“เห็ดโคนญี่ปุ่น” เป็นชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งของเห็ดยานางิ เป็นเห็ดที่มีรสชาติดี อร่อย บางคนบอกว่ามีกลิ่นหอมเหมือนเห็ดโคน ชอบอากาศเย็นในการออกดอก

              “เห็ดยานางิเพาะในอีสานได้จริงหรือ

      

   

                   เห็ดโคนญี่ปุ่น (Pholiota cylindracea)  เป็นชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งของเห็ดยานางิ เป็นเห็ดที่มีรสชาติดี อร่อย บางคนบอกว่ามีกลิ่นหอมเหมือนเห็ดโคน ชอบอากาศเย็นในการออกดอก  และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีเกษตรกรจากบ้านนาเมือง ตำบลกุดปลาดุก อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ ได้โทรมาถามผมว่าเขามีความสนใจที่อยากจะเพาะเห็ดยานางิ จะมีความเป็นไปได้ไหม ผมจึงได้ลงไปพบกับคุณวาสนา ลิลา  นักเพาะเห็ดมือหนึ่งของคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

<div style="text-align: center"></div><p>    เพาะได้และถูกกว่า   ในการเพาะเห็ดยานางินั้น สามารถเพาะได้ในเขตพื้นที่อีสานได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญคือใช้วัสดุที่ถูกกว่า กล่าวคือวัสดุที่นำมาเพาะเห็ดยานางินั้นที่นี่เขาใช้ฟางข้าวเป็นวัสดุเพาะ ซึ่งเป็นวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นอยู่แล้ว โดยเกษตรกรสามารถนำฟางข้าวมาบดสับ ผสมอาหารเสริม แล้วบรรจุในถุงพลาสติกเหมือนกันกับการเพาะเห็ดนางฟ้า นางรม ทุกประการ ซึ่งที่ผ่านมาการให้ผลผลิตออกดอกได้ดีกว่าขี้เลื่อยไม้ยางพารา ที่มีต้นทุนสูง ออกดอกดก น้ำหนักดอกดี และสามารถเพาะได้ตลอดทั้งปีเพียงแต่ว่าหากเป็นหน้าแล้งเราจะต้องรดน้ำไห้บ่อยขึ้น</p><p><div style="text-align: center"></div></p><p>                  ศักยภาพและการขยายผล จากคำถามดังกล่าวคงเป็นคำตอบที่ไร้ความกังวลใจสำหรับพี่น้องเกษตรกรจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งท่านสามารถเพาะเห็ดยานางิได้  แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องของการเพาะเห็ดนั้นที่ผ่านมาพี่น้องเกษตรกรเรามักจะพูดถึงแต่ขี้เลื่อยไม้ยางพาราที่นำมาใช้ในการเพาะเห็ดจนกระทั่งทำให้ไม้ยางพาราขาดตลาด และมีราคาสูงขึ้น ผนวกกับราคาน้ำมันแพงจึงทำให้ราคาขี้เลื่อยสูงขึ้นจากเดิมเกือบเท่าตัว ดังนั้นเราจะมีกระบวนการอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเห็ดได้หันมามองศักยภาพของวัสดุเพาะอื่นๆ ที่มีอยู่อย่างมากมายในท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นฟางข้าวก็ดี ขี้เลื่อยไม้ชนิดอื่นๆ ที่มีในท้องถิ่นก็ดี ซึ่งจะทำให้เราสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ อีกทั้งไม่ต้องพึ่งพิงปัจจัยภายนอกที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นหากเรากลับมาเพาะเห็ดโดยใช้วัสดุที่มีในท้องถิ่นของเรา เราก็จะมีความมั่นยืนในอาชีพตลอดไป</p><p>ขอบคุณครับ</p><p>อุทัย   อันพิมพ์</p><p>8 ส.ค.49</p>