มุมมองใหม่-“ห้องขอบฟ้ากว้าง”วัดกลางพัฒนาศักยภาพเด็กหลังห้อง
การจัดการเรียนการสอน ให้เด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดคำนวณไม่เป็นเรียนปนกับเด็กคนอื่นในชั้นเรียน เด็กจะเบื่อ ทำให้โดดเรียน เพราะเรียนไม่ทัน ขณะที่ครูจะส่งเด็กขึ้นไปเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยคิดว่าเด็กจะดีขึ้น
แต่ปรากฏว่าทำให้เด็กติด 0 ติด ร มาก บางคนถูกผลักออกจากระบบ หรือต้องย้ายไปเรียนที่อื่น จึงจำเป็นต้องจัดห้องเรียนเฉพาะให้เด็กกลุ่มนี้” ครูสายชล สิงห์สุวรรณ ครูแนะแนว ร.ร.เทศบาลวัดกลาง สังกัดเทศบาลวัดกลาง จ.ขอนแก่น บอกถึงที่มาของ ห้องขอบฟ้ากว้าง ห้องเรียนสำหรับเด็กหลังห้อง
โรงเรียนเทศบาลวัดกลางเปิด สอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-ม.3 มีนักเรียนประมาณ 3,000 คน และไม่ต่างจากโรงเรียนที่ต้องประสบปัญหานักเรียนมีความบกพร่องทางการเรียน รู้ ซึ่งมักจะไม่ตั้งใจเรียนและนั่งหลังห้อง ที่ผ่านมาโรงเรียนพยายามช่วยเหลือเด็ก ด้วยการจัดอบรมให้ความรู้กับครูในการสอน แต่ปรากฏว่าครูเพียงแค่รับรู้และปล่อยผ่านไป กระทั่งครูสายชลและเพื่อนครูได้เข้ารับการอบรมเรื่อง จิตตปัญญา ที่ จ.เชียงราย เป็นเวลา 1 เดือน ทำให้เกิดแนวคิดจัดห้องเรียนเฉพาะให้เด็กกลุ่มนี้
ครูสายชล บอกว่า ปีการศึกษาที่ผ่านมาโรงเรียนทดลองเปิด 1 ห้องเรียน โดยคัดเด็กที่มีลักษณะดังกล่าวจากทุกระดับชั้นออกมาและจัดการเรียนการสอนแยก จากเด็กคนอื่นๆ ซึ่งโรงเรียนอื่นอาจจะจัดการเรียนรวมได้แต่ที่นี่ไม่มีครูเด็กพิเศษจึงไม่ สามารถดำเนินการได้ ซึ่งผลเป็นที่น่าพอใจ ดังนั้น ในปีการศึกษา 2553 จึงขยายเพิ่มเป็น 2 ห้อง แบบคละชั้น แยกเป็นระดับชั้น ป.1-6 จำนวน 1 ห้อง และม.1-3 อีก 1 ห้อง จัดชั้นเรียนห้องละ 14 คน มีครูรับผิดชอบห้องเรียนละ 2 คน เฉลี่ยนักเรียน 7 คนต่อครู 1 คน โดยแต่ละห้องจะมีรูปแบบการสอน 14 แบบตามลักษณะนักเรียนแต่ละคน ทั้งนี้ ก่อนเริ่มการเรียนการสอนจะต้องเชิญผู้ปกครองมารับรู้และทำความเข้าใจกับรูป แบบการจัดการเรียนการสอนลักษณะนี้ก่อน
ครูสายชล อธิบายเพิ่มเติมว่า ห้องเรียนขอบฟ้ากว้าง จะเน้นรูปแบบการเรียนรู้รายบุคคล (Individualized Education Program : IEP) และใช้แนวทางการจัดการเรียนการสอน ที่ยอมรับความแตกต่างของเด็กแต่ละบุคคล เปิดโอกาสให้เรียนรู้ตามที่เด็กถนัด จะเน้นวิชาภาษาไทยและคณิตศาสตร์เป็นหลัก เพื่อฟื้นฟูเรื่องการอ่านออกเขียนได้และคิดคำนวณ ในแต่ละวันจะเริ่มต้นด้วยการ จัดวงนั่งคุย ให้นักเรียนฝึกเล่าเรื่อง เนื่องจากลักษณะอย่างหนึ่งของเด็กกลุ่มนี้จะไม่กล้าพูด และมีความภาคภูมิใจในตนเองต่ำ
