อโหสิกรรม
โดยท.เลียงพิบูลย์
จากหนังสือกฎแห่งกรรม
ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว เล่ม ๒
คืนหนึ่งในเดือนมิถุนายน ๒๕๑๑ ข้าพเจ้ากำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องหนังสือ ในยามเงียบสงัดปราศจากเสียงรบกวนทำให้อารมณ์สงบ เด็กเข้ามาบอกว่า มีผู้ต้องการพูดด้วยทางโทรศัพท์ ข้าพเจ้าก็ต้องรีบวางงานออกจากห้องไปรับโทรศัพท์ กล่าวขอโทษที่มารับโทรศัพท์ช้าไป เพราะห้องที่ทำงานกับโทรศัพท์อยู่คนละแห่ง
เมื่อท่านผู้นั้นได้ทราบว่าข้าพเจ้าเป็นผู้พูด ก็แสดงความดีใจและกล่าวคำขอโทษที่รบกวนในยามค่ำคืนดึกดื่นเช่นนี้ บอกชื่อและที่อยู่ให้ทราบ แล้วท่านก็เริ่มระบายอารมณ์ที่ขุ่นมัวออกมา ทั้งโกรธแค้นเจ็บใจที่อัดไว้แน่นออกมาในเสียงทางโทรศัพท์ ข้าพเจ้าก็นิ่งฟังด้วยจิตสงบ ให้ความสนใจและเห็นใจ
เราพูดกันอยู่คนละฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเราไม่เห็นตัว ทำให้นึกเดากิริยาท่าทางของผู้พูด ซึ่งพูดออกมาเสียงขุ่นๆ ตอนหนึ่งว่า
“คุณเขียนแต่เรื่องพบคนดีทำไมไม่เขียนเรื่องพบคนชั่วบ้าง คิดว่าคุณไม่เคยพบคนชั่ว คุณเป็นคนโชคดีพบแต่คนดีแต่ผมโชคร้าย หนีไม่พ้นคนชั่ว มันน่าเจ็บใจเหลือเกินมนุษย์สมัยนี้บางคนมีร่างกายเป็นมนุษย์ แต่จิตใจมันโสมมยิ่งกว่าสัตว์ที่น่ารังเกียจเพราะหาความแน่นอนไม่ได้ มีแต่ความสับปรับ แม้แต่ภายนอกมันจะแสดงตัวเป็นสุภาพบุรุษกิริยาอ่อนน้อม และนั่งรถยนต์ราคาแพง แต่มันก็แฝงความชั่วไว้ภายในห่อหุ้มฉาบหน้าแสดงท่าเป็นสุภาพบุรุษไว้ภายนอก ผมได้พบมนุษย์ชนิดนี้มาแล้ว”
แต่แล้วข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียงดังกว่าปกติคล้ายอารมณ์เสียว่า “นี่คุณฟังอยู่หรือเปล่า”
ข้าพเจ้าสะดุ้งแล้วรีบตอบ “ผมกำลังฟังอยู่ด้วยความสนใจทุกคำ ทุกประโยค โปรดพูดต่อไปเถิดครับ ผมคอยฟังอยู่แล้ว”
เสียงหัวเราะในทางโทรศัพท์ว่า “ขอบคุณที่ได้สนใจฟังอย่างสงบ เผลอไปคิดว่าคุณไม่ได้ฟัง ขอโทษด้วย นึกว่าปล่อยให้ผมพูดอยู่คนเดียว เหตุที่ผมต้องโทรศัพท์มารบกวนในยามค่ำคืนนี้ ก็เพราะเหตุที่คุณเป็นผู้เขียนเรื่อง “พบคนดี" ในชุดกฎแห่งกรรม เมื่อได้อ่านแล้วทำให้จิตใจสบายซาบซึ้งถึงคุณธรรมสูงของท่านที่ประกอบกรรมทำดี เป็นผู้เสียสละมิได้เห็นแก่ตัว แม้จะเป็นคนในประเทศหรือนอกประเทศ รู้สึกมีชีวิตที่ราบรื่น โลกนี้น่าอยู่มีแต่ความสดชื่นสวยงาม อบอวลไปด้วยกลิ่นของคุณธรรมสูง ชื่อเสียงบริสุทธิ์เหมือนดอกไม้ที่สวยสดงดงามและกลิ่นหอม เป็นที่เคารพนับถือของคนที่รู้จักทั่วไป ผู้ใดประสบการณ์เข้าไปอยู่ในหมู่คนดีมีศีลธรรม ก็นับว่าเป็นโชคดีที่สุดในโลก มีความอบอุ่นด้วยคุณธรรม”
ผู้พูดหยุดระยะหนึ่งแล้ว พูดต่อไปว่า “ผมอยากทราบว่า ถ้าคุณพบคนชั่วที่แฝงอยู่ในร่างมนุษย์ คุณจะทำอย่างไร จะหาทางสั่งสอนมันด้วยเลือดให้สมกับความชั่วของมันไหม คุณจะเขียนเรื่องพบคนชั่วไหม”
