“ในมหาวิทยาลัย
มีวิชาที่ท่านเรียนได้ทุกอย่าง
ยกเว้นอย่างเดียวคือเรื่องของชีวิต
ซึ่งจะต้องเรียนเอาเองจากความทุกข์ของตนเอง”
“ท่านเคยเห็นไหม?
ความงามของท้องฟ้าอัศดง
มันเป็นความงามที่ไม่ต้องซื้อหา
และคนตาบอดอยากเห็นกันมาก
แต่คนตาดีมักไม่ค่อยมีเวลาดู”
“พยายามดับความโกรธ
ลิดรอนความโลภออกไปทีละน้อย
หัดมองโลกในแง่ดี เพียงสามข้อเท่านั้น
ถ้าทำได้ ความสุขใจจะเป็นของท่าน”
“ความคิดเป็นใหญ่
ถ้าความคิดของท่านแจ่มใสและถูกต้อง
ชีวิตของท่านก็จะแจ่มใสและเป็นสุข”
จากหนังสือ “สายลมแสงแดด” โดย อ.วิลาศ มณีวัต
คุณบอนครับ ผมว่าชีวิตในมหาวิทยาลัยบางครั้งก็เป็นชีวิตที่เรียบง่าย แต่บางครั้งก็เป็นชีวิตที่ยุ่งเหยิงมากสำหรับวิชาที่อาจารย์ไม่ค่อยสอนในมหาวิทยาลัย คือวิชาแห่งความรัก แต่ในชีวิตความเป็นจริงของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแล้ววิชานี้มีความสำคัญกับนักศึกษามาก บางครั้งวิชาความรักนี้หากจัดตารางเรียนไม่ลงตัว ก็เป็นสาเหตุให้การเรียนในวิชาต่างๆ ที่หลักสูตรจัดให้ เรียนไม่รู้เรื่อง หรือหนีเรียนก็มี บางคนถึงกับจบก่อนหลักสูตรกำหนดก็มีนะครับ
"สายลมและแสงแดดอันแผดเผา
เปรียบเหมือนตัวเราตัวเขานั่น
อาจจะคิดและฝันอาจจะเป็น
เฉกเช่นตัวเราและเขาเอย"
(คิดและพิจารณาจากสิ่งที่เราเห็นแล้วร้อยเรียงเรื่องราวจากอดีต ปัจจุบันและอนาคตว่า เราจะทำสิ่งไหนก่อนหน้าหลัง......ความสุขที่ยิ่งใหญ่ คือเป็นผู้ให้ตลอดกาล.." )
น.เมืองสรวง
10/08/06
14.41 pm.
ถึงบางพูด พูดดีเป็นศรีปาก
ถึงบางอยาก อยากรู้ครูเท่านั้น
ถึงบางซ่อน ซ่อนคนที่สำคัญ
ถึงบางอ้อ แล้วฉัน...ใครคือครู
ขอฝากเนื้อฝากตัวแด่ครู แม้วันนี้ศิษย์
จะมาช้า ตะลุยผ่านข้ามกาลเวลามาหาครูไม่ทัน
ลมหายใจสุดท้าย หมึกหยาดสุดท้าย หนังสือเล่มสุดท้าย
และอักษรตัวสุดท้ายที่ครูจรดปลายปากกาฝากเอาไว้ในบรรณพิภพนั้น
มีคุณค่าอนันต์ ต่อวงวรรณกรรมไทย
เรวตะ ศิษย์ที่เพิ่งพบครู