นิทาน โรโดฟดินแดนแห่งมิตรภาพ

 

              เมื่อปี 2549 ได้เข้าร่วมประชุมเสนอผลงานวิจัยสำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ ที่กรุงเทพ ฯ และได้มีโอกาสเข้าฟังการอภิปรายเรื่อง   การวิจัยและพัฒนาจิตมิติใหม่ด้วยนวัตกรรมนิทานที่เพิ่มทุนมนุษย์แก่สังคมไทย ซึ่งมีการพูดคุยเกี่ยวกับการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมโดยนิทานและการสร้างนิทานแนวใหม่ให้เหมาะสมกับกาลสมัย โดย ศ.ดร.ดวงเดือน  มงคลนาวิน ,รศ.โกศล  มีคุณ ,รศ.งามตา  วนินทานนท์  ทำให้ได้แง่คิดมากมาย  ซึ่งปกติดิฉันเป็นคนชอบฟัง  ชอบอ่านนิทาน   ประวัติศาสตร์ และตำนานต่าง ๆ  จำได้ว่า  ตอนเด็กมีความสุขมากตอนฟังปู่ย่าเล่านิทานธรรมะและตำนานท้องถิ่นต่าง ๆให้ฟัง    และเมื่อโตเป็นพี่สาวก็ชอบเล่านิทานให้น้อง ๆ ฟัง  จนเมื่อมีบทบาทเป็นแม่ก็จะใช้นิทานในการสอนลูกชายเสมอ  และที่บ้านจะจัดมุมอ่านหนังสือประเภท การ์ตูน นิทานต่าง ๆ ไว้ให้ลูกหลานและเพื่อนลูกมานั่งอ่าน   เพราะเชื่อว่า  นิทานสร้างคนได้  ทั้งนี้จะพยายามหาการ์ตูน  นิทาน หรือเรื่องสั้นสำหรับเยาวชนที่ดี ๆ ทั้งในและต่างประเทศมาอ่านประเทืองปัญญาคนในครอบครัวกันอยู่เสมอ    และพบว่า มีนักเขียนนิทานคนไทยที่เก่งไม่น้อยกว่าชาวต่างประเทศ เช่นเรื่องที่ประทับใจมากเรื่องนี้  ที่สอดคล้องกับแนวคิดที่ได้รับฟังในการประชุมคือ เรื่อง  ชัยชนะของผู้แพ้  ซึ่งแต่งโดยคุณเอกรินทร์  บัวแสงธรรม  ในหนังสือชื่อว่า  โรโดฟ :ดินแดนแห่งมิตรภาพ.. สรุปความได้ดังนี้

     

ชัยชนะของผู้แพ้

            ณ ดินแดนแห่งป่าเขานาม “โรโดฟ” บรรดาสัตว์ป่าน้อยใหญ่ทั้งหลายต่างอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขภายใต้การปกครองของสิงโตเฒ่าผู้อารี  ที่สัตว์ทั้งหลายต่างให้ความเคารพยำเกรงและมี่สิงโตหนุ่มทายาทผู้องอาจกำลังเรียนรู้เพื่อการเติบโตเป็นผู้ปกครองที่ดี

            เช้าวันหนึ่งขณะที่สัตว์ป่าทั้งหลายกำลังรวมตัวกันอย่างสนุกสานที่ลานกว้าง เพื่อเตรียมอวยพรวันเกิดให้แก่เจ้าป่า   ได้มีกระต่ายหนุ่มสีขาวตะโกนอวยพรให้เจ้าป่ามีความสุขและอายุยืนยาว เหมือนเต่า  พร้อมทั้งหยอกเย้าลุงเต่าด้วยความคะนองว่า   แม้จะอายุยืนเหมือนเต่าแต่เจ้าป่าก็ไม่เชื่องช้าอุ้ยอ้ายน่าเบื่อเหมือนเต่า   

            ทำให้ลุงเต่าไม่พอใจและท้าให้กระต่ายหนุ่มแข่งขันความเร็วกับลูกชายของตนเองโดยมีสิงโตเจ้าป่าเป็นผู้ตัดสิน  สัตว์ป่าทั้งหลายต่างส่งเสียงเชียร์อย่างกึกก้อง บางตัวก็เชียร์กระต่ายขาวเพราะคิดว่า ต้องชนะอย่างแน่นอน  แต่หลายตัวก็ช่วยให้กำลังใจเต่าหนุ่มที่เป็นตัวแทนของพ่อในการแข่งขัน   สนามแข่งขันถูกสร้างอย่างรวดเร็วโดยมีม้าลายช่วยกันทำลู่และใช้เชือกกล้วยขึงต้นไม้สองต้นเพื่อกำหนดจุดเส้นชัย

            ณ จุดเริ่มต้น เมื่อเจ้าป่าให้สัญญาณปล่อยตัว  เจ้ากระต่ายป่าผู้ปราดเปรียวก็กระโจนอย่างรวดเร็วจนฝุ่นตลบหน้าเจ้าเต่าหนุ่มที่ค่อย ๆ ตั้งหน้าตั้งตาคลานทีละก้าวอย่างไม่ลดละ โดยไม่สนใจว่าเจ้ากระต่ายหนุ่มวิ่งออกนำไปไกลแค่ไหน  เจ้ากระต่ายหนุ่มวิ่งออกนำจนไกลโข และคิดว่า ถ้านอนพักสักงีบคงไม่เป็นไร รอให้คู่แข่งขันคลานมาใกล้ ๆ ค่อยออกวิ่ง เพราะ ถึงอย่างไรก็ชนะ  ดังนั้นจึงหาทำเลเหมาะใต้ต้นไม้ นอนหลับอย่างสบาย  จนไม่รู้สึกตัวว่า  เจ้าเต่าหนุ่มที่ไม่ละความพยายามได้คลานมาถึงบริเวณที่มันกำลังหลับอย่างสบายอารมณ์ 