ได้ฟังผู้พูดระบายความรู้สึกออกมาตามอารมณ์แล้ว ข้าพเจ้าก็หัวเราะพูดปลอบใจว่า “คนเราเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ในโลก หนีไม่พ้นที่จะต้องพบทั้งคนดีและคนชั่ว ผิดแต่ว่าเมื่อเราจะชักจูงให้การเห็นผิดเป็นชอบกลับมาเป็นผู้ที่เกิดมีศีลธรรม เห็นว่าตนหลงมัวเมากลับจิตใจได้หรือไม่ ถ้าไม่สามารถช่วยให้กลับตัวได้ เพราะสันดานชั่วติดแน่น เราก็แผ่ความสงสารให้มาก แล้วก็ทำจิตใจให้อยู่ใน “อุเบกขา” เพราะรู้ว่าเขาจะต้องรับเคราะห์กรรม ที่เขาก่อขึ้นตามสนองอย่างแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว
มีตัวอย่างมากมายที่ผู้ก่อกรรมชั่วขึ้นเอง เป็นต้นเหตุให้เคราะห์กรรมติดตามให้ผลภายหลัง ผมจึงไม่สมัครใจจะเขียนเรื่อง “พบคนชั่ว” เพราะยุคนี้มีผู้ทำชั่วกันมาก สำหรับผู้สร้างกรรมดีนั้นหาได้น้อยมาก เหมือนเพชรเป็นสิ่งที่หายากจึงมีค่าสูง สำหรับศึกษาเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะฉะนั้น ผมจึงต้องส่งเสริมคนสร้างกรรมดี เพราะจะทำให้ผู้เขียนและผู้อ่าน ผู้ฟัง มีจิตใจเบิกบานอิ่มเอิบสดชื่น ส่วนเรื่องคนชั่วนั้น อยู่ที่ไหนก็ทำให้คนดีเดือดร้อน และชื่อเสียงเหม็นที่นั่น เป็นที่รังเกียจของคนดีทั่วไป เมื่อฟังแล้วก็มีแต่ความเศร้า จิตใจหดหู่ มีแต่เรื่องฆ่า เรื่องปล้น เรื่องยิง เรื่องฟันกันตาย เรื่องหักหลังล้างแค้น ทำลายพระพุทธรูป เห็นจะไม่มียุคใดสมัยใดที่มนุษย์ชั่วจิตเหี้ยมโหดใจทมิฬ ตัดเศียรพระพุทธรูป มีข่าวประจำ ทำลายจิตใจชาวพุทธส่วนรวมทั้งประเทศ พากันสลดใจเศร้าหมอง กรรมหนักก็จะติดตามสนองมนุษย์ชั่วชาติในบั้นปลายของชีวิต
ทุกวันนี้มนุษย์ได้ประพฤติตนผิดศีล ๕ ข้อ ของพระพุทธศาสนา จึงเกิดฆ่าฟันทำลายชีวิต เพื่อล้างแค้นในการผิดลูกผิดเมียเป็นข่าวที่น่าเศร้าสลดใจ เพราะฉะนั้น ผมจึงไม่อยากเขียนเพราะเป็นดาบสองคม แทนที่จะเป็นตัวอย่าง กลับเอาแบบอย่างความชั่วไปใช้กันง่ายขึ้น
อย่าเข้าใจว่าผมพบแต่คนดี ไม่เคยพบคนชั่ว หากแต่พบคนชั่วน้อยเพราะผมไม่สนใจ เมื่อเราได้พบก็นึกว่าเป็นธรรมดา เพราะเราเป็นมนุษย์ปุถุชนยังวนเวียนอยู่ในโลก
แม้แต่พระอริยเจ้าหรือสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์เลิศด้วยบารมี ทรงเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อแสวงหาสัจธรรมหวังจะช่วยให้สัตว์โลกทั้งหลายให้พ้นทุกข์ให้พ้นจากความมัวเมาหลงเวียนว่ายตายเกิดไม่รู้จักจบสิ้นก่อนที่พระองค์จะทรงบรรลุเป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ก็ต้องผจญมารใจชั่วมุ่งหวังทำลายมิให้พระองค์สำเร็จพระบรมโพธิญาณไม่ยอมให้ช่วยสัตว์โลกให้พ้นจากความทุกข์ แต่เมื่อพระพุทธองค์ทรงประกาศพระศาสนาพระองค์ทรงพบกับคนชั่ว คือพวกเดียรถีย์
