ (Tags)#ผู้ประกอบการ#หนี้สาธารณะ#ลดหย่อนภาษี#ค่าแรงขั้นต่ำ#ปรับขึ้นค่าแรง

หมายเลขบันทึก: 437476, เขียน: 29 Apr 2011 @ 09:36 (), แก้ไข: 02 May 2012 @ 21:16 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)