สามวันครึ่ง ที่ได้อบรมจิตปัญญาห้องเรียนขอบฟ้ากว้าง
ในวันแรก ๆ จะได้วิเคราะห์ตนเอง และเห็นความแตกต่าง
ของบุคคลอื่น ๆ และการสร้างสมดุลให้กับชีวิตตัวเอง

กิจกรรมผู้นำสี่ทิศ เ้น้นการวิเคราะห์ใคร่ครวญตนเองว่า
มีคุณสมบัติอย่างไร มีศักยภาพไปในทางใด โดยมีแนวดังนี้

ผู้นำแบบที่หนึ่ง ใช้สัญญะ คือ กระทิง ธาตุไฟ ทิศเหนือ
คุณสมบัติของกระทิง คือ การต่อสู้ ดุดัน การเร่งรัดเป้าหมาย
มีความตรงไปตรงมา ใจร้อน ใจเร็ว กล้าที่จะเผชิญกับภัยรอบด้าน
การเรียนรู้ของกระทิง คือฐานกาย ลงมือกระทำ

ผู้นำแบบที่สอง ใช้สัญญะ คือ หนู ธาตุน้ำ ทิศใต้
คุณสมบัติของหนู คือ หลบซ่อน ไม่กล้ากระทำ
ลักษณะนิสัย ขี้เกรงใจคนอื่น รักษาอารมณ์ความรู้สึกคน
ให้คนอื่นก่อน โอนอ่อนผ่อนตาม ยืดหยุ่น ผ่อนปรน

ผู้นำแบบที่สาม ใช้สัญญะ คือ หมี ธาตุดิน ทิศตะวันตก
คุณสมบัติของหมีคือ เหตุผล ตรรกกะ การใคร่ครวญ
การทำอะไรอย่างมีแบบแผน ใ้้ช้ข้อมูล ข้อเท็จจริง
มีหลักการ ระบบระเบียบ ความถูกตามแบบแผน

ผู้นำแบบที่สี่่ ใช้สัญญะ คือ อินทรีย์ ธาตุลม ทิศตะวันออก
คุณสมบัติของอินทรีย์ คือมองไกล คิดนอกกรอบ สร้างสรรค์
ไม่อยู่ในร่องรอย เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ คิดสร้างสรรค์ ชอบความใหม่ ๆ
ไม่ซ้ำกัน เปลี่ยนแปลงรวดเร็วได้อย่างลม

เมื่อได้ทราบข้อมูลทีละอย่่างใคร่ครวญแล้วมีธาตุน้ำ เป็นหนู
เป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อข้อมูลมาถึงผู้นำแบบที่สี่ ก็ต้องบอกว่า
ใช่เลย ลักษณะการคิดนอกกรอบ สร้างสรรค์ ชอบอะไรใหม่ ๆ
เป็นบุคลิกส่วนใหญ่ของเรา และมีหนูธาตุน้ำผสมอยู่ด้วย

คุณมนตรี ทองเพียร กระบวนกรเปิดเผยว่า ตนเองเป็นหนูธาตุน้ำ
แม้ว่าจะทำอะไรใหญ่ ๆ งานวิจัยชิ้นเยี่ยมที่ตนเองทำกับมือ
กลับไม่กล้าที่จะพรีเซนต์ ลักษณะชอบโอนอ่อนผ่อนตามและ
ยินยอม ไม่กล้าขัดแย้ง ส่วนคุณวิศิษฐ์ วังวิญญู คือกระทิงตัวพ่อ

สิ่งสำคัญที่สุด ของการสนทนาในวันนั้น คือ เราสามารถที่จะ
ฝึกฝืน ให้มีคุณสมบัติอื่น ๆ หรือเปลี่ยนธาตุไปตามสถานการณ์
ที่จะใช้ได้ ทำให้ผมกล้าที่จะเ็ป็นกระทิงมากขึ้น จากการกล้าพูด
กล้าเขียน และเิริ่มวางแผนอย่างหมี และยังคงคิดนอกกรอบ
และคิดสร้างสรรค์ เหมือนเดิม

แล้วคุณละ เป็นกระทิง เป็นหนู เป็นหมี เป็นอินทรีย์
และสามารถก้าวข้ามตัวตน ให้เป็นอย่างอื่นได้หรือไม่