สมัยพุทธกาลมีลัทธิเอาชีวิตและเลือดเนื้อบูชายัญ ตรงกันข้ามศีลธรรมของพระพุทธองค์ เมื่อพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นแล้วพวกเดียรถีย์ก็อับแสง และเสื่อมจากลาภ ขาดผู้สักการะบูชาลง จึงมีจิตอิจฉาริษยาพยาบาท จึงออกอุบายให้นางจิญจมาณวิกาแสดงเป็นหญิงมีครรภ์เที่ยวประกาศตัวว่าตนได้ร่วมและมีครรภ์กับองค์พระศาสดาท่ามกลางฝูงชนที่มาคอยดับฟังพระองค์แสดงสัจธรรม แต่องค์พระตถาคตมิได้ทรงยินดียินร้าย ด้วยบารมีศีลบริสุทธิ์สะอาด ซึ่งพระองค์ได้สละเวียงวังสาวสนมนางใน และพระราชอำนาจออกแสวงหาสัจธรรม ได้ดับกิเลสตัณหาที่เป็นต้นเหตุแห่งกรรม จนบรรลุสัจธรรมเพื่อทรงสอนประชาชนให้พ้นทุกข์ ผลแห่งบารมีเกิดบันดาลให้คนชั่วคิดร้ายใส่ความในพระองค์ต้องรับกรรมชั่วที่เกิดขึ้นตามสนอง นางจิญจมาณวิกาก็ถูกแผ่นดินสูบเป็นกรรมตามสนอง
นี่ก็เห็นว่า ผู้ได้ประกอบกรรมชั่ว กรรมนั้นจะต้องตามสนองไม่ช้าก็เร็ว ฉะนั้น พระศาสดาจึงสอนเราอย่าประมาทให้เรามีสติรู้ตัวก่อน หากว่าความโกรธกำลังจะเกิดขึ้น มีเวลายับยั้งมีปัญญาพอจะรู้ได้ว่าความโกรธเป็นภัยที่ร้ายแรงแก่ผู้โกรธเองยิ่งโกรธมากเท่าใดก็ยิ่งเป็นโทษเป็นภัยมากเท่านั้น โดยโทษภัยนั้นจะติดตามมาภายหลังเรามีสติพอมีเวลาสามารถที่จะดับความโกรธลงได้ก่อนที่จะถึงจุดบ้าร้อนแรงเดือดพลุ่งขึ้นมาพอที่เผาผลาญอนาคตและชีวิตของตนเองได้”
เสียงหัวเราะมาทางโทรศัพท์และพูดว่า “ขอบใจที่ได้อธิบายอย่างยืดยาว เป็นสิ่งที่น่าคิดมาก คุณเคยปฏิบัติได้ผลมาหรือยัง และคุณได้หลักธรรมนี้มาจากไหน”
ข้าพเจ้าฟังแล้ว รู้สึกว่าท่านผู้นั้นค่อยมีอารมณ์ดีขึ้นมาก จึงบอกไปว่า “เรื่องเหล่านี้ผมได้ฟังมาจากพระภิกษุผู้ทรงความรู้และอาจารย์ต่างๆ ได้พูดทางกระจายเสียง มีทั้งเช้า เย็น กลางคืน และโทรทัศน์ และค้นคว้าตำรับตำราต่างๆ ที่ท่านผู้ทรงคุณเป็นปราชญ์ได้เขียนขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์แก่อนุชนรุ่นหลัง ได้ศึกษาและนำไปปฏิบัติ ที่ผมสนใจก็เพราะทุกวันนี้คนเราห่างไกลจากหลักธรรมะทางศาสนา ขาดศีลธรรม ขาดสติมีความประมาทเห็นแก่ตัว เบียดเบียนผู้อื่น คอยทำลายผู้อื่นเพื่อความสุขแก่ตัวเองและพวกพ้อง ไม่สนใจผู้อื่นจะได้รับความเดือดร้อน
ฉะนั้น มนุษย์ในยุคนี้จึงมีอารมณ์โกรธง่ายโมโหร้ายพยาบาทอาฆาต ความแค้น จองเวร สาเหตุเพียงเล็กน้อยก็ฆ่ากันตายเหมือนทำลายตัวเองและชีวิตในครอบครัวเป็นข่าวมากจนชินเป็นของธรรมดา เป็นคดีมากมาย เป็นเรื่องเศร้าใจ ครอบครัวใดมีคนชั่วปนอยู่ด้วยนับว่ามีทุกข์หนักเป็นเวรกรรม หากคนเรามีหลักศาสนธรรมเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ก็ทำให้มีสติอยู่ตลอดเวลา มีอารมณ์เย็น โกรธยาก โมโหยาก จะทำอะไรก็ใช้สติไตร่ตรองตัดสินใจก่อนทำ จึงมีคุณประโยชน์ มีโทษน้อยเพราะคิดหน้าคิดหลังดีแล้ว ทำสิ่งที่อยู่ในขอบเขตของศีลธรรมไม่เบียดเบียนตัวเอง ไม่เข้ากับตัวเอง
เมื่อผิดก็ยอมรับผิดด้วยหน้าชื่นตาบาน ถือเอาความผิดเป็นบทเรียน แก้ไขให้ดี ประพฤติให้ถูกศีลธรรม ไม่มีความลับทั้งภายในภายนอก จิตใจก็สบาย ชาติไทยจะมีพลเมืองอยู่กันด้วยความสงบสุขเหมือนครั้งปู่ย่า ตายายเพราะต่างก็มีศีลธรรมอยู่ในขอบเขต แม้บ้านเมืองยังไม่เจริญไม่มีเครื่องใช้บำรุงบำเรอความสะดวกสบายภายนอก ตึกรามสูงใหญ่สวยงามยังไม่ค่อยมีแต่คนสมัยนั้นก็มีความสงบสบายทางจิตใจ เพราะไม่เดือดร้อน ไม่วุ่นวายใจคอไม่โหดร้ายเหมือนทุกวันนี้
