ผมไปฟังการบรรยายเรื่อง Research System in Finland : good practice for innovation and national competitiveness   โดย Prof. Pekka Antero Kess, Head of Department, Industrial Engineering and Management, University of Oulu, Finland ในการสัมมนาทาง วิชาการ ๒๕๕๓ - ๒๕๕๔ มหาวิทยาลัยไทยบนเวทีโลก ครั้งที่ ๔ เรื่อง ระบบวิจัยแห่งชาติเพื่อการ พัฒนานวัตกรรมและความสามารถในการแข่งขัน : บทเรียนจากฟินแลนด์  เมื่อวันที่ ๓๑ มี.ค. ๕๔

 

          ฟังแล้วเกิดความรู้สึกว่า "สินทรัพย์ล้ำค่า" ของฟินแลนด์ ฝังอยู่ใน "ดีเอ็นเอ" ทางสังคม   คือการให้คุณค่าของความรู้และการวิจัย ชนิด "สร้างได้" หรือเอาไปใช้งานได้   สำหรับเอาไปใช้ เพื่อความอยู่รอดร่วมกันของคนทั้งประเทศ ซึ่งมีอยู่เพียง ๕ ล้านคน   ในภูมิสังคมยุโรปเหนือ ท่ามกลางปากเหยี่ยวปากกา ระหว่างเยอรมันกับรัสเซีย

 

          "ดีเอ็นเอ" ทางสังคมที่เข้มข้น และไม่มีใครเหมือน คือความรักและหวงแหนความเป็นสังคม แห่งความเท่าเทียมคือรายได้ไม่ต่างกันมาก   กล่าวแรงๆ ได้ว่า ไม่มีคนรวย ไม่มีคนจน   กระนั้นก็ตาม เขาก็ยังปรึกษากันว่าจะทำให้ความเท่าเทียมกัน ชัดเจนยิ่งขึ้นได้อย่างไร

 

          คนฟินแลนด์สนใจความรู้ เพื่อการใช้งาน และความรู้จากการทำงาน ณ จุดใช้งาน  แล้วมหาวิทยาลัยเอามาใช้ในการศึกษา และในการทำงานวิชาการอื่นๆ   ในขณะที่คนไทยสนใจความรู้จากตำรา ละความรู้เพื่อรู้

 

          ผมสัมผัสวิญญาณไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง หาทางเปลี่ยนแปลงอย่างมีเป้าหมาย มียุทธ ศาสตร์   เช่นขณะนี้หน่วยงานให้ทุนสนับสนุนการวิจัยใหญ่ชื่อ TEKES กำลังดำเนินการปรับโครงสร้าง ครั้งใหญ่ 

 

          หน่วยงานระดับสูง ๓ หน่วยที่มี granting agency ในสังกัด คือ กระทรวงวิทยาศาสตร์และ อุดมศึกษา (หน่วยให้ทุนวิจัยชื่อ Academy of Finland จัดเป็นแหล่งทุนระดับที่ใครได้รับถือว่า เป็นความสำเร็จระดับยอด น่าจะตีความว่าเน้นให้ทุนวิจัยพื้นฐาน)  กระทรวงแรงงานและเศรษฐกิจ (ไม่เรียกว่าอุตสาหกรรม หน่วยให้ทุนวิจัยชื่อ TEKES น่าจะตีความว่าให้ทุนวิจัยเพื่อสร้างความ สามารถในการแข่งขัน)  และรัฐสภา (หน่วยให้ทุนวิจัยชื้อ SITRA น่าจะตีความว่าให้ทุนสนับสนุน การวิจัยเพื่อความเป็นธรรมในสังคม)   โดยมีสภาวิจัยและนวัตกรรมเป็นองค์กรนโยบายกลาง 

 

          ๓/๔ ของทุนวิจัยมาจากภาคอุตสาหกรรมเอง  และสัดส่วนของงานวิจัยพอๆ กันทำใน บริษัทอุตสาหกรรมเอง

 

          ความแข็งแกร่งทางอุตสาหกรรมของฟินแลนด์ในปัจจุบันสร้างขึ้นมาจากการแพ้สงครามโลก ครั้งที่ ๒   ต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามให้แก่โซเวียดรัสเซียมหาศาล   จึงต้องสร้างระบบอุตสาหกรรม ขึ้นมาส่งสินค้าจ่ายหนี้   พอจ่ายหนี้หมดก็ขาย   กลายเป็นอุตสาหกรรมส่งออกที่เข้มแข็ง

 

           หลังจากนั้นมีการปรับโครงสร้างของระบบอุตสาหกรรมเป็นระยะๆ   ปัจจุบันนี้ก็ต้องปรับขนานใหญ่ เพราะเผชิญวิกฤตหลายด้าน เช่น วิกฤตที่มาจากวิกกฤตการเงินของสหรัฐ และวิกฤตเศรษฐกิจ ของยุโรป

 

          เขาบอกว่าระบบวิจัยและพัฒนาของเขาเป็นระบบที่ค่อนข้าง top-down จากรัฐบาล   เพื่อโฟกัสจุดเน้น   แต่กระนั้นก็ยังมีการวิจารณ์กันว่ามีจุดเน้นมากเกินไป 

 

          ทั้งประเทศมี ๒๑ หรือ ๒๒ มหาวิทยาลัย (แล้วแต่ว่าจะนับรวมมหาวิทยาลัยทหารหรือไม่) ซึ่งมากเกินไป กำลังปรับโครงสร้างให้ลดจำนวนลงโดยการยุบรวม

 

 

วิจารณ์ พานิช
๓๑ มี.ค. ๕๔