ก๋วยเตี๋ยวข้างทาง รอยต่อจังหวัดหนองคายกับจังหวัดน้องใหม่บึงกาฬ ทำให้ได้รับทราบเรื่องราวแห่งวีรกรรมของ..ยายบาง..

ก๋วยเตี๋ยวข้างทาง รอยต่อจังหวัดหนองคายกับจังหวัดน้องใหม่บึงกาฬ ทำให้ได้รับทราบเรื่องราวแห่งวีรกรรมของ..ยายบาง..

................

           ด้วยความหิว  เราพาน้องฝุ่นจอดรถเดินเข้าร้านก๋วยเตี๋ยว ผ่านคุณยายร่างเล็กที่นั่งโต๊ะด้านหน้าเข้าไปเลือกนั่งโต๊ะด้านใน พร้อมชำเลืองดูแขนของคุณยายที่เข้าเฝือกห้อยคออยู่..

            คงเป็นการเสียมารยาทอย่างมากที่จะถามคนแปลกหน้าว่าแขนโดนอะไรมาถึงต้องเข้าเฝือก

            แต่ด้วยท่าทางเอร็ดอร่อยด้วยมือข้างเดียวของคุณยาย ประกอบกับการทักทายเด็ก ๆ ที่มาทานก๋วยเตี๋ยวโต๊ะนั้นที โต๊ะนี้ที พร้อมกับประโยคที่ว่า..

ขนาดสั่งพิเศษ ยังแทบจะเคี้ยวชามก๋วยเตี๋ยวลงไปด้วย เพราะอร่อยมาก..

ทำให้กำแพงกันที่ชื่อ..คนแปลกหน้าลดน้อยลง..

แขนคุณยายโดนอะไรหรือครับ.. ผมถามประโยคนี้ออกไปในที่สุด แล้วกลั้นใจฟังคำตอบ..

ยายล้มเอง... คุณยายตอบแบบไม่ได้ลดความครึกครื้นของอารมณ์ลง ทำให้ผมสบายใจขึ้น เพราะเกรงว่าบาดแผลที่เห็นจะเป็นมากกว่าบาดแผลภายนอก...แสดงว่าไม่ใช่..

ยายไปเลี้ยงวัว กำลังไล่วัวกลับคอก ตอนโพล้เพล้ สลัว ๆ ยายเดินไปเหยียบกาบมะพร้าวอ่อนที่คนกินแล้วทิ้งไว้ริมหนอง ล้มลงกระแทกหินแข็ง ๆ แขนยายแตก หัก 2 ที่ ต้องผ่าตัด 3 รอบแล้ว รอบแรกกระดูกไม่เข้าที่ ปวดมาก ตอนนี้เข้าที่แล้ว ดีหน่อย.. เสียงคุณยายยังเจื้อยแจ้ว

 ตอนนั้นยายใช้แขนค้ำ แขนยายหัก ปวดมาก บวมเป่ง ซี่โครงก็กระแทกหินก้อนใหญ่ด้วย จุกจนลุกไม่ขึ้น...วัวจ่าฝูงเดินกลับมาเลียใบหน้ายาย..ร้องมอ ๆ พยายามใช้จมูกดันยายให้ลุกขึ้น..แต่ยายก็ลุกไม่ไหว..

คุณยายเล่าเหตุการณ์อย่างน่าตื่นเต้น คนในร้านทานก๋วยเตี๋ยวไป ฟังไปอย่างลุ้นระทึก..

วัวตัวอื่น ๆ ก็ล้อมวงเข้ามารอบ ๆ ตัวยายนะ  ...ตอนที่ยายลื่นกาบมะพร้าว ล้มฟาดลง ร้องโอ้ย..คงร้องดังมาก..เพราะวัวทุกตัวหันหน้ากลับมาดูยายหมดเลยนะ.. แล้วก็พากันเดินย้อนกลับมาล้อมรอบยายไว้ ตัวจ่าฝูงที่เป็นแม่ใหญ่นะ มาเลียผมยาย จนผมขาด ต้องใช้มือที่ไม่เจ็บดันหน้ามันออก บอกว่า ยายลุกไม่ไหว มันก็ร้อง มอ ๆ เอาจมูกมาดันหลังยาย เหมือนจะดันยายให้ลุกขึ้น..

คุณยายหยุดหายใจ คนฟังก็ได้โอกาสผ่อนลมหายใจตามไปด้วย

วัวแม่ใหญ่นี่ เคยพาตา..แฟนยาย ร้องไห้มาแล้วนะ..ยายกะตารักมาก วัว 7 ตัว เคยขายไปแล้ว 2 ตัว แต่ก็ต้องตามไปไถ่กลับคืนมา...เพราะสงสารมัน...ยิ่งยายกะตาไม่มีลูก ก็เลยรักวัวเหมือนลูกไปแล้ว..

คุณยายเริ่มแตกแขนงเรื่อง...

ครั้งก่อนตากลับจากเลี้ยงวัว บอกว่า ยายบาง วัวแม่ใหญ่พาแกร้องไห้ เมื่อได้ยินธรณีกรรแสง ในงานศพท้ายบ้าน ตอนแรกยายก็ไม่ฟัง...พอยายไปเลี้ยงเอง ตาไปงานศพ พอเขาเปิดธรณีกรรแสง ยายบางก็เดินขึ้นมาจากขอบหนองน้ำไปยืนบนเนินดิน หันหน้าไปทางเสียงเพลง แล้วน้ำตาก็ไหลพราก ยายต้องคอยเช็ดน้ำตาให้มัน พอเพลงเงียบลง ยายบางก็ยืนซึมอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนกลับลงไปกินหญ้ากับฝูง...

พอยายล้มลง ร้องโอ้ย... วัวทั้งฝูงก็หันกลับมา ยายบางก็มาเลียหน้ายาย เอาจมูกดันหลังยาย อยากให้ยายลุก ยายก็บอกว่าลุกไม่ไหว ไม่ต้องดัน มันก็ร้อง มอ ๆ ไม่ยอมเดินไปไหน ตัวอื่น ๆ ก็ยืนล้อม ๆ อยู่..แขนยายก็บวมขึ้น ๆ ซี่โครงก็ปวดมากขึ้น ลุกไม่ไหว

คุณยายเล่าย้อนถึงเหตุการณ์อย่างตื่นเต้นอีกครั้ง

ดีที่คุณตาของหนู ๆ ผ่านไปช่วยยายไว้นะ เพราะยายล้มลงริมหนองน้ำ ตอนค่ำ ๆ ไม่มีใครอยู่แถวนั้นแล้ว..ไม่งั้นยายคงต้องนอนอยู่ริมหนองทั้งคืนคุณยายหันไปทางเด็ก ๆ โต๊ะข้าง ๆ ที่พึ่งเดินทางจากต่างจังหวัดมาเยี่ยมบ้าน

         ก๋วยเตี๋ยวหมดชาม ได้เวลาเดินทางต่อ พร้อมกับความรู้สึกประทับใจของ วีรกรรมของยายบาง..วัวแสนรู้...

ขอให้แขนคุณยายหายเจ็บเร็ว ๆ นะครับ...