ก็เปรียบเทียบให้เห็น ระหว่างผู้ที่มีหลักธรรมปฏิบัติกับผู้ปฏิบัติไปตามอารมณ์ไม่มีขอบเขต ในปัจจุบันจะพบเห็นสิ่งแตกต่างกันมาก ทุกคนเกิดมาจะต้องพบกับมนุษย์ทุกชนิดไม่ว่าดีหรือชั่ว เพื่อความไม่ประมาทเราก็เตรียมจิตใจหาหลักธรรมคอยแก้ไขเอาความดีชนะความชั่ว ให้อภัย อโหสิกรรม ไม่พยาบาทจองเวรจองกรรมให้เหตุร้ายผ่านไปโดยไม่ยอมรับเอาความทุกข์ไว้ในความรู้สึกไม่อยู่ใต้อารมณ์ของความโกรธ ความเจ็บแค้น ความพยาบาท”
เสียงหัวเราะแสดงว่ามีอารมณ์ดีมากมาทางโทรศัพท์ว่า “ผมฟังคุณพูดเสียเพลิน ฟังง่าย เหตุผลงดงามแก่ผู้ปฏิบัติ แต่การปฏิบัติซึ่งเกี่ยวกับความรู้สึกของมนุษย์ปุถุชนธรรมดานั้น เห็นจะยากเกินกำลัง เข้าตำราที่ว่า พูดง่ายแต่ทำยากจะไม่มีอะไรแยบคายพอที่จะปฏิบัติให้ง่ายเข้าบ้างไหม”
ข้าพเจ้าได้ฟังผู้พูดด้วยความสนใจ จึงตอบไปว่า “สำหรับผมนั้นอยากจะเรียนให้ทราบว่า ผมเอาหลักธรรมจากได้ยินได้ฟังคำสั่งสอนของท่านอาจารย์ที่มีผู้ยกย่องเคารพนำมาพิจารณาปะติดปะต่อ เพื่อสร้างหลักไว้ใช้ชีวิตครองเรือนในทางโลก เมื่อเรายังอยู่ในสังคมจะได้ปฏิบัติอยู่ในขอบเขตของศีลธรรม ถ้าจะลองนำไปพิจารณาดูว่า จะเกิดผลเพียงใดก็ยังไม่แน่ใจ คือ ได้พิจารณาดูแล้ว จึงอยากแบ่งมนุษย์ในโลกนี้ออกเป็น๓ ชั้น คือ ชั้นสูง ชั้นกลาง และชั้นต่ำ
ชั้นสูงบุคคลที่ควรแก่การเคารพบูชากราบไหว้ ได้แก่ พระอริยเจ้าผู้ทรงศีลธรรมบริสุทธิ์และองค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งอยู่ในทศพิธราชธรรม และผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่เป็นผู้มีพระคุณ และผู้สร้างคุณงามความดีเกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมทั่วไปไม่เลือกว่าจะยากจนเข็ญใจหรือมั่งมีเป็นเศรษฐี หากเป็นผู้สร้างคุณความดีย่อมเป็นที่ยกย่องขึ้นเคารพบูชาความดี
ชั้นกลาง คือ ตัวของเราเองทุกคนคงจะเข้าใจตัวเองดีว่าเราเกลียดความทุกข์ ชอบความสุขความสบายด้วยกัน และเกลียดความชั่ว รักความดี กลัวบาปและชอบบุญ รู้สึกเช่นเดียวกันเพียงแต่เราจะปฏิบัติอย่างไรจึงหลีกทุกข์ หลีกชั่วกลัวบาปไปได้เท่านั้น ก็เห็นหลักธรรมของพระศาสนาเท่านั้นที่จะแก้ได้ เราไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า ก็ควรสร้างแต่กรรมดีในทางบุญกุศลทำให้จิตใจสงบ เมื่อเวลาตายก็ขอให้ตายอยู่ในความดี เพราะวันหนึ่งที่รออยู่ข้างหน้าคือวันตาย เพียงแต่เราไม่รู้ว่าวันใดเท่านั้น
คราวนี้มาพูดถึง คนชั้นต่ำ ผมไม่ได้หมายความว่ามนุษย์ที่ยากจนเข็ญใจหมายถึง มนุษย์ที่ใจต่ำ แม้จะมั่งมีเป็นผู้สูงด้วยอำนาจและทรัพย์แต่จิตใจโหดร้ายขาดศีลธรรม ก็ยกมาในพวกชั้นต่ำ เห็นจะไม่ต้องจาระไนถึงความชั่วเพราะส่วนมากก็รู้กันแล้วว่าคนชั่วมีข่าวประจำ
ฉะนั้น เราเพียงแต่มนุษย์ปุถุชน หนีไม่พ้นที่จะต้องพบบุคคลทั้งสามชั้น เป็นเรื่องธรรมดา แม้แต่ประเทศชาติและโลกยังต้องพบกับประเทศชาติที่มีคนชั่วเป็นผู้นำ และที่มีคนดีเป็นผู้นำ
