เมื่อเกิดเกลียวเชี่ยวกรากกระชากคลื่น สูจะรู้การตื่นของพื้นน้ำ

 

 

 



..
พรานทะเล..
( กับการมาของพรานใหม่ )

 

๑.
๐.
ซึ่งพรายฟองพ้องเสียงเพียงกระซิบ 
ประหนึ่งทิพย์โวหารอันหวานหอม 
ซึ่งสาดสายผสมอย่างกลมกรอม 
เมื่อน่านแนวพรั่งพร้อมย่อมนำพา
.ที่จะท่องล่องทางอันกว้างใหญ่ 
เฉกนักฝันผู้จุดไฟไปขอบฟ้า 
ที่จะท่องล่องนำลำนาวา 
ไป่ซับเค็มเต็มค่าราคาคาว
.
.จากกระโจมแจ่มจ้าก่อนฟ้าแจ้ง 
สู่เวิ้งแอ่งตะวันออกข้างนอกอ่าว 
หมายสังเวียนเรียนรู้ฤดูดาว 
ห่างหอคอยส่งข่าวเหล่าชาวเรือ 
.ทุกสมอแน่นหนักโซ่หลักล่าม 
ทวนคำถามค้างคงดำรงเหลือ 
"
หากแผ่นน้ำมิหนุนการจุนเจือ "
"
สับหางเสือชีวิตมุ่งทิศใด.?."
 .มันคือเสียงเปล่งสายระบายส่ง 
มันคือเสี้ยวปลิดปลงประมงใหม่ 
ต่อพื้นกาบประกบกระทบไกว 
ต่อผืนใจวาบวาวรอร้าวดวง . 
.
 .นั่น.ดูเถิดริ้วธงประมงเฒ่า 
ล้วนบอกเล่าเหลี่ยมเล่ห์ทะเลหลวง
ทุกย่านท่าฝ่าไปภัยทั้งปวง
ก่อนภาระลุล่วงสักช่วงลม
.คล้ายประจุระอุปรนบนความหวัง
เปรียบนกใจแรมรังฝั่งไม้ร่ม
จึ่งทอดร่างด่างเปื้อนทุกเงื่อนปม
รับเหลี่ยมคมเกรอะกรังของตังเก
-----------------
( เสมือนคำให้การของพรานเก่า )
.
.ด้วยเรือมีแรงม้าชรามาก
ล่องในฉากธาราอันว้าเหว่
ณ.คุ้งน้ำที่มิอาจคาดคะเน
ดั่งผู้เฒ่าทะเลถ่ายเทคำ

"
..ว่า.."
.เมื่อเกิดเกลียวเชี่ยวกรากกระชากคลื่น
สูจะรู้การตื่นของพื้นน้ำ
ต่อเมื่อดาวปลั่งฉายขึ้นร่ายรำ
สูจะรู้ฟ้าดำ.นั้น.ธรรมดา
.เมื่อแรงซัดมรสุมเข้ารุมฟาด
สูจะรู้อำนาจแห่งปรารถนา
เมื่อความมืดทั้งมวลม้วนเข้ามา
สู.จะเห็นคุณค่าประภาคาร
.
.เถอะ.เผยธาตุทรนงประมงหนุ่ม
ขยายขุมเข้มขลังของสังขาร
จนพร่างเกร็ดเม็ดเหงื่อลงเสื้องาน
รับรสกร้านกริบกร้าวแห่งคาวเกลือ
.ตราบ.ทำนองท้องน้ำนั้นกระซิบ
จงไปจิบลมหนาวกับดาวเหนือ
ตราบ.ที่เสียงกู่ร้องแห่งกองเรือ
ยังต่อเนื้อตำนาน.พรานทะเล.
ฯฯ
-----------------

"
ปางสีฝุ่น"