รายงานการใช้แบบฝึกทักษะเรื่องการพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและ การเขียนคำที่สะกดไม่ตรงตามมาตรา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
ผู้รายงาน นางกุหลาบ เปลรินทร์
ครูชำนาญการ โรงเรียนบ้านง่อนหนองพะเนาว์ มิตรภาพที่ 126
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2
อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ปีที่ศึกษา 2553
บทคัดย่อ
การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่สะกดไม่ตรงตามมาตรา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
โรงเรียนบ้านง่อนหนองพะเนาว์ มิตรภาพที่ 126 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80 /80 และเพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผล ของแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่สะกดไม่ตรงตามมาตรา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2ให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่สะกดไม่ตรงตามมาตรา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านง่อนหนองพะเนาว์มิตรภาพที่ 126 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2
2.2 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1โรงเรียนบ้านง่อนหนองพะเนาว์มิตรภาพที่ 126 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 รวม 24 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling ) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย 1) แบบฝึกทักษะเรื่องการพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่สะกดไม่ตรงตามมาตรา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีค่าความเที่ยงตรง ระหว่าง 0.80 ถึง 1.00 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีค่าความยาก ระหว่าง 0.23 – 0.70 ค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.25 – 0.75 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.9348 และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนมีค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.54 ถึง 0.89 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.8541 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความเที่ยงตรง ค่าความยาก ค่าอำนาจจำแนก ค่าความเชื่อมั่น ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( S.D.) และทดสอบที t – test แบบ Dependent และหาค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะ
ผลของการศึกษา พบว่า
1. แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่สะกดไม่ตรงตามมาตรา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพ 85.42 / 83.89 ซึ่งสูงกว่า เกณฑ์ที่กำหนด 80/80
2. ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะเรื่องการพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่สะกดไม่ตรงตามมาตรา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีค่าเท่ากับ 0.6601 หมายความว่า ผู้นักเรียนได้รับการพัฒนาเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 66.01
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่สะกดไม่ตรงตามมาตรา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะ เรื่อง การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่สะกดไม่ตรงตามมาตรา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก
เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากค่ะ ว่าง ๆ จะขอรบกวนศึกษารายละเอียดด้วยนะคะ
อยากเห็นรูปเล่มจังเลยค่ะ คงจะน่าอ่านนะคะ
กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้พอดีเลยค่ะ
น่าสนใจมาก
แบบฝึกเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นสื่อที่เหมาะสำหรับครูระดับประถม
อยากเห็นชุดฝึกบ้าง จะทำยังไงจึงจะได้เป็นตัวอย่างนะ
อยากได้ตัวอย่างแบบฝึกมาใช้เป็นสื่อในการเรียนการสอนติดต่ดได้ที่ไหนค่ะ
อยากดูรายละเอียดแบบฝึกค่ะ เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก
เป็นแบบฝึกที่น่าสนใจและควรนำไปใช้กับสาระอื่น ๆได้อีก
แบบฝึกเป็นนวัตกรรมที่ดี สามารถนำมาปรับปรุงใช้ได้ทุกสาระ น่าสนับสนุนครูที่ยังไม่ทำให้นำมาใช้ในห้องเรียนมากๆ
ท่านใด มีปัญหากับเด็กเรื่องการสอนอ่านการเขียนไม่ได้ แบบฝึกสามารถแก้ปัญหาได้ เห็นด้วยกับครูกุหลาบที่นำมาแก้ปัญหาได้ผลจริง ๆค่ะ
เห็นด้วยกับการนำแบบฝึกมาใช้ในการเรียนการสอน และน่าสนับสนุนมากค่ะให้ครูเราทุกคนนำวิธีการนี้มาใช้ในการแก้ปัญหาในห้องเรียนได้ดีมาก
เป็นเรื่องกำลังศึกษาอยู่ และจะนำข้อมูลที่ได้ไปใช้อ้างอิง ในผลงานนะค่ะ
อยากได้แบบฝึกมาทดลองใช้ที่โรงเรียนบ้างค่ะ
แบบฝึกเป็นสื่อที่ครูระดับประถมทุกคนควรมีไว้ เพราะช่วยในการสอนแทนเราได้มาก
เป็นครูใหม่กำลังสนใจเรื่องการทำแบบฝึกพอดีเลย จะขอรายละเอียดการทำแบบฝึกบ้างนะครับ
แบบฝึกเป็นสื่อที่ดี เป็นที่น่าสนใจ ของหลาย ๆท่าน ถ้าเรามีความตั้งใจ เราก็จะได้ผลงานเป็นที่น่าพอใจ และจะเป็นกำลังใจในผลงานคครั้งต่อไปนะคะ
ขอชื่นชมในความตั้งใจในการพัฒนาวิชาชีพ และผลงาน ที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ และขำเป็นกำลังใจในการทำผลงานครั้งต่อไปนะครับ
เป็นผลงานที่น่าชื่นชมมาก ถ้าว่างจะไปขอแบบฝึกมาใช้ที่ห้องเรียนบ้าง
การทำงานที่มีความอดทนและออกผลช้า แต่ผลงานที่ออกมาเป็นที่น่าภูมิใจ ดีใจด้วยขอช่ีนชมในผลงานคะนะ ขอเป็นกำลังใจในผลงานชิ้นต่อไปเช่นกัน
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีการใช้สื่อการเรียนการสอน ที่เป็นรูปธรรม นักเรียนได้ลงมือปฏิบัตจริงในการทำงาน เป็นการแก้ปัญหาเด็กที่ได้ผลดี และเป็นน่าพอใจ