ยุคปัจจุบันเป็นยุคที่มืดมัว เพราะคนชั่วกำลังก่อความยุ่งยากเหมือนศีลธรรมไม่มีความยุติธรรม คนชั่วเมาอำนาจ หลงตัวเองใช้กำลัง และใช้อำนาจเหนือกว่าเข้าข่มเหงกดชี่ชาติที่มีกำลังน้อยที่รักอิสระเสรี กดให้ตกเป็นทาสตลอดไป ไม่มีวันเห็นแสงของความเป็นอิสระเสรี มิได้หวั่นเกรง ชาวโลกพากันเคียดแค้นชิงชังสาปแช่งในการทำทารุณกรรมของพวกอธรรม ไม่มียุคใดสมัยใดเท่า ป่าเถื่อนชั่วร้ายยิ่งกว่าโลกยังไม่เจริญ อยากจะทำสิ่งใดก็ไม่สนใจว่าจะผิดหรือถูก หรือถืออำนาจเป็นธรรม ความกตัญญูกตเวทีหาได้ยาก นี่ก็ชี้ให้เห็นแม้แต่โลกก็ต้องพบกับชาติที่ชั่วร้ายที่ก่อกวนความสงบสุขของชาวโลก
ชาติมหาอำนาจ ซึ่งมีกำลัง ซึ่งรักอิสระเสรี รักความเป็นธรรม ทนเห็นโลก และศีลธรรมจะถูกทำลายเพราะคนชั่วอยู่ไม่ไหว ต้องเสียสละทุกอย่างเพื่อเข้าขัดขวาง ต้องใช้จ่ายทรัพย์สินเงินทองมากมาย แม้แต่ชีวิตทหารก็ต้องสูญเสียไปไม่น้อย เพื่อป้องกันอิสรภาพ และผดุงความเป็นธรรมของโลกไว้ และช่วยเหลือชาติเล็กที่ไม่มีกำลังพอจะป้องกันให้พ้นภัยจากพวกคนชั่วมัวเมาอำนาจ ป้องกันพลเมืองของโลกไม่ให้ถูกมนุษย์กระหายเลือดฆ่าฟันอย่างทารุณ เพื่อรักษาสันติภาพให้ยืนยงคงอยู่
แม้การเสียสละเช่นนั้นก็ยังมีผู้นำบางชาติ หาบุญคุณไม่ได้ หาทางตำหนิติเตียนอย่างไร้สติ หาเหตุผลไม่ได้ บางชาติยังรุกรานเพื่อนบ้านให้แตกสามัคคี มิได้นึกถึงว่าเวลาควรร่วมสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียว ช่วยกันต่อต้านทำลายพวกอธรรมชาติชั่วให้สิ้นซากเพื่อความสันติของโลก กลับเห็นแก่ได้ เกิดประมาท คิดแล้วเป็นเรื่องเศร้า ความโลภของมนุษย์ไม่มีสิ้นสุดพวกหลงตัวลืมตายไม่ได้คิดถึงว่าภัยที่ร้ายแรงจะกลับสนองตัวในวันหนึ่งข้างหน้าแม้มนุษย์ชั่วร้ายหรือชาติชั่ว ทางกฎหมายของโลกไม่สามารถจะเอาตัวลงโทษได้เพราะถือว่ามีกำลังอำนาจ เฉลียวฉลาดในทางคดโกงหลบหลีกไปได้ก็ดีแต่ก็หนีความตายไม่พ้น เมื่อดับจากโลกนี้ก็ต้องไปรับใช้กรรมในโลกหน้าหรืออบายภูมิเพราะได้สร้างกรรมหนักไว้แก่โลก ที่สุดธรรมย่อมชนะอธรรมความดีย่อมชนะความชั่ว”
แต่แล้วเสียงทางโทรศัพท์ก็พูดสวนขึ้นว่า “ขอบคุณมากที่ได้กรุณาเล่าเหตุผลยืดยาวให้ฟัง แต่รู้สึกไม่ค่อยตรงกับเรื่องของผม ซึ่งมนุษย์ใจชั่วมันทำให้ผมโกรธจนจะเป็นบ้า ยังเป็นบุญที่ผมยังไม่ขาดสติ ถ้าเป็นเมื่อก่อนแล้วมันก็ต้องล้างกันด้วยเลือด ผมเป็นคนรักความเที่ยงตรงยุติธรรมแต่ไม่ชอบให้ใครมาดูถูกเหยียบย่ำเกียรติ”
ข้าพเจ้าฟังมานานแล้ว ก็ยังไม่รู้เรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับท่านผู้นั้น แล้วเสียงทางโทรศัพท์บอกว่า “โอจริง ผมลืมต้องขอโทษที่ยังไม่ได้เล่าเรื่องสาเหตุให้คุณฟังเลย คุยกันเป็นนานจนเพลิน ตั้งใจจะเล่าแต่แรกแล้วลืมไป อารมณ์มันขุ่นมัวตลอดทั้งวัน เจ็บใจไม่หาย”
