ขยะเป็นทอง
รักษาสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนขยะให้เป็นทอง
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
เมื่อพูดถึงคำว่า “ ขยะ ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนไม่คอยชอบกันและถูกมองในทางลบ เพราะถ้าพื้นที่ไหนมีขยะมากๆ พื้นที่นั้นมักจะมีปัญหามากตามมา ดังเช่น ขยะ เป็นปัญหาใหญ่อันดับหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร จากข้อมูลมีปริมาณขยะสูงถึง 8.5 พันตันต่อวัน หากคิดเฉลี่ยเป็นรายบุคคลแล้ว 1 คนจะก่อให้เกิดขยะในปริมาณ 0.8 - 1 กิโลกรัมต่อวัน
จึงเป็นภาระหนักของ กทม. ในการกำจัดขยะเหล่านั้น ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นมากมายนี่เองส่งผลให้มีขยะตกค้างเป็นจำนวนมากในแต่ละวันส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสภาพความเป็นอยู่ในสังคมมากมาย ได้แก่
- บ้านเมืองสกปรกไม่น่ามอง เสียทัศนียภาพ ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน
- เป็นแหล่งเพราะพันธุ์สัตว์และพาหนะนำโรคต่าง ๆ เช่น หนู แมลงสาบ แมลงวัน ทั้งยังเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคโดยตรง เช่น อหิวาตกโรค อุจจาระร่วง บิด โรคผิวหนัง บาดทะยัก โรคทางเดินหายใจ เป็น
- ทำให้เกิดการปนเปื้อนของสารพิษ เช่น ตะกั่ว ปรอท ลงสู่พื้นดิน และแหล่งน้ำ - ทำให้แหล่งน้ำเน่าเสีย - ท่อระบายน้ำอุดตัน อันเป็นสาเหตุของปัญหาน้ำท่วม - เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ เช่น ฝุ่นละออง เขม่า ควัน จากการเผาขยะ และเกิด ก๊าชมีเทนจากการฝังกลบขยะ
- ขยะบางชนิดไม่ย่อยสลาย และกำจัดได้ยาก เช่น โฟม พลาสติก ทำให้ตกค้างสู่สิ่งแวดล้อม ( ข้อมูล จาก http://www.bu.ac.th/hotnews/iso/isomain3.html) แต่ในดีมีเสีย ในเสียมีดี
ถ้าเรารู้จักเปลี่ยนขยะมาเป็นรายได้ ก็จะทำให้พื้นที่นั้น ชุมชนนั้น มีสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ดังจะเห็นได้จากหลายหน่วยงานในปัจจุบันที่แปรเปลี่ยนขยะมาเป็นทองหรือรายได้ บางแห่งตั้งเป็นธนาคารขยะ บางแห่งตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้การกำจัดขยะ ฯลฯ การคัดแยกขยะก่อนทิ้ง การรีไซเคิลขยะ ถ้าทำกันอย่างจริงจังแล้ว
เราสามารถสร้างรายได้อย่างมหาศาลเลยที่เดียว เช่น พลาสติก ขวดแก้ว กระป๋องเครื่องดื่ม เศษเหล็ก เศษสังกะสี เศษกระดาษ เศษแก้ว ฯลฯ จนบางแห่งสามารถทำเป็นรูปธุรกิจ แล้วขายแฟรนไชส์ได้อีกด้วย ดังเช่น แฟรนไชส์ วงษ์พาณิชย์ ส่วนที่เหลือ ยังสามารถทำเป็นปุ๋ยหมักจากขยะอินทรีย์อีกด้วย
ดังจะเห็นได้จากข้อมูล นายเกษม ทองปาน รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมพัฒนาที่ดินจัดกิจกรรมรณรงค์การจัดการวัสดุเหลือใช้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีในโครงการแปลงขยะเป็นทอง ด้วยการนำขยะหรือเศษอาหาร วัสดุเหลือใช้ในครัวเรือนและภาคเกษตรมาแปรรูปเป็นปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ สารบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็น
โดยนำร่องใน 4 จังหวัด คือ เชียงใหม่ อุบลราชธานี กรุงเทพฯ และปริมณฑล ( นสพ.แนวหน้า 6 มิย.51) และที่สำคัญ ขยะยังเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าได้อีกด้วย จากการที่บริษัท Biffa ประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งอยู่ในเครือของบริษัทอังกฤษ ได้ทดลองผลิตกระแสไฟฟ้าจากก๊าซที่เกิดจากการย่อยสลายของขยะได้สำเร็จ
นี่คือประโยชน์ของ ขยะ สิ่งปฏิกูล ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการของใครๆ และทุกคนรังเกียจมัน กำลังเป็นปัญหาก่อความเดือดร้อนให้กับชาวกรุงเทพ และชาวเมืองอุตสาหกรรมในขณะนี้ แต่ถ้าเรานำไปใช้ให้ถูกทางมันก็จะกลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง
I agree with making "use of rubbish".
But should it not be to "reduce the volume of existing rubbish"?
There is a lot wrong with "making more and more new rubbish". We cannot keep on cleaning after the rubbish makers. we have to stop them making more rubbish.
We all know we are paying for rubbish. We are paying to clean rubbish. We are paying to keep healthy -- from rubbish!
thank