
..พรานทะเล..
( กับการมาของพรานใหม่ )
๑.
๐.ซึ่งพรายฟองพ้องเสียงเพียงกระซิบ
ประหนึ่งทิพย์โวหารอันหวานหอม
ซึ่งสาดสายผสมอย่างกลมกรอม
เมื่อน่านแนวพรั่งพร้อมย่อมนำพา
๐.ที่จะท่องล่องทางอันกว้างใหญ่
เฉกนักฝันผู้จุดไฟไปขอบฟ้า
ที่จะท่องล่องนำลำนาวา
ไป่ซับเค็มเต็มค่าราคาคาว
๒.
๐.จากกระโจมแจ่มจ้าก่อนฟ้าแจ้ง
สู่เวิ้งแอ่งตะวันออกข้างนอกอ่าว
หมายสังเวียนเรียนรู้ฤดูดาว
ห่างหอคอยส่งข่าวเหล่าชาวเรือ
๐.ทุกสมอแน่นหนักโซ่หลักล่าม
ทวนคำถามค้างคงดำรงเหลือ
"หากแผ่นน้ำมิหนุนการจุนเจือ "
"สับหางเสือชีวิตมุ่งทิศใด.?."
๐ .มันคือเสียงเปล่งสายระบายส่ง
มันคือเสี้ยวปลิดปลงประมงใหม่
ต่อพื้นกาบประกบกระทบไกว
ต่อผืนใจวาบวาวรอร้าวดวง .ฯ
๓.
๐ .นั่น.ดูเถิดริ้วธงประมงเฒ่า
ล้วนบอกเล่าเหลี่ยมเล่ห์ทะเลหลวง
ทุกย่านท่าฝ่าไปภัยทั้งปวง
ก่อนภาระลุล่วงสักช่วงลม
๐.คล้ายประจุระอุปรนบนความหวัง
เปรียบนกใจแรมรังฝั่งไม้ร่ม
จึ่งทอดร่างด่างเปื้อนทุกเงื่อนปม
รับเหลี่ยมคมเกรอะกรังของตังเก
-----------------
( เสมือนคำให้การของพรานเก่า )
๔.
๐.ด้วยเรือมีแรงม้าชรามาก
ล่องในฉากธาราอันว้าเหว่
ณ.คุ้งน้ำที่มิอาจคาดคะเน
ดั่งผู้เฒ่าทะเลถ่ายเทคำ
"..ว่า.."
๐.เมื่อเกิดเกลียวเชี่ยวกรากกระชากคลื่น
สูจะรู้การตื่นของพื้นน้ำ
ต่อเมื่อดาวปลั่งฉายขึ้นร่ายรำ
สูจะรู้ฟ้าดำ.นั้น.ธรรมดา
๐.เมื่อแรงซัดมรสุมเข้ารุมฟาด
สูจะรู้อำนาจแห่งปรารถนา
เมื่อความมืดทั้งมวลม้วนเข้ามา
สู.จะเห็นคุณค่าประภาคาร
๕.
๐.เถอะ.เผยธาตุทรนงประมงหนุ่ม
ขยายขุมเข้มขลังของสังขาร
จนพร่างเกร็ดเม็ดเหงื่อลงเสื้องาน
รับรสกร้านกริบกร้าวแห่งคาวเกลือ
๐.ตราบ.ทำนองท้องน้ำนั้นกระซิบ
จงไปจิบลมหนาวกับดาวเหนือ
ตราบ.ที่เสียงกู่ร้องแห่งกองเรือ
ยังต่อเนื้อตำนาน.พรานทะเล.
ฯฯ
-----------------
"ปางสีฝุ่น"
สวัสดีค่ะ
เข้ามาอ่านพรานทะเลค่ะ....
สวัสดีครับ..ครูปอ
ขอขอบคุณมากครับ ที่แวะพัก..และทักทายกันครับ