แล้วท่านผู้นั้นก็เล่าเรื่องต้นเหตุเกิดขึ้นให้ข้าพเจ้าฟังตลอดและละเอียด เมื่อข้าพเจ้าพิจารณาดูแล้วก็เห็นใจ ไม่นึกว่ายังมีมนุษย์นิสัยชั่วร้ายเช่นนี้แฝงอยู่ในร่างสุภาพบุรุษ แต่ข้าพเจ้าตั้งใจจะเขียนแต่เรื่องผู้สร้างความดี หรือคนชั่วที่รู้ตัวกลับใจเป็นคนดี การที่เอาความชั่วของผู้อื่นที่ยังไม่ยอมทิ้งนิสัยชั่ว เพราะลืมตัวหลงมัวเมาชั่วติดในสันดานแก้ไม่หายมาเขียนนั้น ย่อมไม่ควรอย่างยิ่ง ฉะนั้น ข้าพเจ้าขอให้เรื่องพบคนชั่วผ่านไป แต่แล้วท่านผู้นั้นพูดต่อท้ายหลังจากเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วว่า
“ความแค้นมันทำให้ผมไม่รู้สึกว่า ผมกำลังคิดจะทำอะไรลงไปบ้าง พอได้สติผมก็รู้ตัว จึงนึกว่าการฆาตกรรมเกิดขึ้นแก่คนในยุคนี้ รู้สึกมันง่ายเหลือเกิน สาเหตุใช่เรื่องอื่น เรื่องความโกรธ ความแค้น ความเจ็บใจทำให้คนเราเป็นบ้า เสียสติไปพักหนึ่ง เวลานั้นไม่รู้ถูกรู้ผิดไม่นึกถึงศีลธรรมและกฎหมายบ้านเมือง ขาดสติลืมตัว เพราะความโกรธ ความเสียใจจนสุดขีด ทำได้ทุกสิ่งทุกอย่าง
คนโบราณว่า เวลาโกรธแล้วเห็นช้างเท่าหมูสามารถฆ่าคนตายด้วยอำนาจโทสะ พอได้สติรู้ตัวก็นึกได้ว่าถ้าเราฆ่าเขาเหตุการณ์อะไรมันจะเกิดขึ้นภายหลัง เมื่อรู้สึกตัวก็สายเสียแล้วทางโลกก็ยังเป็นคดีอาญากรรมของแผ่นดินทางธรรมก่อเวรก่อกรรมจะติดตามสนองไม่สิ้นสุด เมื่อคิดแล้วทำให้ผมมีธรรมเกิดแทรกเข้าไปรู้สึกทางจิตใจ ถึงเช่นนั้นก็แทบจะทนไม่ไหว ผมเพียงแต่ระงับลงได้พักหนึ่ง และก็ไม่แน่ใจว่าจะระงับใจได้นานเพียงไร แต่แล้วก็หวนมาคิดเจ็บใจอีก ฉะนั้น ผมจึงโทรศัพท์มาหาคุณเพื่อจะถามปัญหาว่า หากคุณได้พบมนุษย์ที่มีใจเป็นสัตว์นรกแล้ว คุณจะมีความรู้สึกอย่างไร และจะแก้ไขอย่างไร คำตอบของคุณบางทีอาจจะทำให้ผมคลายอารมณ์แค้นเจ็บใจลงได้บ้าง มิฉะนั้น มันก็ยังคุกรุ่นอยู่ภายในใจยังดับไม่ลง”
ข้าพเจ้าฟังแล้วก็รู้สึกเห็นใจแต่ข้าพเจ้าก็ยังไม่เคยประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน ยังนึกไม่ออกว่าจะพูดอย่างไรเพื่อให้ท่านผู้นี้คลายความเจ็บแค้นลงบ้างก็นึกได้ว่าข้าพเจ้าได้รับจดหมายจากเรือนจำภาคเหนือมีท่านผู้หนึ่งได้เขียนระบายถึงความรู้สึกให้ข้าพเจ้าฟังคิดว่าเป็นเรื่องที่มีคติดี จึงพูดกรอกไปทางโทรศัพท์ว่า
“ผมมีเรื่องที่จะเล่าให้ฟังเรื่องหนึ่ง คอยฟังผมแล้วคิดดู บางทีเรื่องนี้จะให้สติบ้าง จดหมายฉบับนี้มาจากเรือนจำภาคเหนือ ในจดหมายตอนหนึ่งมีใจความว่า ผมถูกข้อหาว่าฆ่าคนตายหรือจ้างหรือวาน ผมต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ผมเป็นคนสุจริตบริสุทธิ์ไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหาเลย
ฉะนั้น ทำให้ผมโกรธแค้นมากฝังอยู่ในจิตใจ คิดว่าไม่มีโอกาสก็แล้วไป เมื่อใดได้มีโอกาสแล้วก็จะขอล้างแค้นให้สมใจ ในใจมิได้คิดอย่างอื่น มีแต่วางแผนจะคอยทำลายด้วยความอาฆาตพยาบาทคอยจองเวรมนุษย์ที่สร้างความเจ็บแค้นให้ผม จะไม่ยอมให้มันมีชีวิตอยู่ในแผ่นดินเดียวกัน จิตใจหาความสงบไม่ได้ คิดอยู่ตลอดเวลาต้องหาโอกาสล้างแค้นให้ได้สมใจ ความโกรธเกือบจะเดือดเป็นบ้า คิดว่าถ้าได้ล้างแค้น แล้วคงจะมีความสบายใจที่หายแค้น ที่สมความตั้งใจแล้ว
