การประเมินการไม่ค่อยชอบ ใจในการบริการงานผู้ป่วย มีคำแนะนำสำหรับผู้ให้บริการที่จะต้องสังเกตและมีการบันทึกเพื่อส่งต่อบริการกัน

เรื่องของสกอร์ความไม่พอใจ ก็น่าจะทำเป็น ด่า1 ด่า2  ด่า3 ด่า4  เมื่อมีการส่งต่องานบริการแก่กัน ก็ทำให้อีกคนที่ต้องให้บริการในผลัดต่อไป เขาก็จะตระหนักแล้วว่า ผู้ป่วยรายนี้นะไม่พอใจระดับที่1 และเจ้านี้ไม่พอใจระดับที่3 เมื่อเขารู้อย่างนี้แล้วเขาก็จะระวังและปรับการให้บริการ จัดลำดับความเอาใจใส่ให้สอดคล้องได้

แนวคิดอย่างนี้ก็น่าจะดีมากนะ โดยทั่วไปเขาใช้เน้นย้ำสำหรับงานบริการของเอกชนที่ ภาพของลูกค้าคือพระเจ้านั้นชัดเจน

เราเองก็จะได้เห็นภาพของการบริการที่แตกต่างกันอย่างมากมายจากการเปรียบเทียบตรงนี้

โดยที่ไม่ได้มองความจริงเลยว่า เอกชนน่ะทุกอย่างผู้ป่วยจะต้องรับภาระทุกอย่าง

ส่วนงานของรัฐนั้นเป็นสวัสดิการที่ไม่สอดรับไปกับความเป็นจริง หลายอย่างมันก็มีจุดต่อ มีกระเดิดกันบ้าง แต่เจ้าความไม่พอใจนี่เป็นสิ่งสำคัญทั้งของภาครัฐและเอกชน ก็ทำให้เรื่องราวเหล่านี้ต้องตระหนักและ รพ.เกือบทุกแห่งต้องมีแนวทางการพัฒนากันอย่างต่อเนื่อง

ในการให้บริการของภาครัฐ หลายที่ก็มีการอบรม ฝึกซ้อมการรับมือกับเจ้าความเสี่ยงด้านอารมณ์ของผู้รับบริการโดยใช้สถานการณ์สมมุติ ก็ช่วยได้เยอะ

และ จัดให้มีเจ้าระบบที่จะต้องเกื้อหนุนต่อความพึงพอใจ ลดความเสี่ยงด้านอารมณ์

 เมื่อวานอาจารย์หมอชำนาญท่านได้เล่าให้ฟังกัน.. ก็เป็นการฟังอีกครั้งสำหรับการให้บริการที่ดี

การทำตัวให้พร้อมสำหรับการให้บริการ หลายๆ อย่าง หลายๆ ประเด็นที่ประทับใจ เช่น

การทะเลาะเบาะแว้งระหว่างคู่สามีภรรยานี่เราก็ต้องระวังนะ , การเป็นลมในห้องน้ำก็ใช่ , อะไรที่ไม่ได้เขียนถือว่าไม่ได้ทำ และท่านควรจะเพิ่มเติมเรื่องแผนในอนาคต ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง แผน1 แผน 2.., การสร้างตัวแทนผู้ป่วย เซคกันโอพีเนียนนี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ตัวแทนคนนี้คือเป็นตัวกลาง เรียกให้ดูดีคือ ผู้จัดการผู้ป่วยรายกรณี ,การให้เขากลับบ้านอย่าให้มีอะไรค้างคาใจนะ , การระบายออกของ จนท.อย่างไม่ตั้งใจก็ต้องระวัง , บุคลิกที่เป็นสายล่อฟ้าก็ต้องระวัง  , การสอน อบรม ยิ่งเรื่องจริยธรรมนี่ คนเก่งจะไม่ชอบอย่างมาก เขาชอบจะใช้วิธีการเรียนรู้จากการสังเกต เป็นต้น

ผู้ที่แวดระแวงตลอดเวลาเท่านั้นจึงจะอยู่รอด เป็นคำพูดอมตะของแอนดรู โกรฟ

สอนให้แวดระแวงไว้นะ คนไข้ที่เราแฮนเดิลอยู่เนี่ย ถ้าให้กลับบ้านแล้วบอกว่าไม่เป็นไรหรอกนี่น่ากลัวนะ  เราต้องมีเงื่อนไขไว้นะ ถ้าเป็นอย่างนี้ต้อง.. ถ้าอย่างนั้นต้อง..

อย่างเช่น ขณะนี้อาการเป็นอย่างนี้นะ ถ้าเป็นอย่างนั้นให้มาเลยนะ..

ก็นำมาเล่าสู่กันฟังนะครับ