ความเชี่ยวชาญ

ความเชี่ยวชาญ

สาหร่ายขนนก

   หากจะกล่าวถึงสาหร่ายในประเทศไทยเราคงมีสาหร่ายนับร้อยชนิดมีทั้งชนิดที่กินได้และกินไม่ได้หลายคนคงกินสาหร่ายที่บรรจุอยู่ในซอง เช่น เถ้าแก่น้อย ซึ่งนี่ก็เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ได้แปรรูปมาจากสาหร่าย ต่อไปนี้จะขอกล่าวถึงสาหร่ายชนิดหนึ่งที่มีคุณค่าทางอาหารและประโยชน์ไม่น้อยไปกว่าที่บรรจุอยู่ในซองนั่นก็คือสาหร่ายขนนกเพราะจากการวิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของสาหร่ายขนนก พบว่า มีไขมัน 0.08% เถ้า 2.50% โปรตีน 1.42% เกลือ 2.60% เยื่อใย 0.30% ฟอสฟอรัส 39.61 มิลลิกรัม 
   สาหร่ายขนนก (Caulerpa sertularioides) เป็นสาหร่ายทะเลชนิดหนึ่งที่พบแพร่กระจายทั่วไปบริเวณชายฝั่งทะเลภาคใต้ทั้งชายฝั่งอันดามันและอ่าวไทยจะพบมากในฤดูร้อนและขาดแคลนในฤดูฝนทั้งยังไม่สามารถขนส่งระยะไกลได้เพราะเสียสภาพได้ง่าย จึง ส่งเสริมให้ชาวบ้านเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนกในบ่อปูนซีเมนต์ โดยนำพันธุ์มาจากธรรมชาติ ทำให้มีสาหร่ายขนนกเก็บเกี่ยวสำหรับจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี ซึ่งมี    ราคาขายในท้องตลาดกิโลกรัมละประมาณ70บาท                      

            ทั้งนี้ สาหร่าย ขนนกสามารถบริโภคได้ทั้งแบบสดคล้ายผัก ประกอบอาหาร หรือแปรรูป เช่น แกงจืดสาหร่าย ยำสาหร่าย ไอศกรีมสาหร่าย คุกกี้สาหร่าย และน้ำสาหร่าย สาหร่ายขนนกและสาหร่ายทะเลอื่นๆ อุดม ไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ เช่น ไอโอดีน แมกนีเซียม แคลเซียม โปแทสเซียม เหล็ก มีกรดอะมิโนจำเป็นหลายชนิดที่พืชบกไม่มี มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีเส้นใยสูง ไขมันต่ำ และไม่มีคอเลสเตอรอล จึงบริโภคได้ทุกเพศทุกวัย หรือแม้แต่ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิต 
   จากการทดลองเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนก Caulerpa racemosa var. corynephoraของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งกระบี่ ในบ่อซีเมนต์ขนาด 2.5x3x1.2 เมตร ที่ระดับน้ำลึก 60 เซนติมเมตร ใช้น้ำทะเลความเค็ม 30 ppt โดยวิธี planting seedstock (การปลูกเลี้ยง) ใช้ทรายเป็นวัสดุเกาะ ตัดแบ่งสาหร่ายเป็นท่อน ๆ ละ 3-5 เซนติเมตร (โดยมีส่วนที่คล้ายใบติดอยู่ 2 ใบ) ปลูกเป็นแถวโดยแต่ละแถวห่างกันประมาณ 10 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 16-20-0 ปริมาณ 1-3 กรัมต่อน้ำ 1 ตัน ให้ปุ๋ยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง หลังจาก 1 เดือนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 20-25 % ของปริมาณสาหร่ายทั้งหมด โดยเก็บสัปดาห์ละ 1 ครั้ง (ขึ้นอยู่กับต้นพันธุ์ที่มีอยู่เดิม)  จากการทดลอง สามารถเก็บผลผลิตได้ 24 กิโลกรัมต่อเดือน
                                        
   
การศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดไนโตรเจนและฟอสฟอรัสของสาหร่ายขนนกในน้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมแบบพัฒนา โดยทำการทดลองในตู้กระจกเป็นเวลา 15 วัน โดยใช้สาหร่ายที่ความหนาแน่น 0.5, 1.0 และ 1.5 ก./ล. พบว่าประสิทธิภาพการบำบัดแอมโมเนียรวม-ไนโตรเจนสูงสุด 49.90%   ที่ความหนาแน่นของสาหร่าย 1.0 และ 1.5 ก./ล. ประสิทธิภาพการบำบัดไนเตรท-ไนโตรเจนสูงสุด 103.11% และประสิทธิภาพการบำบัดออร์โธฟอสเฟต-ฟอสฟอรัสสูงสุด 41.36 % ที่ความหนาแน่นของสาหร่าย 1.5 ก./ล.
การเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนก จึงน่าจะเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรที่ต้องการประกอบอาชีพด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เนื่องจากมีต้นทุนต่ำ ดูแลง่าย และใช้พื้นที่น้อย เช่นการเลี้ยงในบ่อดินเป็นรูปแบบที่มีผู้ให้ความสนใจมากที่สุด เนื่องจากสามารถนำสาหร่ายมาเลี้ยงในบ่อพักน้ำ บ่อบำบัดน้ำเพื่อช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำในการเลี้ยงกุ้งทะเล หรือแม้แต่การเลี้ยงในบ่อกุ้งทิ้งร้าง เพื่อให้สามารถนำพื้นที่ถูกทิ้งร้างกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้งหนึ่ง 

คุณค่าทางอาหารและสรรพคุณทางยา

 สรรพคุณที่โดดเด่น คือ มีสารต้านอนุมูลอิสระป้องกันมะเร็ง มีวิตามินที่ร่างกายต้องการ เอ บี ซี ดี อี และ เค มีไอโอดีน แมกนีเซียมช่วยให้ระบบประสาท และกล้ามเนื้อทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ แคลเซียมบำรุงกระดูก โปตัสเซียมควบคุมการทำงานของเซลล์ และสมดุลน้ำในร่างกาย แร่เหล็ก และทองแดงช่วยในการสร้างเม็ดเลือด สังกะสีช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน อีกทั้งมีกรดอะมิโนหลายชนิดที่พืชบกไม่มี มีฤทธิ์ในการรักษาโรคลำไส้อักเสบ รักษาโรคตับอักเสบเพราะช่วยในการสมานแผล เป็นอาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เบาหวาน และหัวใจ
 

  

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กศน.เทศบาลตำบลฝายกวาง



ความเห็น (0)