เธอส่งจดหมายลาพักร้อนพร้อมเตรียมชุดขาวเดินทางไปที่วัดในวันรุ่งขึ้นแต่เช้าตรู่

ฉันฆ่าคนตาย-5

โสภณ เปียสนิท

...........................

 

 

                  คืนนั้นเธอกลับบ้าน จุดธูปเทียนบูชาพระบอกกล่าวแก่คนไข้ที่ตายลงด้วยน้ำมือของเธอให้รับรู้ว่าจะไปบวชชีพราหมณ์ที่วัดปฏิบัติธรรมให้ 7 วัน ขอให้มารับบุญ และโปรดอโหสิกรรมให้ด้วย เป็นที่น่าอัศจรรย์ คืนนั้นเป็นคืนแรกที่เธอนอนหลับได้อย่างปกติตลอดคืน เธอส่งจดหมายลาพักร้อน พร้อมเตรียมชุดขาวเดินทางไปที่วัดในวันรุ่งขึ้นแต่เช้าตรู่ วางภารกิจตัดความห่วงใยสิ้นเชิงเหมือนปิดสวิตช์ไฟฟ้า

                     เธอตั้งใจปฏิบัติธรรมตามหลักสูตรอย่างจริงจัง พระนำขึ้นกรรมมัฏฐาน รับศีล8 สวดมนต์ ให้กำหนดอิริยาบถอย่างต่อเนื่อง ยืนเดินนั่งนอนอย่าให้ขาดช่วง เธอเจ็บปวดเมื่อยขบเจ็บร้าวไปทั้งตัว แต่เธออดทนไม่ย่อท้อ จิตของเธอสงบนิ่งทีละน้อย จนถึงเช้าตรู่ของวันที่7 ขณะกำลังนั่งสมาธิจิตจับอาการพองของท้อง ยามหายใจเข้า อาการยุบ ยามหายใจออกต่อเนื่องยาวนาน เธอเห็นคนไข้คนนั้นแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสวยสดใสหน้าตายิ้มแย้มเดินเข้ามาหา สีหน้ายิ้มแย้มบอกว่า “ขอบใจมาก ที่เธออุทิศส่วนกุศลให้ ตอนนี้ฉันสบายแล้ว และอโหสิกรรมให้หมดแล้ว” กล่าวจบภาพเธอเลือนหายวับไปต่อหน้าต่อตา ขณะสายลมเย็นพัดพราวกรรโชกแรง

                   วันนั้นทั้งวันเธอปฏิบัติธรรมด้วยความสุขสงบอันไม่เคยได้รับมาก่อน หลวงตารูปเดิมที่แนะนำให้เธอมาปฏิบัติธรรม มาเป็นวิทยากรสอนธรรมให้ หลังการปฏิบัติธรรม เธอเข้าไปกราบหลวงตาด้วยน้ำตานองหน้าอีกครั้ง “อะไรอีกเล่าโยม วันก่อนก็ร้องไห้ วันนี้ก็ร้องไห้อีก” “มันต่างกันคะท่าน วันก่อนหนูร้องไห้เพราะเศร้าใจ วันนี้หนูร้องไห้เพราะตื้นตันใจเจ้าค่ะ” “อ้าว...มันเป็นอย่างไรหรือ”

                      เธอเริ่มเล่าให้หลวงตาผู้มีพระคุณแก่เธอฟังอย่างละเอียดอีกครั้ง หลวงตาตั้งใจฟังอย่างสงบ เมื่อเล่าจบเธอกล่าวคำขอบคุณที่หลวงตาช่วยให้รอดชีวิต หลวงตาวางท่าเรียบเฉยกล่าวว่า “พ้นเคราะห์เพราะบารมีของพระรัตนตรัย จงจำไว้ให้ดี ทางดีที่เป็นบุญอย่าลืมทำอย่าให้ขาด ขยันทำให้มากเข้าไว้ ถือว่ามีที่พึ่งทางใจตลอดไป”