เมื่อวานตอนบ่ายฉันมีโอกาสไปตลาดสดใกล้บ้าน    ต้องขับรถวนถึง ๒ รอบ  เพราะไม่มีที่จอดรถ   แต่เรื่องที่จะนำมาเล่าก็เกี่ยวกับปัญหาการจอดรถนี่แหละ   หากเราพบว่า "ห้ามจอดขวางประตู  ห้ามจอดขวางทางเข้า หรืออื่น ๆ แล้วแต่กรณีจำเป็น"  ทุกคนที่อ่านหนังสือไทยออก  ย่อมเคารพต่อกฏเกณฑ์อยู่แล้ว 

 

          เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่หน้าร้านกาแฟสด   ใกล้ทางเข้าตลาดสด  ซึ่งเป็นที่จอดรถยนต์  และฉันก็เคยจอดเสมอ   "วันนี้มีเก้าอี้สองตัวตั้งวางขวางไว้"  หมายความว่าไม่สามารถจอดได้   รอบแรกฉันขับผ่านไป   และแวะมาหาที่จอดอีกรอบ  ยังเหมือนเดิม   

 

        "แบบนี้ก็มีหรือ"  หรือว่าร้านกาแฟเช่าที่จอดรถหน้าร้านของตนเองด้วย     จึงลองโทรศัพท์ไปถามสารวัตรจราจรดูบ้าง  เพื่อความเข้าใจอันดีในสิทธิของคนใช้รถใช้ถนนคนหนึ่ง 

 

         ฉันได้ขับรถวนเข้าไปจอดในสถานที่ส่วนบุคคลพบป้าย "ค่าจอดรถยนต์ ๑๕ บาท  มอร์เตอร์ไซค์ ๕ บาท  ตั้งแต่เวลา ๗.๐๐ น.ถึง๑๗.๐๐ น."  ฉันนั่งคิดอยู่ในรถว่าแค่จะเข้าไปซื้อของไม่เกิน ๑๐ นาที   แล้วสาวน้อยผู้เป็นเจ้าของสถานที่ก็วิ่งมาเก็บตังค์   "พี่คะ ๑๕   บาทค่ะ

 

        เพื่อความยุติธรรมและรักษาคุณภาพของกระเป๋าแบน ๆ ของฉัน  จึงตัดสินใจถามดูว่า   "น้องคะรถคันนี้จะจอดไม่เกิน ๑๐ หรือ ๒๐ นาทีค่ะ  ต้องจ่าย ๑๕ บาทหรือเปล่าคะ"  เด็กสาวทำท่าอึดอัดเล็กน้อยแล้วบอกว่า  "ขอแค่  ๕ บาทค่ะ

 

         ฉันทำเป็นอวดรวยขึ้นมาบ้าง    ตัดใจหยิบเหรียญ  ๑๐  บาทส่งให้สาวน้อย  และบอกว่า  "ให้ ๑๐ บาทเลยค่ะ

 

          ขณะที่จ่ายค่าจอดรถแล้ว    และเดินกำลังเข้าไปในตลาดสด   สารวัตรจราจรได้ทำหน้าที่บริการประชาชนทุกระดับประทับใจ   โดยโทรศัพท์เข้ามาบอกว่า "ให้ไปจอดได้เลยดูแลให้แล้วหละ

 

         นอกจากการตอบขอบคุณแล้ว   และทำให้เข้าใจว่า "ไม่มีใครมีอภิสิทธิ์ในที่สาธารณะหรือท้องถนน"   แม้ว่าฉันไม่ได้รับสิทธิ์นี้   และต้องเสียเงินค่าจอดไปอย่างน่าเสียดาย  ไม่สมเหตุสมผล  แต่ฉันก็คิดว่าผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น ๆ จะไม่ถูกกันที่แบบเอารัดเอาเปรียบจากขยะสังคมอีกต่อไป   

 

         ฉันซื้อของในเวลา ๑๐  นาทีจริง ๆ   จึงรีบกลับมาที่รถและเข้าไปนั่งในรถแล้ว   มีผู้มาเคาะกระจก   มองดูเป็นสาวน้อยคนเดิม  คิดว่าจะมาบริการถอยรถให้  หรือจะมาเก็บตังค์เพิ่ม  คาดคะเนผิด   ที่จริงเธอมาแสดงน้ำใจและมอบความยุติธรรมให้พร้อมกับบอกว่า "หนูมาคืนตังค์ ๕ บาทค่ะ  คุณแม่บอกว่าคันนี้คิดแค่ ๕ บาทเหมือนเดิม"  

 

       นึกถึงความสมเหตุสมผลก็น่าเกินคุ้ม  ถ้าไม่เสียตังค์ ๕ บาท  เป็นค่าจอดรถ  ฉันก็อาจเสียวิชา  และไม่ได้ทำหน้าที่ของการเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องการเอารัดเอาเปรียบของคนบางประเภทในสังคม  

 

        ฉันขับรถวนกลับมาหน้าร้านกาแฟเหมือนเดิม  เพราะอย่างไรก็ย้อนศรไม่ได้อยู่แล้ว   ได้เห็นรถคันอื่นจอดแทนเก้าอี้สองตัว  เพราะได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่จราจรนั่นเอง   

 

        ความจริงเป็นเรื่องเล็กน้อย  หากมองข้ามมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่   การที่จะจัดการเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่  ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และดุลยพินิจ  ดีกว่าเก็บอารมณ์เสียมาบ่นว่า  แต่ไม่สามารถช่วยอะไรกันได้เลย