-----------------
๐.ลมหนาวและรองเท้าจากพ่อ.๐
๑.
ค่ำนี้ดาวจรัสเจิมขึ้นเติมฟ้า
หนาว.พ่อนั่งจิบชาสูบยาฉุน
ห่มในผวยปะผุและปรุพรุน
รับไออุ่นชั้นเลวจากเปลวไฟ
ฉันยืนจ้องแสงจันทร์ข่มขวัญดาว
พ่อหยิบเสื้อกันหนาวมาสวมให้
ก่อนน้ำค้างร้างคบเลือนลบไคล
พ่อถามไถ่สิ่งฝันเท่าฉันมี
๒.
ฉันลงนั่งกอดเข่าแล้วเล่าว่า
อยากเป็นนกเหินฟ้าเริงราศรี
ลิ่วถลาท่าร่างอย่างเสรี
ไปเสพอิ่มฉิมพลีที่วิมาน
ใคร่จิกจ้วงดวงจันทร์ดั่งฉันคิด
แหวกวิกฤติเวหาอย่างกล้าหาญ
ใคร่ประสบพบเมืองเรืองโอฬาร
โฉบทะยานถึงหลัก.นครา
๓.
พลัน!.พ่อทิ้งยาสูบก่อนลูบหัว
กระหยับตัวประชิดริมแล้วยิ้มร่า
เออแน่ะ.ไอ้.บุญปลูกเจ้าลูกยา
ปู่ทวดเราชาวนาล้วนค่าดิน
เข้มด้วยเลือดแห่งมนุษย์มิใช่นก
ไร้ปีกผกขึ้นโผนกระโจนผิน
พ่อไม่มีปีกใหม่ให้เจ้าบิน
หากแหว่งวิ่นปลิวร่วงจากปวงภัย
พ่อกลัวเจ้าเตลิดจนเปิดเปิง
หลงระเริงเวิ้งฟ้าอันกว้างใหญ่
และกลัวเจ้าห่างเหินพ่อเกินไป
เถิดฝันใฝ่เท่าที่เห็นเช่นสามัญ
ด้วยสมองสองเท้าตัวเจ้ามี
ไว้กระทำสิ่งที่เจ้าหมายมั่น
ฝ่าข้ามทุกอุปสรรคคอยกักกัน
เถิดดุ่มดั้นการเดินใช่เหินลอย
แม้มืดมัวสลัวหมอกออกเผชิญ
รู้ดำเนินทีละเท้าก้าวละน้อย
พ่อเชื่อว่าสิ่งหวังคงรั้งคอย
อย่าเหลิงลอยเลยหาวชั้นดาวดึงก์
อาจหนทางย่างเท้าอีกยาวไกล
เพียงรู้ไต่ไล่เติบคง'เถิบถึง
ผ่านพ้นข้ามความระทมคราล้มตึง
สักวันหนึ่งจักพบประสบชัย
๔.
กับรองเท้ามิเลิศหรูคู่ใหม่นี้
คือสิ่งเดียวเท่าที่พ่อมีให้
ซื้อมาจากความหวังโดยตั้งใจ
หมายตัวเจ้าสวมใส่ไว้เดินทาง
จวบบรรลุจุดหมายถึงปลายสุด
ขอจงหยุดหันหน้าเหลียวมาบ้าง
อาจพบคนหูตาเริ่มฝ้าฟาง
เขากอดเข่าอ้างว้างข้างกองไฟ.ฯ
..กับคืนหนาวเมื่อเจ้าหยุดจุดปลายทาง
..อาจเป็นพ่อที่อ้างว้างข้างกองไฟ.ฯฯ
"ปางสีฝุ่น"
สวัสดีค่ะ
ช่างไพเราะ คำสวย จนต้องติดตามแล้วค่ะ...ครูปอ..ไม่เก่งกลอนขอตามอ่านนะคะ