ในเรือนจำมีห้องสมุด เมื่อกลุ้มใจมากขึ้นก็คิดว่าหนังสือคงเป็นเพื่อนที่จะช่วยผ่อนคลายความเคร่งเครียดของอารมณ์ลงได้บ้าง ผมจึงได้หยิบหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่ง เมื่อแรกพลิกไปมายังไม่สนใจ แต่เมื่อเริ่มอ่านก็เพิ่มความสนใจมากขึ้น และชื่อเรื่องหนังสือก็แปลก แม้หนังสือเล่มนี้จะหนาและใหญ่ แต่ก็ทำให้ผมสงบความรู้สึกกระวนกระวายลงได้ ผมก็อ่านจบอย่างเพลิดเพลินแล้วก็อยากอ่านทวนอีกจบหนึ่งไม่เบื่อ ความรู้สึกนึกคิดก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปทางดี ความโกรธความแค้น ความอาฆาตก็เพลาลงทำให้คิดได้ จึงตั้งปัญหาถามตัวเองว่า
ถ้าเราผูกพยาบาทอาฆาตเพราะความโกรธคอยจ้องจะล้างแค้นเมื่อมีโอกาส สมแค้นแล้วจะได้อะไรดีขึ้นนอกจากจะเกิดกรรมติดตามสนองทำให้หมดอิสระ สุดสิ้นชีวิตที่จะรุ่งเรืองในอนาคตเป็นไปตามกฎแห่งกรรมหนีไม่พ้นจะต้องเพิ่มทุกข์หนักยิ่งขึ้นกว่าเวลายังไม่แก้แค้นอีกหลายเท่า ผิดทางโลกและทางธรรมจะเกิดการก่อเวรก่อกรรมกันไม่มีวันสิ้นสุด ไม่สิ้นชาติภพแล้วเมื่อเรามีสติเกิดปัญญารู้แล้ว ทำไมจะต้องพยาบาทอาฆาตไปล้างแค้นให้จิตใจตกอยู่ในความทุกข์หนักต่อไปไม่มีวันสิ้นสุดเรานึกว่าเมื่อล้างแค้นได้สมใจแล้ว เราคงสบายใจเป็นการหลอกตัวเอง เมื่อถึงเวลาจริงๆแล้วคงจะไม่เหมือนอย่างคิด เพราะมือกฎหมายจะต้องเข้ามาจัดการชีวิตก็หมดความสุขหมดอิสระ
การอโหสิกรรมทางเดียวที่ทำให้เราสบายใจหลุดพ้นกรรมชั่วที่ไม่มีเวรกรรมต่อไปคิดได้ก็ตัดใจอโหสิกรรมทันทีเพราะเห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นกรรมอดีตที่เราก่อขึ้นตามสนองเราอย่าก่อกรรมต่ออีกเลย คิดได้แล้วก็สบายใจ จิตใจปลอดโปร่งไม่มีความโกรธแค้นอยู่ในจิตใจอีกเลย มิฉะนั้นมันก็คงกรุ่นอยู่ในใจมีความรู้สึกพยาบาทอาฆาตอยู่ตลอดเวลาไม่มีความสงบสุขเลยบัดนี้ผมได้รับความสบายใจแทนแล้ว
การที่ผมเขียนจดหมายมานี้ อยากขอให้คุณช่วยหาหนังสือชุดนี้ให้ผมสักชุดหนึ่ง แม้ราคาเท่าใดผมก็ต้องการ เพื่อไว้บอกแก่ลูกหลานของผมต่อไปภายหน้า จะได้รู้ว่าผมได้กลับใจ ได้จากหนังสือในชุดกฎแห่งกรรม ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว พิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพหลวงแจ่มวิชาสอน ผมจึงอยากได้หนังสือชุดนี้เป็นกรรมสิทธิ์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่เด็กรุ่นหลัง”
เมื่อข้าพเจ้าเล่าเรื่องจดหมายให้ฟังแล้ว ท่านผู้ฟังฟังอย่างสนใจ แล้วถามว่า “คุณได้ส่งหนังสือเล่มที่เขาขอมานั้นไปให้หรือเปล่า”
ข้าพเจ้าตอบว่า “ผมมีหนังสืองานพระราชทานเพลิงศพหลวงแจ่มวิชาสอน เหลือเล่มเดียว นอกจากนั้นผมแจกไปหมดและที่เหลือเล่มเดียวก็ไม่ได้อยู่กับผม มีผู้ยืมไปอ่าน กลับมาไม่นานก็มีผู้อื่นตามมายืมต่อๆ กัน”
เสียงบ่นมาอย่างเป็นทุกข์แทนทางโทรศัพท์ “น่าเสียใจที่ผู้นั้นต้องผิดหวัง แล้วคุณจะจัดการอย่างไรต่อไป”
