พุทธ


พระอรหันต์

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านบล็อกทุกท่าน

ปัจจุบันนี้มีข่าวลือว่า"คนนั้นคนนี้เป็นพระอรหันต์ ในฐานะที่ท่านเป็นชาวพุทธควรมีท่าที หรือจุดยืนอย่างไรต่อคำเล่าลือดังกล่าวนี้" ข้อความนี้เป็นข้อความที่ตั้งเป็นประเด็นให้นิสิตแรกเข้าเรียนมหาบัณฑิตสาขาวิชาพระพุทธศาสนาตอบ นิสิตส่วนใหญ่จะใช้หลักกาลามสูตร ไม่ด่วนเชื่อง่าย จะใช้เหตุผลประกอบการพิจารณา คนที่เป็นพระอรหันต์เป็นผู้ไม่มีกิเลส ไม่ประกาศตัวเอง เป็นคนที่สงบ ดังข้อความของพระมหาวีรชัย ตนฺติปาโลว่า "คนเป็นพระอรหันต์อาจจะมีอยู่จริง แต่ไม่เปิดเผยตัวเอง ไม่แสดงให้ใครเห็น และเป็นผู้ตัดกิเลส  ไม่โอ้อวดตนเองให้ใครได้รับรู้ จะต้องถือปฏิบัติในพระวินัยอย่างเคร่งครัด" พระมหาภูชิต  ภูริปญฺโญ  ได้แสดงข้อคิดเห็นว่า "หากเป็นสมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าจะเป็นผู้พยากรณ์เองว่าใครเป็นอรหันต์แท้หรืออรหันต์เทียม แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีพระพุทธเจ้าแล้วจะเอาอะไรหรือใครเป็นผู้ตัดสิน  ก็ให้นำเอาพระธรรมและวินัยเป็นผู้ตัดสินความเป็นพระอริยบุคคล ถ้าผู้นั้นไม่มีสังโยชน์ ๑๐ ประโยชน์ ผู้นั้นคือพระอรหันต์" พระครูมงคลปัญญากร ปญฺญาวุฑฺโฒ แสดงข้อคิดเห็นว่า "ผู้เป็นอรหันต์คือผู้เย็น หมดสิ้นจากกิเลสทั้งปวง ไม่มีความโลภ ความโกรธ ความหลงอีกต่อไป เป็นผู้มีสติสัมปชัญญะตลอดเวลา"พระชินกร กิตฺติธโร แสดงความเห็นดังนี้ "ในฐานะที่เป็นชาวพุทธ ไม่ควรเชื่อไปตามข่าวนั้น เพราะอย่างแรกคือ เราไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นพระอรหันต์หรือไม่  เพราะจะอาศัยแค่การประพฤติวัตรปฏิบัติเพียงแค่ภายนอก ก็ยังไม่ใช่พระอรหันต์  อีกอย่างคำเล่าลือนั้นอาจโดนหลอกก็ได้ เพราะข่าวสารทุกวันนี้เร็วมาก ประกาศประชาสัมพันธ์หรือโปรโมตแป๊ปเดียวก็ดัง หรือผู้คนก็รับรู้ได้เร็ว ฉะนั้นเราควรมีจุดยืนเป็นของตัวเอง อย่าเพิ่งไปเชื่อต้องอาศัยหลักของกาลามสูตรว่า อย่าเชื่อโดยการเล่าลือ จนกว่าจะสามารถพิสูจน์ได้ว่า จริง จึงควรเชื่อ  คำสอนของพระพุทธเจ้า พระองค์ก็ทรงตรัสว่าอย่าเพิ่งเชื่อ ต่อเมื่อนำไปพิสูจน์ นำไปปฏิบัติดูก่อนแล้วจึงเชื่อ ผู้ที่จะสามารถรู้ได้ว่าเป็นพระอรหันต์หรือไม่นั้นต้องมีจิตที่อยู่ในระดับสูง จึงจะสามารถรู้ได้ สรุปแล้วอย่าเพิ่งเชื่อ"  พระมหาตูม  ตนฺตปณฺฑิโต แสดงทัศนะว่า "การที่จะได้บรรลุเป็นสิ่งที่ยากมาก ไม่ใช่ที่จะบรรลุได้ง่ายๆ คนที่จะบรรลุต้องปฏิบัติตามแนวของพระพุทธเจ้ามีการเจริญ สติปัฏฐาน ๔ เมื่อบรรลุแล้วต้องสำรวมอินทรีย์สังวร อิริยาบทเรียบร้อย  ไม่คลุกคลีในหมู่คณะ มีความสันโดษ ไม่ติดในลาภ ยศ สรรเสริญใด"  ความเห็นเหล่านี้เป็นของนิสิตพระ บางรูปก็เป็นมหาเปรียญ บางรูปไม่ได้เปรียบ แต่ก็มีความคิดเห็นเหมือนกันคือพระอรหันต์ไม่มีกิเลส ผู้ที่สำเร็จแล้วไม่ประกาศไม่บอกให้ใครทราบว่า ตัวเองเป็นพระอรหันต์ แต่ถ้ายังประกาศว่าตัวเองเป็นพระอรหันต์ ผู้นั้นไม่ใช่ นี้เป็นข้อคิดเห็นของพระ ส่วนของคฤหัสถ์นั้นจะนำมาเสนอครั้งต่อไป  ขอฝากความระลึกถึงไปถึง ดร.ขจิต ฝอยทองด้วย ผู้สอนให้ข้าพเจ้านำข้อมูลลง บล็อก

