ใคร! คนนั้นในช่องเพดาน
เรื่องที่ผมจะเล่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดมาร่วม18 ปีย้อนหลังเห็นจะได้ ประสบการณ์นี้เป็นประสบการณ์ที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะได้ประสบพบพาน
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเวลาเมื่อผมอายุย่างเข้า22 ปีโดยประมาณ หลังจากผ่านการเกณฑ์ทหาร และได้เข้ามาทำงานอีกครั้งในกทม. คุณแม่ก็ได้มีจดหมายมาบอกว่าปีนี้ทางบ้านจะมีการบวช หมู่ประจำปี และลูกก็ถึงวัยอันที่จะบวชได้แล้ว อยากบวชหรือเปล่า ผมตอบตกลงไปในทันที และก็ยื่นใบลาต่อทางบริษัท เพื่อขอลาบวชเป็นเวลา 1 เดือน แต่ช่วงที่บวชก็ประมาณ 15 วันเห็นจะได้
คืนวันแรกที่ได้บวช ผมในฐานะพระใหม่ หลังจากฉันเพลฉลองพระใหม่เสร็จแล้วในช่วงบ่าย จวบจนเย็นย่ำค่ำ โยมพ่อ ก็ได้แวะมาถามข่าวคราวพระใหม่ ในช่วงหัวค่ำ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ผมตอบไปตามความเป็นจริงคือ"หิวครับโยมพ่อ" "แต่ฉันได้แต่น้ำเท่านั้น มิฉะนั้นจะผิดวินัยนะพระ"โยมพ่อเตือนกลายๆ กลัวผมอาบัติ
คืนนั้นหลังจากทำวัตรเย็นเสร็จ ผมก็ได้เข้านอนแต่หัวค่ำ โดยมีพระลูกคู่ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องที่บวชร่วมกันเป็นเพื่อน แต่นอนคนละ ฝั่ง ห้องนอนของกุฏิพระแบบวัดเก่าแก่โบราณตามบ้านนอกกว้าง5เมตรคูณยาว ร่วม สิบเมตรเห็นจะได้นั้นดูช่าง อึมครึมยังไงก็ไม่รู้
คืนนั้นหลังจากสวดมนต์เสร็จ ผมก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย มาสะดุ้งตื่น อีกทีราวๆประมาณ 4 ทุ่มเห็นจะได้ ก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นเหมือนมีอะไรมาทับอยู่บนตัว หนักอึ้งเลย มองขึ้นไป ด้านบนในความมืด ผ่านความสลัวๆของแสงจันทร์ที่สาดส่องมาจากหน้าต่างบนหัวนอนเท่านั้นเอง ผมก็ ได้พบสายตาคู่หนึ่งจ้องมองลงมาจากช่องเพดานแบบเก่าที่ชำรุดเป็นรูนั้น
ผมส่งเสียงร้องตะโกนเรียกให้พระใหม่ลูกคู่ที่นอนอยู่คนละมุมห้อง ห่างไปร่วมสิบเมตรว่าตัวเองเจอดีเข้าแล้ว แต่เสียงนั้นหาได้หลุดรอดออกจากลำคอผมไม่ น้ำหนักที่ถาโถมทับลงบนร่างผม นั้นก็หนักขึ้นเรื่อยๆ ผมรวบรวมสติสัมปะชัญญะ แล้วเปล่งวาจา" นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะ "
พอสิ้นนะโมสามจบ ดวงตาคู่นั้นที่จ้องมองผมนั้นก็หายไป และน้ำหนักที่ทับลงบนตัวผมนั้นก็หายไป ด้วย ผมคิดในใจ"พระใหม่อย่างเราคืนแรกก็คงจะโดนซะแล้ว ว่าแล้วตัวเราเองก็เป็นพระ ในผ้าเหลืองจะกลัวไปใย "