จากนั้นนักเรียนแต่ละคนจะแยกย้ายไปทำแบบฝึกหัดในส่วนที่ตัวเองยังทำไม่ ได้ ครูผู้สอนจะสอนนักเรียนเป็นรายบุคคล เพราะเด็กแต่ละคนมีฐานความรู้ต่างกัน รวมถึงการนำนักเรียนไปเรียนรู้นอกห้องเรียน เช่น ห้องสมุดและห้องคอมพิวเตอร์ และขณะนี้กำลังวางแผนการสอนโดยให้เด็กได้เรียนรู้จากภูมิปัญญาไทย ในอนาคตอันใกล้นี้ จะส่งนักเรียนแต่ละคนไปเรียนรู้จากครูภูมิปัญญาในสาขาที่แต่ละคนสนใจเป็น เวลา 2 วันต่อสัปดาห์ เพื่อให้ฝึกทักษะ เนื่องจากเด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเก่งด้านปฏิบัติ
“เด็กแต่ละคนจะต้องค้นหาตัวเองก่อนว่าตัวเองติดตรงไหน ก็จะเริ่มตรงนั้น เช่น บางคนยังคิดคำนวณเศษส่วนไม่ได้ เขาก็จะไปหยิบแบบฝึกหัดเรื่องเศษส่วนมาทำ หากไม่เข้าใจและทำไม่ได้ ครูจะสอนตัวต่อตัวจนเข้าใจ โดยไม่มีการดุด่าหรือบังคับ แต่จะใช้วิธีกระตุ้นและเชิญชวนให้เด็กลงมือทำ บรรยากาศการเรียนเป็นแบบสบายๆ ซึ่งครูจะต้องไม่คาดหวังกับเด็ก เพราะจะทำให้เด็กเครียดจนทำไม่ได้เหมือนเดิม หากเด็กสามารถทำได้ตามตัวชี้วัดของเด็กแต่ละคนก็ถือว่าเด็กเรียนผ่าน” ครูสายชลกล่าว
หลังผ่านพ้นไป 2 เดือน สังเกตเห็นผลได้ทันที นักเรียนมีความสำเร็จทางการเรียนดีขึ้นทีละน้อย จากที่ไม่อยากเข้าห้องเรียน กลายเป็นเข้าเรียนทุกวัน มีความสุขกับการมาโรงเรียน และรู้สึกตนเองมีคุณค่าและประสบความสำเร็จทางการเรียนเมื่อสามารถทำแบบ ฝึกหัดที่ตั้งเป้าไว้ในแต่ละวันได้ ที่สำคัญจากเด็กที่ไม่สนใจอ่านหนังสือ กลับเลือกหนังสือที่ตนเองสนใจมานั่งอ่าน รวมถึงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เลิกการเถียงหรือแสดงอารมณ์หงุดหงิดใส่พ่อแม่ผู้ปกครอง
น้องโด้-ด.ช.ธรรมสรณ์ เสาวภาคย์ อายุ 14 ปี นักเรียนห้องขอบฟ้ากว้าง กล่าวว่า การเรียนการสอนในห้องเรียนแห่งนี้แตกต่างจากห้องเรียนเดิมที่เคยเรียน ครูสอนแบบไม่ซีเรียส เรียนสบายๆ เป็นกันเอง สนุกสนาน ทำให้ไม่เครียด และเรียนเข้าใจมากขึ้น ขณะที่ห้องเรียนเดิมเครียด น่าเบื่อ ตนไม่อยากเข้าเรียน บางครั้งจึงโดดเรียน แต่หลังเข้าเรียนในห้องขอบฟ้ากว้างอยากเข้าเรียนทุกวันและไม่เคยโดดเรียน
นาง เสาวลักษณ์ มีมะจำ ผู้ปกครองนักเรียนห้องขอบฟ้ากว้าง กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า หลังจากลูกเข้าเรียนในห้องขอบฟ้ากว้าง สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน จากเด็กที่ไม่อยากไปโรงเรียน กลายเป็นไปโรงเรียนสายไม่ได้ สนใจหนังสือมากขึ้น ลูกบอกว่าเรียนแล้วมีความสุข เข้าใจสิ่งที่ครูสอน ทุกวันนี้ ลูกกล้าแสดงออกอย่างมาก โดยไปสมัครเรียนเต้นเสริมนอกโรงเรียน เมื่อกลับถึงบ้านก็จะเก็บกวาดบ้าน จากที่เมื่อก่อนไม่เคยทำ ทั้งนี้ สนใจเยี่ยมชมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นรายบุคคล ติดต่อได้ที่ครูสายชล โทร.08-1544-2476
คมชัดลึก
วันอังคารที่ 7 กันยายน 2553
อ่านแล้วต้องบอกว่า "สิ่งมีไม่มีชีวิตทำให้ห้องเรียนมีชีวิตได้นะค่ะ..."