ข้าพเจ้าตอบว่า “ผมได้ส่งจดหมายฉบับนั้นไปให้คุณนายผิน แจ่มวิชาสอน ที่โรงงานยาสีฟันวิเศษนิยม อำเภอพระโขนง เพราะคิดว่าคงจะมีเหลือบ้าง”
เสียงทางโทรศัพท์อย่างร้อนรนว่า “แล้วคุณได้หนังสือเล่มที่ว่านั้นหรือเปล่า”
ข้าพเจ้าได้บอกว่า “ทางคุณนายผินก็แจกหมดเหมือนกัน เพราะมีผู้ขอมามาก”
ข้าพเจ้ายังพูดไม่จบ ก็ได้ยินเสียงถอนใจทางโทรศัพท์อย่างคนผิดหวังเหมือนจะเกิดขึ้นแก่ตัวท่านผู้นั้นเอง แล้วพูดว่า “น่าสงสารผู้สนใจมาก คงผิดหวัง”
ข้าพเจ้าพูดว่า “คุณนายผินท่านได้พยายามไปหามาจากหลานของท่านได้มาเล่มหนึ่ง แต่ไม่ค่อยจะเรียบร้อย ปกหนังสือออกจะเปื้อนไปสักหน่อย เห็นจะยืมอ่านกันมาก แล้วส่งมาให้ผมจัดส่งไปให้ผู้ต้องการ”
เสียงถอนใจอย่างโล่งใจ แล้วพูดว่า “ก็ยังดีที่ยังไม่ผิดหวัง ผมขอแสดงความยินดีด้วย”
แต่แล้วก็เสียงหายเงียบ ข้าพเจ้าถือหูโทรศัพท์ไว้เพื่อคอยฟังสักครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงแจ่มใสร่าเริง แล้วเสียงแสดงความยินดีเคล้าปนเสียงหัวเราะออกมาว่า
“ผมคิดได้แล้วผมสบายใจ ผมได้สติ ได้ความคิดว่า การอโหสิกรรมเป็นบุญกุศลอันสูงยิ่งและได้ผลทันตาเห็นสามารถกำจัดความโกรธ ความแค้น ความพยาบาทให้หลุดพ้นไปได้ เป็นการชนะใจตัวเองเพราะผมได้อโหสิกรรมแล้วไม่มีความโกรธไม่มีความแค้นเหลืออยู่อีกเหมือนปลดของหนักออกจากบ่า ทำให้ตัวเบาสบายทำให้จิตใจแจ่มใสมองเห็นแสงสว่างขึ้นมาแล้ว ขอขอบคุณที่รบกวนเวลาของคุณยามดึกดื่นมาก คุณได้ให้ข้อคิดหลักการอโหสิกรรมแก่ผม ทำให้ผมได้สติกลับมาเป็นตัวเอง ไม่เป็นทาสของกิเลส ตัณหา คือความโกรธ ความแค้น ความพยาบาท เรื่องที่ผมจะให้เขียนพบคนชั่วไม่ต้องเขียนแล้ว คืนนี้ผมคงหลับสบาย ขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่งที่ทำให้ผมสบายใจ เพราะปลดความทุกข์ที่หนักอกลงได้แล้ว สวัสดี”
ข้าพเจ้าถือหูโทรศัพท์งง ไม่ได้พูดอะไรเลย ไม่นึกไม่ฝันว่าเรื่องจะลงเอยกันง่ายๆ แต่รู้สึกพอใจที่เหตุการณ์เข้าสู่ความเป็นปกติด้วยความดีของหลักธรรม ข้าพเจ้าก็สบายใจด้วยแม้จะดึกเลยเวลานอนมานานแล้วก็ไม่รู้สึกง่วง แม้จะสนทนาต่อไปก็ยังไม่รู้สึกเบื่อ เพราะผลที่สามารถทำให้ผู้อื่นหลุดพ้นจากทุกข์ จากความโกรธแค้นอาฆาตพยาบาทลงได้โดยไม่จองเวร เป็นความพอใจเกินค่าที่ได้เสียเวลาเกือบสองชั่วโมง ในการสนทนาทางโทรศัพท์ครั้งนี้ ซึ่งข้าพเจ้าไม่เคยพูดยืดยาวเวลาดึกเช่นนี้มาก่อนเลย แต่ฟังแจ่มใสชัดเจนดีในกลางดึก ข้าพเจ้ารีบพูดแสดงความดีใจก่อนที่ท่านจะวางหูว่า
“ผมขอแสดงความยินดีด้วยที่คุณเป็นตัวเองแล้วขอให้หลับสบาย สวัสดี”
---------------------- เอวัง ----------------------
แม้จะเคยเจ็บแค้นแสนสาหัส
จงขจัดความโกรธแต่ก่อนเก่า
ทานสิ่งใดไม่ประเสริฐเกิดแก่เรา
จะเทียบเท่าอภัยทานสราญใจ
อโหสิกรรมนำใจให้ล้ำเลิศ
จะบังเกิดกุศลทานกาลยิ่งใหญ่
เพราะต่างหยุดก่อเวรเว้นทันใด
โลกสดใสเพราะเมตตามาค้ำจุน
ท.เลียงพิบูลย์
“การให้ธรรมะชนะการให้ทั้งปวง”