ทฤษฎีตัวยู (U theory) เป็นทฤษฎีของ อ๊อตโต้ ชาร์มเมอร์
เป็นทฤษฎีว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภายในที่เกิดจากการ
ใคร่ครวญภายในจิตใจ โดยดูในไดอะแกรมที่ชาร์มเมอร์
ได้นำเสนอข้างล่างนี้
การอธิบายทฤษฎีตัวยู ก็คือ คนตามปกติมักจะคิดทำแบบเดิม ๆ
ตามภาษาของชาร์เมอร์ก็คือ Download หรือ copy ลักษณะ
เช่นนี้ก็คือทำไปตามอัตโนมัติ ยกตัวอย่างการศึกษาก็เช่นการท่องจำ
คำตอบสำเร็จรูป โดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสอนที่เร่งรัด
ระยะเวลา เพื่อจะยัดคำตอบลงไปเพื่อสอบ มีลักษณะเหมือน download
คือไม่มีความหมาย ไม่สำคัญ ไม่เข้าถึงแก่น มีลักษณะเป็นเส้นตรง
การศึกษา แผนการจัดการเรียนรู้ หลักสูตร ล้วนแต่เป็นการ download
เป็นการคิดและกระทำแบบเดิม ๆ แบบ copy ไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
การฟังก็จะเป็นการฟังแบบผ่าน ๆ อันนี้เป็นปกติทั่วไปของการออกแบบ
การเีรียนรู้ในทุกระดับ รับรู้ได้อย่างเป็นปกติ
ต่อมาการที่จะเิิกิดการเรียนรู้ใคร่ครวญ เพื่อเข้าสู่การศึกษาที่แท้นั้นจะต้อง
ห้อยแขวน (suspension) การห้อยแขวนนั้นก็คือการทำให้ช้าลง ฟังข้อมูล
รอบด้านมากขึ้น ยังไม่ตัดสินอะไร จากขั้นตอนนี้จะต้องเริ่มมีการเปิดจิต
รับฟังข้อมูล เปิดใจอ่านข้อมูล อันนี้เป็นขั้นตอนแรกที่ลงลึกเข้าไปในใจ
ต่อมาเมื่อห้อยแขวนข้อมูลเสร็จเรียบร้อย ก็สร้างการรับรู้ร่วม ชาร์มเมอร์ใช้คำว่า
co-seeing ตามภาษาก็น่าจะเป็นการสร้างปัญญาร่วม (collective wisdom)
การมีส่วนร่วมในการคิด การเห็นประเด็นต่าง ๆ นั้นร่วมกันอย่างมีแบบแผน
ในระยะนี้จะต้องเปิดหัวใจ(open heart)ซึ่งขั้นตอนนี้คือ ไดอะล็อกทั้งสองอย่าง
คือ เสียงจากภายใน และการรับฟัง รับข้อมูล ร่วมกันอย่างใคร่ครวญ ไม่ตัดสิน
ขั้นตอนนี้การเรียนรู้เริ่มช้าลงเรื่อย ๆ
จากนั้นก็จะเข้าไปสู่ ก้นของตัวยู ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุดก็คือ การใคร่ครวญ
เรื่องของคุณค่า จากนั้นก็ทุกสิ่งก็ตกผลึก และนำไปสู่การเขียนโลกใบใหม่
ออกแบบชีวิตใหม่ ออกไปปลายด้านของตัวยู การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง
ก็จะเกิดขึ้น (Transformer)
การออกแบบกระบวนการเรียนรู้ตามแนวนี้ เป็นการออกแบบที่แตกต่างกับ
กระบวนการเรียนรู้ทั่ว ๆ ไป โดยสำคัญที่การใคร่ครวญด้วยใจ การเปลี่ยนแปลง
อะไรก็ไม่สำคัญเท่าการเปลี่ยนแปลงที่ใจ อุปสรรคแห่งการเปลี่ยนแปลง
ทั้งหลายก็เกี่ยวเนื่องกับใจ
อยากเห็นตัวอย่างการนำแนวคิดไปปฏิบัติค่ะ
ถ้าได้ตกผลึกแบบนี้ น่าจะทำให้นักเรียนจดจำได้มากกว่าเดิมนะคะ
น่าสนใจค่ะ