            ในขณะที่เต่าหนุ่มกำลังคลานผ่านกระต่ายหนุ่ม มันก็หยุดมองกระต่ายและรำพึงว่า  “นี่ถ้ากระต่ายไม่หยุดหลับคงถึงเส้นชัยแน่แท้  หากเราถือโอกาสนี้คลานไปถึงเส้นชัยได้ชัยชนะคงเป็นชัยชนะที่ไม่น่าภาคภูมิใจ เพราะเป็นการฉกฉวยโอกาส”  คิดดังนั้นจึงคลานไปปลุกกระต่ายด้วยเสียงอันดังให้ตื่นขึ้นมาแข่งขันต่อ

            กระต่ายหนุ่มซึ่งเป็นสัตว์ขี้ตกใจเมื่อได้ยินเสียงดัง ก็ตกใจตื่นโดยไม่สังเกตว่าใครคือคนปลุก และออกวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต สงสารแต่เต่าหนุ่มต้องดมฝุ่นของกระต่ายอีกครั้ง แต่มันก็มีความสุขลึก ๆที่ได้ปลุกกระต่ายและยังคงก้มหน้าคลานต่อไป   ฝ่ายกระต่ายขาวหลังจากออกวิ่งจวนจะถึงเส้นชัย  อยู่ ๆ ก็หันหลังกลับวิ่งย้อนไปยังจุดเริ่มต้นเพื่อกลับมาพบเจ้าเต่าหนุ่ม และบอกว่า 

“ ข้ากลับมาเพื่อให้แน่ใจว่า ท่านใช่ไหมที่ปลุกข้าเมื่อครู่  มาเถอะภารกิจสำคัญกำลังรอเราอยู่”

และกระต่ายหนุ่มอุ้มเต่าหนุ่มวิ่งไปยังเส้นชัย  เมื่อถึงเส้นชัยกระต่ายหนุ่มได้ยื่นมือที่อุ้มเต่าหนุ่มไปข้างหน้าเพื่อให้กระดองเต่าสัมผัสกับเชือกกล้วยที่เป็นเส้นชัย   ดังนั้นทั้งเต่าและกระต่ายจึงถึงเส้นชัยทั้งคู่ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของเพื่อนสัตว์  กระต่ายหนุ่มชูเต่าหนุ่มขึ้นและหมุนตัวไปรอบ ๆ เพื่อประกาศชัยชนะของเต่าหนุ่ม  ท่ามกลางความมึนงงของเต่าหนุ่ม   กระต่ายหนุ่มจึงกระซิบบอกเต่าหนุ่มว่า  “ท่านคือผู้ชนะ”

            แต่ก่อนที่เต่าหนุ่มจะสับสนมากขึ้น  สิงห์โตเจ้าป่าก็ประกาศว่า 

“เจ้าทั้งสองคือผู้ชนะอย่างแท้จริงและเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่  เพราะเป็นการแข่งขันที่คู่แข่งขันพยายามช่วยเหลือหยิบยื่นชัยชนะให้แก่กัน  เนื่องจากไม่มีแชมป์คนไหนที่ปราศจากผู้ท้าชิง จึงไม่มีใครชนะตลอดกาล แต่ถ้าเราชนะใจตนเองได้  รู้จักยอมให้กับผู้อื่น  ยื่นชัยชนะให้กับคนรอบข้าง  นี่คือชัยชนะที่แท้จริง”

            เท่านั้นเองสัตว์ป่าทั้งหลายก็ไชโยโห่ร้องแสดงความยินดี  อย่างมีความสุข ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจในวันเกิดของท่านราชสีห์เสียนี่กระไร   บรรดาสัตว์ต่างรุมล้อมแสดงความยินดีกับกระต่ายและเต่า ทุกตัวได้ยินเสียงของตนเองดังก้องในหัวใจว่า ....“วันนี้ไม่มีผู้แพ้…”

 

ข้อชวนคิด

            “ ไม่มีแชมป์คนไหนที่ปราศจากผู้ท้าชิง  วันนี้เราชนะ วันหน้าเขาก็มาทวงชัยชนะนั้นกลับไป  ไม่เคยมีใครชนะได้ตลอดกาล  แต่ถ้าเราชนะใจของตัวเองได้  รู้จักยอมให้กับผู้อื่น ยื่นชัยชนะให้กับคนรอบข้าง  ยินดีกับความสำเร็จของพวกเขา  นี่แหละที่เรียกว่า  ผู้ชนะอย่างแท้จริง  ชัยชนะชนิดนี้ปราศจากผู้ท้าชิง  ไม่มีใครสามารถมาชิงความยิ่งใหญ่นี้จากเราได้  เป็นชัยชนะที่หอมหวานและเป็นที่ยอมรับของผู้ที่อยู่รอบข้าง”

 

ปุจฉา

  1. ทำไมวันนี้จึงไม่มีผู้แพ้
  2. ในสังคมปัจจุบันเรามีเพื่อนแบบเจ้ากระต่ายขาวและเต่าหนุ่มหรือไม่
  3. ท่านได้แง่คิดใดบ้างในการอยู่ร่วมกันในสังคมให้มีความสุขด้วยกันทุกฝ่าย