ดูงาน

ในวันแรกของการศึกษาดูงาน ส่วนมากเป็นการเดินทาง ตั้งแต่ออกจากวิทยาลัยฯตอน 04.00 น. มาถึงสุวรรณภูมิ แล้วนั่งเครื่องจนมาถึงไต้หวัน แล้วนั่งรถต่อมาจนที่พัก ประมาณ 18.00 น. แล้วกว่าจะได้นอนประมาณเที่ยงคืน สิ่งที่ได้เรียนรู้สิ่งแรก คือ การใช้ชีวิตที่จะต้องทำกิจกรรมกับคนอื่นๆ กลุ่มอื่นๆ การปรับตัวเองให้เข้ากับผู้อื่นตามแต่สถานการณ์ที่กำหนด ซึ่งก็ไม่มีปัญหาทั้งตัวเองและผู้อื่น สิ่งต่อมาคือความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องเล็กๆน้อย เช่น การช่วยยกกระเป๋า เป็นต้น ลำดับต่อมาเป็นการรับฟังเรื่องราวต่างๆจากไกด์ บางเรื่องเป็นเรื่องราวที่เราไม่ทราบมาก่อนทั้งในแง่ของประวัติศาสตร์ และการใช้ชีวิตในต่างแดน ซึ่งเราต้องปรับตัวเรื่อยๆ จากกลุ่มของข้าพเจ้าที่มาด้วยกันมีทั้งหมด 42 คน (40 คนและไกด์อีก 2 คน) ก็เริ่มทำปรับตัวเข้าหาซึ่งกันและกันได้ดี  สิ่งที่ได้เรียนรู้จากสถานที่วันนี้ได้แก่ สถานีแยกขยะรีไซเคิล ดูการทำงานของอาสาสมัครที่เข้ามาช่วยเหลือโดยไม่ได้รับสิ่งตอบแทน โดยการทำงานแยกแต่ละส่วนกัน ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนอาสาสมัครทั้งหมด มีประมาณ 500 กว่าคนส่วนมากเป็นคนแก่ มาจากครอบครัวที่แตกต่างกัน บางคนก็เคยป่วยมาก่อนแต่มาเป็นอาสาสมัครแล้ว ได้ทำงานการเจ็บป่วยก็หายไป บางคนก็พิการแต่ก็ยังมาเป็นอาสาสมัคร  แต่ถ้าเป็นวันหยุดก็มีอาสาสมัครที่เป็นวัยรุ่นเข้ามาด้วย สิ่งที่ได้จากการรีไซเคิลส่วนมากจะเป็นผ้าห่มที่ผลิตมาจากขวดพลาสติกและเสื้อแขนสั้น 1 ตัวใช้ขวดพลาสติกประมาณ 8 ขวด ในขณะที่เสื้อแขนยาวใช้ประมาณ 12 ขวด และมูลนิธิจะนำสิ่งของเหล่านี้ ส่งต่อให้ผู้ที่ยากไร้และประสบภาวะต่างๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีสิ่งของส่วนหนึ่งที่มีผู้บริจาคให้และสิ่งของนั้นยังอยู่สภาพที่ดี ก็นำมาขายต่อในราคาชิ้นละไม่เกิน 20 NT. ในการดูงานที่นี้ทำให้ข้าพเจ้าคิดว่า คนเราทุกคนสามารถมีบทบาทที่เข้ามาช่วยงานในด้านต่างๆได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นด้านที่ตัวเองถนัด และการทำหน้าที่ของตนให้บรรลุเป้าหมายก็จะทำให้ประสบความสำเร็จในการทำงานได้ หลังจากดูงานที่สถานีแยกขยะรีไซเคิลแล้ว ก็ได้เดินสูง การเยี่ยมชมต้องใส่หมวกกันน๊อค เพื่อป้องกันก้อนหินที่ตกมาจากภูเขา

       ดูงานที่มหาวิทยาลัยฉือจี้ทั้งวัน โดยเริ่มจากการเดินชมภาพพร้อมกับการบรรยายของอาสาสมัคร โดยภาพแต่ละภาพบอกประวัติและเรื่องราวของมูลนิธิฉือจี้ และเข้ารับฟังการบรรยายภายในห้องประชุม เริ่มจากประวัติที่ก่อตั้งฉือจี้ ดูงานที่โรงพยาบาลฉือจี้ , การเรียนการสอนของคณะแพทย์ศาสตร์ สุดท้ายก็ไปที่วิทยาลัยเทคโนโลยีฉือจี้ ซึ่งมีวิทยาลัยพยาบาลอยู่ด้วย แต่ไม่สามารถเข้าไปดูในวิทยาลัยได้เพราะเย็นมากแล้ว และผู้อำนวยการวิทยาลัยมาต้อนรับ  ในวันนี้เป็นวันที่ได้รับประทานอาหารเจในอาหารมื้อกลางวัน สิ่งที่ได้จากวันนี้คือ เรื่องของการมีจิตอาสาของอาสาสมัครทั้งหลายตั้งแต่คนเข็นรถของโรงพยาบาลจนถึงแพทย์และครูที่มีจิตอาสาในการทำงานทั้งหลาย ทำให้เรียนรู้ได้ว่า ทุกคนสามารถทำจิตอาสาได้ง่ายๆ เพียงให้มีใจรักและเข้าใจในงานที่ตัวเองจะทำ จากที่เห็นมาก็ทราบได้ว่า ทุกคนทำในสิ่งที่ตัวเองทำแล้วก็จะมีความสุข