ว่าแล้วตัวผมก็ลุกนั่งแผ่เมตตา ให้สิ่งที่ผมได้พานพบมา ว่า"อาตมาเป็นพระบวชใหม่ หากมีสิ่งใดที่อาตมาพอที่จะช่วยได้ ด้วยบุญกุศลที่อาตมาได้กระทำมาบ้างในชาตินี้ ขอส่วนบุญส่วนกุศลนี้จงส่งไปให้ท่านด้วยเทอญ จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด แล้วอาตมาจะอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้"
จากนั้นผมก็หลับไป จวบจนรุ่งเช้าก็ มาสะดุ้งตื่นอีกทีก็ได้ยินเสียงระฆังตีดังตอนตีสี่ครึ่ง เป็นสัญญาณให้ลุกทำ วัตรเช้า เพื่อบิณฑบาตในเช้าวันใหม่ ของการเป็นพระใหม่

การบิณฑบาตในการเป็นพระครั้งแรก ได้เห็นญาติโยมผู้เฒ่าผู้แก่ยกมืออนุโมทนาสาธุ ไหว้ผ้าเหลือง และความรู้สึกที่ได้สวมผ้าเหลืองบวชเป็นพระนั้น มันชั่งยิ่งใหญ่ และดีอย่างนี้นี่เองเล่า พ่อกับแม่ถึงได้อยากให้ลูกหลานได้บวช
หลังจากวันนั้นจนถึงวันที่ใกล้สึกกลับมาเป็นฆราวาสอีกครั้ง ทุกๆคืนที่เข้านอนผมก็ไม่เคยได้พานพบดวงตาคู่นั้นอีกเลย (ซึ่งจริงๆก็ไม่อยากเจออีก) จวบจนในวันหนึ่งได้ไปเทศน์โปรดโยมพ่อ และโยมแม่ที่บ้านก่อนที่จะสึก โยมแม่ก็เล่าให้ฟังว่า
น้าสาวผมบ้านข้างๆรั้วติดกัน ก็มาเล่าให้ฟังว่าในวันแรกหลังจากที่ผมได้เป็นพระใหม่นั่นแหละ แกฝันเห็นคุณตาของผม ซึ่งท่านเสียไปหลายสิบปีแล้ว ตั้งแต่ผมยังไม่เกิด ในฝันน้าก็ถามว่า"อ้าวตาปรึล ตาตายไปตั้งนานแล้วแล้ววันนี้ทำไมถึงมานุ่งเสื้อผ้าใหม่ และยิ้มอย่างมีความสุขเยี่ยงนี้เล่า" ตาไม่ตอบได้แต่ยิ้มอย่างมีความสุข ซึ่งจากความฝันนั้นของน้าสาวนั้น เอง
โยมแม่เล่าทั้งน้ำตาอย่างมีความสุขว่า " โยมตาคงได้รับส่วนบุญส่วนกุศลที่พระได้บวชให้กระมัง ได้เกาะชายผ้าเหลือง คุณตาคงจะได้หมดเวรหมดกรรม และแม่ก็หวังว่าคุณตาคงจะได้ไปสู่ภพใหม่เสียที"
และนั่นเอง คือสาเหตุที่ไม่ผมไม่เคยนึกกลัวดวงตาคู่นั้นอีกเลยจวบจนผมสึก เพราะผมเดา และคิดทบทวนเอาเองว่าดวงตาคู่นั้น น่าจะเป็นวิญญาณของคุณตาทวด ของผมนั่นเอง ท่านมาทัก และยินดีในการเป็นพระองค์แรกในตระกูลหลานๆทั้งหมดที่ได้บวช ทดแทนคุณพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาผมจึงคิดอยู่เสมอว่า การได้เกิดมาเป็นชายไทยชาว พุทธทั้งที ถ้ามีโอกาสก็จงบวชศึกษาพระธรรมสักครั้งในชีวิตเถิด บางทีท่านอาจได้พบกับประสบการณ์ และเหตุการณ์ที่เหลือเชื่ออย่างผมก็เป็นได้
เขียนจากประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่เคยประสบมา เลยมาเล่าสู่กันฟังครับ
ผมกำลังจะหาเวลาบวชอยู่เหมือนกันครับ..
รออีกพักใหญ่ๆ
ขอบคุณคุณอนุ และคุณจตุพร สำหรับดอกไม้ครับ
ถึงคุณจตุพร เกิดเป็นชายไทยชาวพุทธ ควรได้บวชสักครั้งครับ
สวัสดีครับ
ผมมาส่งข่าวประเพณี"แห่นาคโหด" ที่บ้านโนนเสลา ต.หนองตูม จ.ชัยภูมิ
วันที่ 7 พ.ค.54 ตั้งแต่เช้าครับ
ถ้าได้มา แวะมาดื่มน้ำ และทักทายกันนะครับ
ขอบคุณนะครับที่ได้เข้ามาอ่านบันทึกนี้ด้วยครับ