ภาพจาก : http://forum.downloadfc.com     

 จากการที่ได้ศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา แม้จะสรุปได้ว่า จุดหมายสูงสุดคือการบรรลุพระนิพพาน  แต่ก็พบว่าพระพุทธเจ้ายังได้สอนหลักธรรมเกี่ยวกับการปกครองไว้ด้วย  เป็นหลักธรรมที่สามารถนำไปใช้ได้ในทุกระบอบการปกครอง  หลักธรรมสำหรับการปกครองดังกล่าวเรียกว่า "ราชธรรม" แปลว่า ธรรมสำหรับพระราชาหรือนักปกครอง  มีอยู่ ๑๐ ประการจึงเรียกว่า ทศพิธราชธรรม ซึ่งคิดว่าหลายท่านคงทราบดีอยู่แล้ว นอกจากทศพิธราชธรรมแล้ว พระพุทธเจ้ายังได้ตรัสว่า "ผู้ปกครอง ผู้จะได้รับสมญานามว่า พระเจ้าจักรพรรดิ์หรือนักปกครองผู้ยิ่งใหญ่ ต้องปฏิบัติตามหลัก จักรวรรดิวัตร มี ๑๒ ประการ เป็นเรื่องที่น่าเล่าสู่กันฟัง เพราะเชื่อว่าไม่ค่อยคุ้นเคยกันนัก ดังนี้

๑. สงเคราะห์คนภายใน

๒. สงเคราะห์ประเทศเมืองขึ้น

๓. สงเคราะห์ข้าราชบริพารหรือบริวาร

๔. คุ้มครองอำมาตย์ราชบัณฑิต

๕. คุ้มครองพสกนิกรหรือทวยราษฎร์

๖. คุ้มครองศาสนา

๗.คุ้มครองสัตว์

๘. ห้ามปรามไม่ให้ประพฤติผิดธรรม

๙. ให้ทรัพย์หรือปัจจัยเลี้ยงชีพแก่ผู้ยากไร้

๑๐. ปรึกษากับพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและราชบัณฑิต

๑๑. เว้นความกำหนัดในกามโดยผิดธรรมเนียมประเพณี

๑๒. เว้นความโลภ

     สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ มีแต่การเรียกร้องประชาธิปไตย ทั้ง ๆ ที่บางคนยังไม่เข้าใจประชาธิปไตยด้วยซ้ำ หากเป็นไปตามข่าว ว่าจะมีการยุบสภาในไม่ช้านี้ ถ้าเป็นจริงสิ่งที่ตามมาก็คือ การเลือกตั้ง  คือ เลือกผู้แทนไปใชสิทธิ์ใช้เสียงในสภาแทนประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจ เป็นหัวใจสำคัญ พระพุทธเจ้าตรัสว่า " เนสา  สภา โหติ ยตฺถ น  สนฺโต แปลว่า  สภาใดไม่มีสัตบุรุษ สภานั้นใช้ไม่ได้"  จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าของอำนาจต้องใช้ดุลยพินิจพิเคราะห์ให้ดีว่า ผู้ที่อาสาจะเป็นผู้แทนในสภานั้น เป็น "สัตบุรุษ" หรือไม่ อย่างไร  คำว่า "สัตบุรุษ"  แปลว่า "คนดี" คือผู้ที่ประกอบด้วยสัปปุริสธรรม ๗ ประการ ได้แก่

๑. ธัมมัญญุตา       ความเป็นผู้รู้จักเหตุ

๒. อัตถัญญุตา       ความเป็นผู้รู้จักผล

๓. อัตตัญญุตา       ความเป็นผู้รู้จักตน

๔. มัตตัญญุตา       ความเป็นผู้รู้จักประมาณ

๕. กาลัญญุตา        ความเป็นผู้รู้จักกาลเทศะ

๖. ปริสัญญุตา         ความเป็นผู้รู้จักชุมชน

๗. ปุคคสัญญุตา หรือ ปุคคลปโรปรัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักความแตกต่างระหว่างบุคคล

         เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว ทำให้ฉันคิดใคร่ครวญประโยคที่ว่า "สภาใดไม่มีสัตบุรุษ สภานั้นใช้ไม่ได้" สงสัยยิ่งนักว่า สภาของไทยเรานั้น มีสัตบุรุษตามความหมายของพระพุทธเจ้าบ้างหรือเปล่านะ ????? หรือว่าไม่มีเลย และเมื่อคิดว่า อีกไม่นานจะมีการเลือกตั้ง จะมีสัตบุรุษให้ได้เลือกหรือเปล่านะ ?????  หรือว่า สภาในบ้านเมืองของเรานี้จะมีแต่ "อสัตบุรุษ"