คำสำคัญ (Tags): #มหาจุฬาฯ
หมายเลขบันทึก: 437005เขียนเมื่อ 25 เมษายน 2011 21:00 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 ธันวาคม 2012 13:42 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ


ความเห็น (3)

สวัสดีครับอาจารย์

ขอต้อนรับเข้าสู่ GTK

เขียนบันทึกมาแบ่งปันกันอีกนะครับ

สวัสดีชาว Blog รวมถึงว่าที่นิสิต ป.โท ทุก ๆ ท่านนะครับ

ประเด็นคำถามเกี่ยวกับ "พระอรหันต์" ข้างต้นน่าสนใจไม่น้อยนะครับ เห็นว่าผู้ตอบคำถามแต่ละท่านตอบประเด็นดังกล่าวได้ดีจังครับ ในส่วนที่อ้าง กาลามสูตร หรือพระสูตรที่สอนให้ใช้ปัญญาในการประกอบการตัดสินใจในการเลือกที่จะจะ "เชื่อ" หรือ "ไม่เชื่อ" ซึ่งเหมาะสมกับ "ยุคการสื่อสารไร้พรมแดน" เป็นอย่างมากครับ

อ้างอิงมาจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๐ ในพระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาท "เกสปุตติสูตร" หรือ "กาลามสูตร" ว่าด้วยกาลามะ (พวกกษัตริย์) ชาวเกสปุตตนิคม พระผู้มีพระภาคตรัสกับชาวกาลามชนทั้งหลายที่แคว้นโกศล ข้อความดังนี้ครับ

อย่าปลงใจเชื่อด้วยการฟังตามกันมา

อย่าปลงใจเชื่อด้วยการถือสืบ ๆ กันมา

อย่าปลงใจเชื่อด้วยการเล่าลือ

อย่าปลงใจเชื่อด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์

อย่าปลงใจเชื่อเพราะตรรกะ (การคิดเอาเอง)

อย่าปลงใจเชื่อเพราะการอนุมาน (คาดคะเนตามหลักเหตุผล)

อย่าปลงใจเชื่อด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล

อย่าปลงใจเชื่อเพราะเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว

อย่าปลงใจเชื่อเพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้

อย่าปลงใจเชื่อเพราะนับถือว่า ท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา

องฺ.ทุก. (ไทย) ๒๐/๖๖/๒๕๗.

ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ดร.แม่ชีกฤษณา สำหรับประเด็นคำถามดี ๆ เช่นนี้ เป็นการ สร้างภูมิคุ้มกันต่ออวิชชา, เสริมความเข้มแข็งทางความคิดและเพิ่มพูนแสงสว่างทางปัญญาให้กับคนในสังคมปัจจุบันได้เป็นอย่างดีครับ

สานุ มหัทธนาดุลย์, พ.ธ.ม. (มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย)

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี